อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

"ล่ามอาสา" วัคซีนป้องกันโรคเครียดจากโควิด-19

บทบาทของกลุ่มล่ามที่ช่วยสื่อสารภาษากับแรงงานต่างด้าว เป็นการทำงานเชิงรุกที่ทันกับปัญหาและสถานการณ์ ช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลงได้ อาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 น.


การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้หน่วยบริการสุขภาพ และบุคลาการทางการแพทย์ ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย แต่การรักษาทางการแพทย์นั้นอาจยังไม่ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะมิติทางสังคม ผู้ป่วยส่วนมากเกิดความเครียดจากการขาดรายได้ มีความกังวลด้านความเป็นอยู่ของครอบครัว และนับถือตัวเองน้อยลง



พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. จึงร่วมกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน LPN สมุทรสาคร  (LabourRights  Protection  Network Foundation) และภาคีเครือข่ายอีก 26 หน่วยงาน พัฒนาศักยภาพล่ามอาสาสมัครภาษาพม่า ภาษาเขมร และแกนนำชุมชน ร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสาสร้างกลไกทางสังคมที่ทำงานร่วมกับหน่วยบริการสุขภาพ โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำหน้าที่ช่วยเป็นล่ามแปลภาษา ให้ความช่วยเหลือดูแลด้านสังคมแก่ผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยง ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และคนในชุมชน

“สสส. ยังได้บูรณาการแผนงานต่าง ๆ ภายในองค์กร โดยร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ ผลิตสื่อสร้างความเข้าใจในรูปแบบภาษาเมียนมา สปป.ลาว เขมร รวมทั้งออกแบบหลักสูตรออนไลน์ในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ (อสต.) เพื่อนำไปขยายผลกับล่ามอาสาสมัครภาษาพม่า ภาษาเขมร และแกนนำชุมชนชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร หลังพบว่ายังมีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องจากภาครัฐ” พญ.ขจีรัตน์ กล่าว



ศ.ระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการฯ นี้เกิดขึ้นตั้งแต่การระบาดระลอกแรกเมื่อเดือนมกราคม 2563 ซึ่งในเวลานั้นนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสารวมตัวกัน 314 คน ผ่านการพัฒนาหลักสูตรสมรรถนะการทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อให้คำปรึกษาช่วยเหลือทางสังคมกับผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ได้รับผลกระทบ หลังจากนั้นมีนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา 110 คนติดตามผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1,465 คน ใน 4 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ผลการติดตามผู้ป่วยฯ พบ  3 ปัญหาหลักคือ ร้อยละ 49.8  มีปัญหาการประกอบอาชีพและการทำงาน ร้อยละ 45.6 มีปัญหาการพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจและรายได้ และร้อยละ 35.7 มีปัญหาความรู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจ  มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทางสังคมเพียง 11 รายคิดเป็นร้อยละ 0.7 ซึ่งแสดงถึงการเตรียมการรับมือด้านสาธารณสุขสามารถตอบสนองกับประชาชนได้ทันสถานการณ์

อย่างไรก็ตามการระบาดระลอกใหม่นี้ มีอุปสรรคสำคัญคือเรื่องของภาษาของชาติพันธุ์ต่าง ๆ จึงทำให้การทำงานรอบนี้มีความซับซ้อนต้องใช้ล่ามอาสาสมัครภาษาเมียนมา LPN ที่รู้จักพื้นที่รอบนอกตลาดกุ้ง เข้าไปดูแลให้ความรู้การป้องกันตนเอง โดยทำร่วมกับอาสาสมัครแรงงาน (อสร.) และอาสาสมัครแรงงานต่างชาติ (อสต.) ของกระทรวงแรงงาน และเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่สมุทรสาคร การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเตรียมอบรมล่ามอาสาสมัครภาษาเมียนมา โดยใช้วิธีการการจับคู่ระหว่างนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสากับล่ามแปลภาษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 30 คน  



ศ.ระพีพรรณ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมและศักยภาพของนักสังคมสงเคราะห์และล่าม จะต้องผ่านการฝึกอบรมสมรรถนะทางออนไลน์ 4 ครั้ง ประกอบด้วย 1.การให้คำปรึกษาเสริมพลังอำนาจกับผู้ป่วยโควิด-19 ทางออนไลน์ 2.การฝึกทักษะการฟัง 3.การฝึกทักษะการทำงานผ่านการใช้เครื่องมือการประเมินปัญหาทางสังคม และการวางแผนสร้างทางเลือกกับผู้ป่วยฯ 4.การคุ้มครองเด็กในภาวการณ์ระบาดโควิด-19 ในเดือนกุมภาพันธ์ กลุ่มอาสาสมัครจะเข้าสู่การปฏิบัติการร่วมกันในพื้นที่ระหว่างล่ามอาสาสมัครภาษาพม่ากับนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา พร้อมทั้งจะมีการติดตามผลการดำเนินการช่วยเหลือทางสังคมเพื่อพัฒนาไปสู่ระบบการดูแลสุขภาวะกับหน่วยงานของรัฐในระยะต่อไป.
               

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น