อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

กี่ยุคๆวัยรุ่นไทยก็ไม่เปลี่ยน 'มองหน้า'เท่ากับ'หาเรื่อง'??

สน.รอตรวจ โดย บิ๊กสลีป ว่าด้วยเรื่องการมองหน้าเท่ากับหาเรื่อง ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย หนึ่งในปัญหาที่สร้างความโมโหและความไม่พอใจให้กับวัยรุ่นไทยมากที่สุดคือ "การมองหน้า" ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น.


“ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายสิ่งใดให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย นั่นหมายความว่าตัวคุณเองยังไม่เข้าใจมันดีพอ” ปรัชญาคำคมข้อคิดจาก "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20

จะกี่ยุค กี่สมัย กี่ปี กี่ชาติ หนึ่งในปัญหาที่สร้างความไม่พอใจ ความโมโห ความเดือดดาล ให้กับ "วัยรุ่นไทย" มากที่สุด คงหนีไม่พ้น "การมองหน้า" แม้จะไม่รู้จักกัน แม้จะไม่ได้บาดหมางกันมาก่อน แต่แค่มองหน้า อีกฝ่ายจะคิดทันทีว่า "มึงหาเรื่องกู"

ก็ไม่รู้ว่าใครในยุคอดีตที่นึกคิดตั้งข้อห้ามนี้ขึ้นว่า ถ้ามองหน้าเท่ากับหาเรื่อง แต่มันยังสร้างปัญหามาจนยุคปัจจุบัน เฉกเช่นเหตุการณ์ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา



เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ นายอภิชาติ ศิริสุข หัวหน้าศูนย์กู้ภัยวังกรูดสตึก อ.สตึก กำลังตรวจตราปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณข้างรั้วโรงเรียนอนุบาลสตึก ตรงข้ามกับที่ทำการหน่วยกู้ภัยวังกรูด ก็ได้พบเห็น 2 วัยรุ่น กำลังรุมทำร้ายร่างกายวัยรุ่นอีกฝ่ายอย่างอุกอาจ

ตอนนั้นหัวหน้าศูนย์กู้ภัยฯ รู้สึกตกใจมาก พอตั้งสติได้ก็รีบโทรฯ แจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายเหตุการณ์ อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเก็บหลักฐานสำคัญไว้ให้ นั่นคือการอัดคลิป ถ่ายภาพ ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ประกอบสำนวนคดี

ต้นเรื่องมันเริ่มจากคู่เพื่อนซี้ นายเอ และ นายบี อายุ 16 ปี เท่ากัน กำลังนั่งเล่นกันเพลินๆ แถวสวนสาธารณะ จากนั้นก็เห็น จยย.ขี่ผ่านหน้ามาใกล้ๆ ด้วยความที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มันก็ต้องเงยหน้ามองดูคนมองดูรถ

เป็นการมองแบบรวมๆ ไม่ได้เจาะจงเพ่งไปที่ใบหน้าหรือดวงตาเพื่อจะหาเรื่อง ซึ่งเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่ 2 วัยรุ่นที่ขี่ซ้อน จยย.กันมาจะไม่สบอารมณ์ ขี่รถวนกลับมาหาพร้อมทั้งโวยวายว่า "มองหน้าหาเรื่องหรือไง"



เมื่ออันตรายจะมาถึง คู่เพื่อนซี้ก็รีบโดดคร่อม จยย.แล้วบิดหนีทันที แต่แทนที่เรื่องจะจบแค่นั้น เจ้า 2 โจ๋ขาซ่ายังเร่งเครื่องไล่ตามมาอีก กระทั่งพอมาถึงข้างรั้วโรงเรียนอนุบาลฯ ก็ขี่ปาดหน้ารถคู่กรณีจนล้มคว่ำ 

จังหวะนั้น นายบี ลุกขึ้นมาได้ก่อนแล้วรีบวิ่งหนี ทิ้งให้ นายเอ ที่ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่รอประสบชะตากรรม ก่อนที่ 2 โจ๋ซ่าจะปรี่เข้ามาประเคนแข้งใส่แบบไม่ยั้ง พร้อมตะโกนถามตลอดเวลา "มองหน้ากูทำไม" "มองหน้าหาเรื่องหรือมึง" โดยที่ไม่แคร์สายตาประชาชนที่สัญจรไปมาแถวนั้นเลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายเมื่อเริ่มบานปลาย 2 นักเลงซ่าก็รีบซิ่ง จยย.หลบหนีไป ขนาด แม่ของ นายเอ ยังรับไม่ได้เมื่อเห็นคลิปตอนลูกชายโดนทำร้ายอย่างไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ก่อนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่า คนที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ไม่ได้เป็นศัตรูคู่อริกันมาก่อน จะกล้ารุมทำร้ายกันได้กลางวันแสกๆ แถมยังเป็นในที่สาธารณะด้วย เพียงแค่ด้วยเหตุผลอันยิ่งใหญ่จนเกินรับได้อย่าง "มองหน้า" แปลว่า "หาเรื่อง" เท่านั้นเองจริงๆ

ตำรวจชุมชนสัมพันธ์


บริการประชาชน
ร.ต.อ.ธีรเศรษฐ์ บดีกุลจิโรภาส รอง สวป. หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงด่านช้าง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ตำรวจน้ำดี ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ติดดิน เมื่อเห็นสัตว์ถูกรถชนตายอยู่บนถนน ต้องจอดรถลงมาเก็บนำไปขุดดินฝังกลบ รวมถึงเศษดินโคลนจากรถบรรทุกตกหล่นเปรอะเปื้อนบนถนน ก็จะลงมาใช้พลั่วแซะเก็บกวาดออกให้พ้นเส้นทาง ด้วยสำนึกในหน้าที่บริการประชาชนดุจญาติมิตร ห่วงใยทุกชีวิตเป็นมิตรทุกเส้นทาง ด้วยเราคือ “ตำรวจทางหลวง” ลั่นหยุดทำความดีไม่ได้ เพราะอายรางวัลที่ได้รับมา



ช่วยดับไฟป่า
พ.ต.อ.รัตนสุข  คำวงศ์  ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ได้มอบหมายให้  ร.ต.อ.ปัณณทัต  เชื้อป้อง รอง สวป.สภ.ชุมแพ นำอาหาร เครื่องดื่ม มอบให้กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ชาวบ้าน จิตอาสา ที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟไฟไหม้ป่า บริเวณ เชิงเขาภูเวียง (ฝั่งชุมแพ) ตำบลหนองไผ่ โดยไฟได้ลุกไหม้ป่าลุกลามขยายวงกว้าง ซึ่งเกิดจากฝีมือมนุษย์ ที่ลักลอบจุดเผื่อหวังผล ในการเก็บของป่า ล่าสัตว์ในฤดูฝนที่จะมาถึง ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศ สัตว์ป่าไร้ที่อยู่อาศัย ต้นไม้ล้มตายเป็นจำนวนมาก



พิษภัยยาเสพติด
พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมโครงการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครตำรวจบ้าน ต้านภัยยาเสพติดรุ่นที่ 2 ที่จัดอบรมระหว่างวันที่ 23-24 ก.พ. เนื่องด้วยตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย มีนโยบายในการสร้างเครือข่ายตำรวจบ้าน เพื่อการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมปฏิบัติงานกับตำรวจ จึงได้จัดโครงการ “ฝึกอบรมการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครตำรวจบ้าน ต้านภัยยาเสพติด” เพื่อเป็นการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ให้เข้ามาร่วมกันปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันปราบปราบอาชญากรรม ยาเสพติด และอุบัติภัยต่างๆ พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรม ณ หอประชุมวรรณกลาง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย





ปราบปรามแว้นซิ่ง
เมื่อเร็วๆ นี้ พ.ต.อ.ณัฐจักร จันลา ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.เตชทัต เนตรุวงค์ รอง ผกก.ป.สภ. พ.ต.ต.สมภพ มาพิงค์ สว.จร. พร้อมกำลังตำรวจสายงานจราจร สายงานป้องกันปราบปราม ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการเชิงรุก 'ตำรวจปราบ โรงเรียนปราม แว้นซิ่ง' เพื่อลดและแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทางสาธารณะ ณ วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา.

************************************
คอลัมน์    :     สน.รอตรวจ

โดย         :      บิ๊กสลีป


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น