อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

ส่องความหมาย'ดอกไม้'สื่อรัก มอบแทนใจ'วันวาเลนไทน์'

ถ้าไม่มีดอกกุหลาบล่ะ! เปิดความหมายดีๆ ดอกไม้สวยงาม หนึ่งตัวแทนสื่อความรู้สึกไปยังคนที่คุณรัก มอบแทนใจใน “วันวาเลนไทน์”.. อาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็น “วันแห่งความรัก” หรือ “Valentine's Day” ซึ่งหลายคนทราบแล้วว่าวันวาเลนไทน์ มีชื่อเต็มๆ ว่า “วันนักบุญวาเลนไทน์” ที่แต่เดิมเป็นเพียงวันฉลองนักบุญในศาสนาคริสต์ยุคแรก ที่มีชื่อว่า “วาเลนตินุส” หรือ วาเลนไทน์ 2 คน คือ วาเลนตินุสแห่งโรม และ วาเลนตินุสแห่งเทอร์นี ซึ่งต่างเป็นนักบวชในกรุงโรม ที่พลีชีพเพื่อศาสนา โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 ได้กำหนดวันนักบุญวาเลนไลน์ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 496



ซึ่งต่อมา ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 วันวาเลนไทน์ได้วิวัฒนา มาเป็นโอกาสซึ่งคู่รักจะแสดงความรักของพวกเขาแก่กันโดยให้ดอกไม้ ขนมหรือลูกกวาด และส่งการ์ดอวยพรกัน โดยดอกไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ “ดอกกุหลาบ” เนื่องจากกุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับ “เทพีอโฟรไดรท์” ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักตามตำนานของกรีก โดยมีตำนานอยู่ว่า ดอกกุหลาบได้กำเนิดขึ้นมาจากหยดน้ำตาของอโฟรไดร์ท กับเลือดสีแดงฉานของคนรักของเธอที่ตายจากไป จากนั้นกุหลาบจึงได้รับบทบาทเป็นตัวแทนของความรักที่ลึกซึ้งตลอดมา

แต่ถ้าหากใครยังตามหาช่อกุหลาบสีแดง ในวันวาเลนไทน์ไม่ได้ วันนี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” ขอแนะนำดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่มีความสวยงาม ความหมายดีๆ พร้อมเป็นตัวแทนสื่อความรู้สึกไปยังคนที่คุณรัก ว่าแต่จะมีดอกไม้อะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย



“ดอกคาร์เนชั่น” - Carnation
ดอกคาร์เนชั่น เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลอง ซึ่งในตำนานความเป็นมาของชาวกรีกโรมันมักจะนิยมในการใช้เจ้าดอกไม้ชนิดนี้ในการแสดงความยินดี ความรื่นเริงต่างๆ
ดอกสีแดง : เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความรัก ประมาณว่าโปรดเห็นความรักของฉันด้วย ออกแนวอ้อนแบบน่ารักๆ
ดอกสีชมพู : จะมีความหมายลึกซึ้ง สื่อถึงความรักที่กำลังพลิบานเป็นสีชมพู
ดอกสีลาย : ความเป็นเพื่อน ถ้ามีใครให้ดอกคาร์เนชั่นสีลายนั้น ให้คุณคิดไว้เลยว่า เขาไม่ได้สนใจคุณแนวความรัก แต่คงมีความเป็นเพื่อนให้ต่อกัน
ดอกสีเหลือง : เป็นสัญลักษณ์ของความดูถูกเหยียดหยาม ความทรนง ถ้าผู้ให้ได้ให้ดอกคาร์เนชั่นสีเหลืองแก่ใครแสดงว่า ผู้ให้นั้นรู้สึกดูหมิ่นเหยียดหยามผู้รับอย่างมาก หรืออีกความหายหนึ่งคือ บอกถึงความรู้สึกงอน อยากให้อีกฝ่ายมาง้อ
ดอกสีขาว: นิยมใช้ในการแสดงความชื่นชมยินดีตามแต่วาระต่างๆ เช่นการรับปริญญา เป็นต้น หรือสื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา อ่อนโยน คุณคือของมีค่าที่น่าทะนุถนอม นอกจากนี้ยังใช้ในการแสดงความขอบคุณอีกด้วย



“ดอกลิลลี่” - Lily
ดอกลิลลี่เป็นดอกไม้ที่มีหลากสี ตัวแทนความรักที่อ่อนหวาน น่ารัก สดใสร่าเริง ซึ่งหากมีใครมามอบช่อดอกลิลลี่ให้กับคุณ หรือคุณมอบดอกลิลลี่ให้กับใครล่ะก็ย่อมหมายถึง ความประทับใจในตัวของอีกคนหนึ่งเป็นอย่างมาก

ดอกสีขาว : ความบริสุทธิ์ใจ ไร้เดียงสา อ่อนน้อมและถ่อมตน ชาวตะวันตกจึงนิยมใช้ดอกลิลลี่สีขาวในงานศพ แต่ในทางกลับกัน หากใช้ในงานแต่งงาน ช่อดอกลิลลี่สีขาวนั้นจะสื่อถึงชีวิตคู่ที่มีแต่ความจริงใจ ความเชื่อใจ ไม่คิดลวงหลอกกัน หรือหากนำไปให้คนรัก จะเป็นการบอกว่า “ฉันรักเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน”

ดอกสีชมพู : ตัวแทนของความรัก เสน่หา ความเข้าอกเข้าใจ ความเป็นผู้หญิง และยังสื่อได้ถึงหญิงสาววัยแรกแย้ม ที่เต็มไปด้วยเสน่หาอันน่าหลงใหล ซึ่งยังแปลได้ว่า “คุณยังคงสวยงามเช่นวันแรกที่พบกัน และรักของเรายังไม่แปลงเปลี่ยนไป” แต่ถ้าหากมอบให้แก่เพื่อน คนในครอบครัว แปลว่าความเห็นอกเห็นใจ และความอบอุ่นที่มีให้คนรอบข้าง

ดอกสีเหลือง : ตัวแทนของความสนุกสนาน ความรื่นเริงบันเทิงใจ มิตรภาพ แปลได้ว่า “ฉันดีใจที่มีคุณในชีวิต ฉันอยากให้คุณยิ้ม ฉันอยากให้คุณมีความสุข เพราะฉันรักคุณมากจริง ๆ” ซึ่งนับเป็นตัวแทนของมิตรภาพที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือญาติพี่น้อง

ดอกสีส้ม : เป็นตัวแทนถึงความร่าเริง สดใส ความปิติสุขที่ได้อยู่ใกล้ แปลได้ว่าคือ “สุขใจที่ได้ใกล้เธอ” 

ดอกสีม่วง : ตัวแทนของ ความเคารพ ความสำเร็จ และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร สามารถสื่อความหมายได้ว่า “คุณคือคนพิเศษของฉัน ฉันอยากหยิบยื่นแต่สิ่งดี ๆ ให้กับคุณ”



“ดอกเยอบีร่า” - Gerbera
ดอกเยอบีร่า เป็นตัวแทนของความรักที่มั่นคง ซื่อตรงและภักดี ซึ่งก็เปรียบได้เหมือนกับลักษณะของตัวดอก ที่สีสวย สดใส คงทนและอยู่ได้นาน นอกจากนี้เยอบีร่ายังเป็นไม้ดอกที่นิยมนำมาประดับในอาคารอีกด้วย เพราะนอกจาก ดอกเยอบีร่า จะมีความสวยและทนทานแล้ว ดอกเยอบีร่ายังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ความหมายของเยอบีร่ามีด้วยกันสองความหมายคือ ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา กับ ความเข้มแข็ง จึงแปลความมาได้ หมายถึง "จิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง" หรือ “เธอคือแสงอาทิตย์ แห่งชีวิตฉัน”



“ดอกคัตเตอร์” - Cutter
ดอกคัตเตอร์ มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกาเหนือ ซึ่งมีหากหลายสีไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีเหลือง หรือสีม่วง โดยดอกคัตเตอร์สีขาว ถึงแม้จะไม่มีกลิ่นหอมที่แรงมาก แต่กลิ่นที่ออกมานั้นเป็นกลิ่นธรรมชาติในตัวของเขาเอง จึงมักนิยมจัดร่วมกับดอกไม้อื่นๆ หรือประดับร่วมกับใบไม้สีเขียว ที่อยู่ในช่อ เพื่อส่งเสริมให้ดอกไม้อื่นโดดเด่นขึ้นมา จนเห็นความสวยงามชัดเจนมากขึ้น ความงามของมันคงอยู่ที่ว่า มันเป็นดอกไม้ที่มีน้ำใจ ตัวเองไม่ได้เด่น ไม่ได้งดงาม แต่ก็ทำให้คนอื่นดูงามขึ้นได้ ความหมายลึกๆหมายถึง “แม้คุณจะไม่มองฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันก็จะมีแต่เพียงคุณเท่านั้น”



“ดอกไลเซนทัส” (อัสโตม่า) - Lisianthus
ดอกไลเซนทัส เป็นไม้ดอกขนาดเล็ก คล้ายดอกกุหลาบ แต่ออกดอกจะเป็นช่อ มีกลีบบางอ่อน ดูนุ่มนวล อ่อนช้อย มีหลายสี เช่น สีขาว พีช ขาวขอบชมพู ขาวขอบม่วง ชมพู ม่วง และลาเวนเดอร์ เมื่อใช้จัดร่วมกับดอกไม้ชนิดอื่นๆแล้ว จะช่วยให้การจัดดอกไม้ชิ้นงานนั้นๆ ดูอ่อนหวานขึ้น จึงมักถูกใช้ประดับในช่อดอกไม้ในงานแต่งงาน ดอกไลเซนทัส ให้ความหมายว่า “การใส่ใจเอาใจใส่ต่อคนคนนั้น” หรือ “มิตรภาพที่ยั่งยืนและความทรงจำที่ดี” จึงนิยมใช้ประดับเป็นช่อจัดกันในงานแต่งงาน



“ดอกหน้าวัว” - Flamingo Flower
ดอกหน้าวัว แทนความหมายของการต้อนรับขับสู้ด้วยความยินดี ในโอกาสที่ถูกเชิญไปเป็นแขก ผู้คนก็มักนิยมนำดอกไม้ชนิดนี้ติดไม้ติดมือไปฝากเจ้าของบ้านด้วยนั่นเอง ถ้าจะให้เป็นดอกไม้แทนใจแล้วละก็ความหมายของดอกหน้าวัวนั้นก็อาจจะฟังดูเศร้าไปหน่อย และความหมายแทนใจก็คือ “หญิงสาวผู้เหงาเศร้า แต่หยิ่งและทรนงค์ในศักดิ์ศรีของตัวเอง” แต่ถ้าจะให้เป็นดอกไม้แทนความรักแล้วละก็มีความหมายที่ดีไม่แพ้ใครเลยซึ่งความหมายนั่นก็คือ “ความรักที่มั่นคงและอดทน”



“ดอกกล้วยไม้” - Orchid
ดอกกล้วยไม้ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความรัก และความสง่างาม แสดงถึงความประเสริฐ เลิศ และความงามอันละเมียดละไม ในหมู่ชาวกรีกสมัยก่อน ดอกกล้วยไม้แสดงถึง การสืบเผ่าพันธุ์ แต่สำหรับชาวจีนเรียกดอกกล้วยไม้ว่าเป็น “พืชแห่งกลิ่นกษัตริย์” หรือเป็นดอกไม้ที่ไว้บอกภาษารักว่า “ฉันไม่อาจห้ามใจให้คิดถึงเธอได้”



“ดอกทิวลิป” - Tulip
ดอกทิวลิป มีความหมายถึง การตกหลุมรักอย่างหัวปัักหัวปำ เป็นรักแรก บ่งบอกได้ว่า “ฉันตกหลุมรักเธออย่างหมดหัวใจ” และ เป็นสัญลักษณ์ของจินตนาการ ความใฝ่ฝัน คู่รักที่สมบูรณ์แบบและรักที่เปิดเผย ซึ่งแต่ละสีจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป

ดอกสีแดง : ความมั่นคงในความรัก​ จริงจังและจริงใจ​ ซื่อสัตย์​และรักอย่างหมดใจ

ดอกสีชมพู : ความสุขอันสมบูรณ์ และความมั่นใจ สื่อได้อีกแบบว่า “เปิดเผย ไม่ปิดบัง”

ดอกสีเหลือง : ในอดีตนั่นแปลได้ว่า รักที่หมดหวัง แต่ในปัจจุบันทิวลิปสีเหลือง มีความหมายว่า ความคิดที่เบิกบาน และแสงตะวันส่อง

ดอกสีส้ม : สื่อถึงความอบอุ่น ความสุข ความงดงาม​ มีเสน่ห์​

ดอกสีขาว : รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน และฉันเสียสละทุกอย่างได้เพื่อคุณ

ดอกสีม่วง : ความซื่อสัตย์ และมั่นคง



“ดอกเบญจมาศ หรือ ดอกมัม” - Chrysanthemum
ดอกเบญจมาศ เป็นดอกไม้แห่งความรื่นเริงและความบริสุทธิ์ใจ ผู้ที่ชอบให้ดอกไม้นี้ แสดงว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ หากอยากแสดงถึงความรื่นเริงชื่นบาน ให้ใช้ดอกไม้นี้มอบแก่ผู้รับ ส่วนเหตุที่เบญจมาศมีกลีบดอกเป็นฝอยนั้น ว่ากันว่ามาจากนิยายของญี่ปุ่น เป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่พยายาม หาดอกไม้ที่มีกลีบดอกมากที่สุด เพื่อที่จะนำไปบวงสรวงเทวดา ขอให้เธอได้อยู่กับสามีนานที่สุด เมื่อไม่พบเธอจึงนำดอกไม้ที่มีกลีบมากที่สุด คือ 17 กลีบ มากรีดเป็นฝอย แล้วจึงนำไปบูชาเทวดา จนในที่สุดเธอก็ได้อยู่กับสามีชั่วนิรันดร์ ดอกเบญจมาศจึงมีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า คิกุโนะ ตามชื่อของภรรยาผู้มีรักแท้ผู้นี้

ดอกสีแดง : เพื่อแสดงถึงความรักใคร่ชอบพอ “ชอบคุณเข้าแล้วนะ” หรือความรักที่สมหวัง

ดอกสีเหลือง : เป็นดอกไม้แห่งความโชคดี รักนิดหน่อย นิยมมอบดอกเบญจมาศเหลืองแก่ผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนรู้จักกันเมื่อไปเยี่ยมเยียนหลังจากไม่ได้พบกันมานาน หรือเพิ่งไปมาหาสู่บ้านเขาเป็นคราวแรก (แสดงถึงรักที่บางเบา อ่อนไหวง่าย)

ดอกสีขาว : ถือเป็นดอกไม้สูงศักดิ์ และทรงเกียรติ เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ สามารถมอบดอกเบญจมาศสีขาวให้แก่ผู้ใดก็ได้ เพื่อแสดงความซื่อสัตย์ภักดี ไม่จำกัดว่าผู้รับต้องเป็นเพศตรงข้ามเท่านั้น



“ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต” - Forget me not
ตำนานของดอกฟอร์เก็ตมีน็อต เกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในยุคโบราณมีอัศวินผู้กล้าหาญ และ หญิงสาวผู้งดงาม คู่นึงได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปในป่า แต่ในขณะนั้นหญิงสาวได้เจอเข้ากับดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ริมตลิ่ง เธอจึงขอให้เขาไปเก็บดอกไม้ชนิดนั้นให้ แต่ที่กำลังเอื้อมเก็บดอกไม้นั้น ก็ได้พลันลื่นลงไปในแม่น้ำ และเสื้อเกราะก็มีน้ำหนักที่มากจึงทำให้เขาไม่สามารถว่ายน้ำ และถอดออกได้ทัน จึงได้โยนดอกไม้ให้แก่คนรัก และตะโกนว่า “Ne m’oubliez pas” ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส ว่า “อย่าลืมฉัน” จึงเป็นที่มาของชื่อดอกไม้ชนิดนี้ ซ้ำยังเป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ได้อีกด้วย..

ขอบคุณภาพประกอบ : Pixabay,wikipedia

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น