อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

พิสูจน์ฝีมือ "ตำรวจ-ปปง." ทลายขุมทรัพย์แก๊งพนัน!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ขนาดจับกุมแก๊งพนันได้ แต่ก็ยังมีเสียงเหน็บแนมว่าเป็นการจัดฉาก บ้างก็ว่าเป็นปฏิบัติการทุบหม้อข้าวกันเอง สังคมก็เลยหวั่นเกรงจะเป็นมวยล้มต้มคนดู !! อังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.


อย่าปล่อยโอกาส ให้ลอยนวล ถือเป็นการท้าทายผลงานของ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข (นรต.36) ผบ.ตร.คนที่ 12 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไหน ๆ นรต.รุ่น 36 ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไว้ให้กับวงการสีกากีเอาไว้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (นรต.36) ผบ.ตร.คนที่ 11 นั่งแท่น ’พิทักษ์ 1“ บริหารองค์กรตำรวจได้แบบยาวนานถึง 5 ปี   จากนั้นตามต่อด้วย บิ๊กปั๊ด เพื่อนร่วมรุ่น 36 รับไม้ต่อ

แต่การทำหน้าที่ ผบ.ตร. ของบิ๊กปั๊ด ได้เพียง 4 เดือนเศษ เจอเผือกร้อนเรื่องใหญ่ของสังคมแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะปัญหาวงการพนัน หลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเรื่อง บ่อนพนันใหญ่ภาคตะวันออก ที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ช่วงปลายปี 63 หรือ ปัญหาพนันออนไลน์ ที่ผู้คนเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ราวกับประเทศไทยเปิดเสรีมานานแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีการโฆษณาเชิญชวนกันแบบโจ่งครึ่มในสังคมโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก และไลน์



กระทั่งต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ฤกษ์ที่เริ่มปฏิบัติการ  ลุยกวาดล้าง เครือข่ายพนันออนไลน์ และ บ่อนพนันภาคตะวันออก ถือว่าจะเป็นปฏิบัติการใหญ่รับต้นปีก็ว่าได้ เพราะมีการทำงานกันแบบเต็มรูปแบบหลากหลายหน่วยที่แยกย้ายกันไปกวาดล้างจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ทั่วประเทศ พล.ต.อ.สุวัฒน์ มอบหมายงานให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (ผอ.ศปอส.ตร.) นอกจากนี้ยังส่ง พล.ต.ท.  รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปรักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 ตั้งทีมชุดเฉพาะกิจจับกุมเครือข่ายบ่อนพนันและตู้ม้า จนขนหนีกันกระเจิดกระเจิง นอกจากนี้ยังมีทีมของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. นำกำลังปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” กองปราบปราม มาช่วยทำงานอีกชุด

อย่าปล่อยให้เป็นมวยล้มต้มคนดู

ตำรวจลุยจับกุมได้ทั้ง นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ คาบ้านพักย่านภาษีเจริญ ดำเนินคดีข้อหาหนัก ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน, โฆษณาชักชวนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ผู้อื่นเล่นการพนัน ตาม พ.ร.บ.การพนัน และความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ถัดมาอีกไม่กี่วันจู่โจมจับกุม นายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือ หลงจู๊  คาคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองระยอง เบื้องต้นเอาผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่น การพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยนายสมชาย ให้การปฏิเสธ พร้อมยื่นขอประกันตัวออกไป



ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ขนาดจับกุมแก๊งพนันได้ แต่ก็ยังมีเสียงเหน็บแนมว่าเป็นการจัดฉาก บ้างก็ว่าเป็นปฏิบัติการทุบหม้อข้าวกันเอง สังคมก็เลยหวั่นเกรงจะเป็นมวยล้มต้มคนดู !!

ดังนั้นในเมื่อจังหวะมาแล้ว บิ๊กปั๊ด อย่าปล่อยทิ้งไป เคยผ่านผลงานการสืบสวนคดีอาชญากรรมใหญ่ ๆ มาแล้ว แถมสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่านี้ยังปิดคดีได้ กับแค่จับกุมเครือข่ายพนันแล้วจะปิดคดีให้ได้สมบูรณ์แบบก็ต้องไปให้ถึง “บัญชีเส้นทางการเงิน” ทั้ง หมด แล้วติดตามอายัดทรัพย์สินที่ได้จากเงินพนันซึ่งเอาไปฟอกผ่านการทำธุรกิจต่าง ๆ นานา หรือจะนำไปซื้อทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ในชื่อของพ่อแม่ญาติพี่น้องก็ต้องตามอายัดทรัพย์มาให้ได้เหมือนคดีจับแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ ๆ ชาวบ้านยังรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่านำเงินจากการพนันมาฟอกผ่านในรูปแบบใดบ้าง

แนะดึง “สรรพากรร่วมคลี่คลายคดี

ในเมื่อยุคนี้เป็นเรื่องของสื่อสังคมโซเชียล คดีบางคดีหรือข้อมูลหลักฐานบางเรื่อง ยังสามารถตามเข้าไปงัดข้อมูลเอามาตรวจสอบได้ไม่ยากเย็นเท่าไรนัก แค่ลองย้อนกลับไปดู ปี 63 ค้นหาตามในยูทูบ นายเสี่ยโป้ ได้เคยไปออกรายการใดบ้าง ให้สัมภาษณ์อะไรเอาไว้ เป็นข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะว่าตัวเองทำธุระกิจอะไรบ้าง ตั้งแต่ครอบครัวทำเสื้อผ้าส่งออก, ภรรยานำเข้าครีมเซรั่มผสมทองคำจากเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังไปเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจบ้านจัดสรรมูลค่าหลายร้อยล้านบาทอยู่ จ.ระยอง ระบุประธานบริหารโครงการบ้านจัดสรร คือ เสี่ยสมชาย 

สารพัดธุรกิจที่เคยอ้างเอาไว้ก็คงต้องไปตามรอยเส้นทางการเงิน เรื่องนี้คงไม่ได้ทำงานกันแค่ ตำรวจ-ปปง. ต้องดึงหน่วยงานอื่นที่มีความเชี่ยวชาญ อย่าง เจ้าหน้าที่สรรพากร มาช่วยตรวจสอบการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นนำเข้า-ส่งออก การเสียภาษี แต่ละธุรกิจอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน เรียกว่าถ้าจะให้คดีจบแบบสมบูรณ์คงต้องเป็นหนังเรื่องยาว   ไม่แพ้ซีรีส์ดังของต่างประเทศ การทลายเครือข่ายบรรดาเจ้าพ่อ ซึ่งกว่าจะเช็กบิลเจ้าพ่อได้ต้องใช้เวลาพอสมควร เชื่อว่าภาพยนตร์กับชีวิตจริงแทบจะไม่แตกต่างกัน บรรดาเจ้าพ่อกลัวมาก ๆ คือ การถูกไล่ตามอายัดเงินบัญชีทรัพย์สินต่าง ๆ ที่หามาได้ จึงพยายามลงทุนว่าจ้างทั้งฝ่ายกฎหมายมือดี ผู้เชี่ยวชาญการเงินการบัญชี มาช่วย เนื่องจากต้องนำ “เงินสด” ที่ส่วนใหญ่จะเก็บซุกซ่อนเอาไว้ตามห้องลับหรือห้องใต้ดินที่สร้างพิเศษ เมื่อได้จังหวะจะกระจายนำเงินสดออกมาลงทุนผ่านทางธุรกิจหลากหลายรูปแบบ หรือบางครั้งก็ต้องรับบทพ่อพระ นำเงินเป็นฟ่อน ๆ ออกไปบริจาคช่วยเหลือสังคม



จับตาเครือข่าย “เป็นต่อดาวรุ่งคนมีสี

ต้องยอมรับว่า มูลค่าเม็ดเงินพนัน ปัจจุบันมีนับหมื่นนับแสนล้านต่อปี เพราะเครือข่ายพนันไม่ได้มีเพียงนายเสี่ยโป้ หรือหลงจู๊ เท่านั้นยังมีอีกหลายกลุ่มที่ยังลอยนวล เหมือนที่ ทีมข่าว 1/4 Special Report เคยนำเสนอรายงาน ยุคทองพนันออนไลน์ ไปตั้งแต่ปี 63 ยังเหลือ “เป็นต่อ” เครือข่ายพนันออนไลน์ของ คนมีสี ที่ยังไม่ถูกตามจับกุม และมีการพูดถึงมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ยิง 4 ศพ ในบ่อนเฮียตี้ พระราม 3 เมื่อเดือน ส.ค.63 ขนาดมีการแย้มข้อมูลถึงชื่อย่อ “ซ” ที่เป็นคนหนุ่มกล้าได้กล้าเสียในการพนันออนไลน์ ยอมลงทุนไปซื้อสัมปทาการเปิดเว็บพนันออนไลน์ มาจากบ่อนกาสิโนทั้งของยุโรป อเมริกา และเอเชีย แล้วมาเปิดเซิร์ฟเวอร์เว็บพนันอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ตั้ง “นอมินี” ขึ้นมาดูแลธุรกิจแทนทุกอย่าง เพราะตัวเองเป็นคนมีสีจึงรู้ช่องโหว่ข้อมูลกฎหมายเป็นอย่างดี หากมีปัญหาอะไรขึ้นมาก็ไม่เกี่ยวข้องสาวไม่ถึง  

สำหรับเซิร์ฟเวอร์เว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่าย ’เป็นต่อ“ มีความเชื่อมโยงมาจากในบ่อนกาสิโนในหลายประเทศทั้งเกาะมาเก๊า และลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ระดมเงินทุนหลายร้อยล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์มาเป็นของตัวเอง จากนั้นก็จะตั้งชื่อเว็บไซต์ขึ้นมา และลงท้ายด้วยเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้น โดยจะมีทีมงานดูแลระบบการทำเว็บพนันออนไลน์ให้อย่างละเอียดทั้งการสมัคร ถอนเงิน จ่ายเงิน เปิดบัญชีหลบเลี่ยง และวิธีสร้าง ’เครือข่ายเอเจนซี่“ หาคนเล่นพนันออนไลน์ พร้อมแบ่งเงินให้กับเอเจนซี่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เอเจนซี่หาลูกค้ามาเล่นได้มากก็จะได้เงินตอบแทนสูงเช่นเดียวกัน

ต้องยอมรับว่าเม็ดเงินมหาศาล มันไม่เข้าใครออกใคร อดีตมีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว บรรดา “คนมีสี” ที่ยังรับราชการเข้าไปมีเอี่ยวอยู่แวดวงพนัน หรือถึงขั้นเป็นเจ้าของบ่อนกาสิโนเสียเอง ปัจจุบัน  รูปแบบการพนันเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี เมื่อการพนันกระโดดเข้าไปในโลกออนไลน์ บรรดาคนมีสีนอกรีตบางกลุ่มที่อดทนความยั่วยวนของเม็ดเงินมหาศาลไม่ไหวก็กระโจนลงไปเป็น “เจ้ามือ” ด้วย !  การแก้ปัญหาพนันในไทยจึงเป็นอีกเรื่องใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะยุคไหนพอเรื่องเงียบก็กลับไปเหมือนเดิม.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น