อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

เมื่ออิสราเอลจ่ายค่าไถ่ด้วยวัคซีนโควิด-19 แก่ซีเรีย

ในเมื่อซีเรียมีรัสเซียหนุนหลังในการทำสงครามกลางเมืองอยู่ ทำไมไม่ส่งวัคซีนให้ซีเรียไปเลย ทำไมต้องให้อิสราเอลเอาเงินค่าไถ่ไปซื้อให้แทน พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น.

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทาง อิสราเอลได้รับตัวหญิงสาววัย 23 ปีจากการโดนจับกุมในซีเรีย หลังช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หญิงสาวคนนี้ซึ่งชื่อได้รับการปกปิดตามคำสั่งของศาลได้เดินทางเข้าไปในประเทศซีเรียอย่าง ผิดกฎหมาย แล้วไปเจอคนซีเรีย พวกเขาพบว่าเธอเป็นคนอิสราเอล จึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ซึ่งเพื่อนของเธอในอิสราเอลได้แจ้งเรื่องไปยังรัฐบาลเพื่อหาทางช่วยเหลือเธอให้กลับมาตุภูมิให้ได้

ขอปูพื้นฐานนิดนะครับ สำหรับอิสราเอลกับซีเรียนั้นเป็น ชาติเพื่อนบ้านกันในดินแดนตะวันออกกลาง แต่ความเป็นเพื่อนบ้านกันนี้ไม่ได้หมายถึงไมตรีเหมือนไทยพม่า ไทยลาว ไทยเขมร นะครับ เพราะอิสราเอลกับซีเรียเขา ทำสงคราม กันมาตั้งแต่รัฐประเทศอิสราเอลก่อตั้งประเทศมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นศัตรูใกล้ชิดกันก็ไม่ผิดจะดีกว่า

ทั้งนี้ซีเรียนั้นประสบปัญหาสงครามกลางเมืองซึ่งก็เป็นปีที่ 11 แล้ว หลังรัฐบาล บาซาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีเจอกับการต่อต้านของกลุ่มคนและประชาชนในประเทศ จนเกิดการแข็งข้อในกองทัพ มีการรวมตัวทำสงครามในซีเรีย ซึ่งปัญหาที่มันยืดเยื้ออยู่ถึงปัจจุบันนี้ นั่นก็เพราะว่าซีเรียนั้นมีชาติมหาอำนาจอย่างรัสเซียเข้ามาหนุน ส่วนฝ่ายต่อต้านก็มีอเมริกาและชาติตะวันตกเข้าหนุน ผ่านไป 11 ปี สงครามไม่จบ เกิดวิกฤติผู้อพยพลี้ภัยจำนวนมหาศาล มีคนตายจากระเบิดชีวภาพ ซึ่งตามกฎหมายนานาชาติแล้วเขาห้ามใช้ ตัวอัสซาดยังคงกุมอำนาจเป็นผู้นำประเทศบนซากปรักหักพังและซากศพของคนซีเรียอยู่



โดยใน ช่วงโควิด-19 นั้น อิสราเอลประสบความสำเร็จในการฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ ตอนนี้มีคนถูก ฉีดวัคซีนแบบเข็มเดียวไปแล้วเกือบครึ่งประเทศ อย่างไรก็ดีคนที่โดนฉีดส่วนใหญ่จะเป็น คนยิว ซึ่งเป็นประชากรหลักของอิสราเอล แต่เผอิญว่าดินแดนของอิสราเอลนั้น มันมีส่วนหนึ่งที่มีคน ปาเลสไตน์ อาศัยอยู่ ซึ่งก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่เป็นหลักหลายล้าน ในฐานะพลเมืองในประเทศ หรือประชาชนที่ถูกอิสราเอลยึดครองดินแดน รัฐก็ต้องจัดหาวัคซีนให้คนปาเลสไตน์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาอิสราเอลก็ให้วัคซีนนะครับ แต่น้อยมาก คนหลักล้านให้หลักพัน แถมบอกว่าต้องฉีดให้คนยิวก่อนจากนั้นถึงค่อยไปให้คนปาเลสไตน์ เรื่องนี้ทำให้มีคนวิจารณ์ประเทศอิสราเอลอย่างมากด้วย

ในขณะที่อิสราเอลฉีดวัคซีนให้คนยิวเกินครึ่งประเทศแล้ว ทางซีเรียนั้น ไม่มีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนเลย ความหายนะครั้งนี้ มันถูกหยิบยกมาพูดคุยในการเจรจาปล่อยตัวหญิงสาวคนยิวที่โดนทางการซีเรียจับไป โดยอิสราเอลตกลงจะจ่ายเงินสนับสนุนวัคซีนโควิด-19 ของรัสเซียให้กับซีเรียนำไปใช้แจกจ่ายฉีดกับประชาชนกัน



ถ้าใครอ่านถึงบรรทัดนี้ อาจตะงิดสงสัยได้ว่า ในเมื่อซีเรียมีชาติมหาอำนาจอย่างรัสเซียหนุนหลังในการทำสงครามกลางเมืองให้กับรัฐบาลอยู่ ทำไมรัสเซียไม่ส่งวัคซีนให้ซีเรียไปเลย ทำไมต้องให้อิสราเอลไปซื้อให้แทน

นี่แหละครับ การเมืองระหว่างประเทศ เพื่อนกันสนับสนุนกัน แต่เรื่องค้าขายมันไม่ฟรี ทุกอย่างต้องมีผลประโยชน์เสมอ ดังนั้นรัสเซียไม่ให้ซีเรียใช้วัคซีนทั้งที่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่กลับให้อิสราเอลซึ่งเป็นศัตรูกับซีเรียซื้อวัคซีนให้ใช้แทน

การเจรจานี้ ไม่มีการยืนยันจากทั้งรัสเซีย อิสราเอลและซีเรียนะครับ มันเหมือนต่อรองทางลับเป็นการจ่ายค่าไถ่ด้วยวัคซีนเลย เดิมนั้นอิสราเอลเสนอว่าจะส่งนักโทษซีเรียที่โดนอิสราเอลจับ 2 คนกลับคืนประเทศ ปัญหาคือนักโทษซีเรีย 2 คนนี้ตกลงกันว่า คุกอิสราเอลน่าจะดีและปลอดภัยกับพวกเขากว่าการถูกส่งตัวกลับมาตุภูมิ จึงไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของแผนแลกตัว ดังนั้นอิสราเอลจึงเสนอการปล่อยตัวสายลับซีเรียแทน โดยระหว่างการพูดคุยเรื่องค่าไถ่ ซึ่งไปถกกันผ่านรัสเซียซึ่งมาเป็นตัวกลางในการเจรจาให้ ข้อเสนอเรื่องวัคซีนโควิด-19 ก็โผล่เข้ามาในวงเจรจา พอเข้ามาแล้วก็ดีครับ มันถูกใช้เป็นข้อเสนอได้อย่างลงตัว อิสราเอลได้พลเมืองคืน ซีเรียได้ฉีดวัคซีน ส่วนรัสเซีย อะแฮ่ม....ได้เงินจากการขายวัคซีนอย่างสบาย ๆ จากอิสราเอล

หลายคนอาจจะบอกว่า โอ้โห มันวุ่นวายซับซ้อนมากเลย กะอีแค่คน ๆ เดียว แล้วสาวยิวที่โดนจับนั้น ก็มีพฤติกรรมข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายเสมอ แต่ทุกครั้งจะเจอทหารอิสราเอลตรวจพบก่อน นำตัวไปสอบสวน จบลงด้วยการตักเตือนว่า อย่าทำแบบนี้อีก แต่ครั้งนี้เธอข้ามพรมแดนแบบผิดกฎหมายไปได้โดยที่ทหารอิสราเอลไม่เห็นแล้วก็ถูกจับ



ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะบอกว่า ก็ควรโดนแล้วนิ แต่ถ้าคิดแบบนี้ คุณก็หลุดไม่พ้นกรอบของรัฐชาติผู้ไม่มีประชาชนอยู่ในหัวใจเลย ซึ่งประเทศที่เจริญและเป็นอารยะนั้น ประชากรเพียง 1 คนนั้นก็มีค่าอย่างมาก เราจะเห็นในหนังฝรั่งว่า ทำไมต้องเข้าไปช่วยพลเมืองตัวเองในประเทศอื่น หลายครั้งไม่ยินยอมให้ติดคุกด้วยซ้ำ เจรจาการทูตมากมาย นั่นก็เพราะว่าประเทศเหล่านี้เขาถือว่า ประชาชนเป็นเจ้านาย เป็นส่วนหนึ่งของสังคม รัฐชาติที่ดีจะขาดประชาชนไปไม่ได้ ดังนั้นเดือดร้อนอะไร ก็ต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ฟังดูแล้วมันช่างต่างกับประเทศเราไหมครับ ก็หวังว่าสักวันหนึ่ง ประเทศนี้จะมีประชาชนอยู่ในหัวใจอย่างแท้จริงและมากกว่านี้สักที

กลับมาที่อิสราเอล พอเจรจากันมาถึงจุดนี้เรื่องวัคซีนตกลงกันได้ ก็มีการส่งตัวผู้หญิงยิวคนนี้ไปรัสเซียแล้วให้ทางการอิสราเอลไปรับตัวมา โดยระหว่างที่ไม่มีรัฐบาล 3 ประเทศออกมาเผยข้อมูล นักข่าวจากสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทมส์ ก็ไปหาข้อมูลว่า วัคซีนรัสเซียเตรียมเดินทางมาซีเรียแล้วด้วยการบรรทุกทางเรือ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซียก็ส่งทูตพิเศษไปซีเรียแล้ว คาดว่าก็คงจะเตรียมการฉีดวัคซีนกันในเร็ววันนี้แน่นอน



เรียกได้ว่าเป็นการ จ่ายค่าไถ่ด้วยวัคซีนอย่างแท้จริง ซึ่งก็เป็นกระแสหลักของทุกประเทศในโลกที่ต้องจัดการโควิด-19 ให้ได้ อิสราเอลอาจดูเหมือนเสียเงิน แต่การฉีดให้คนซีเรียซึ่งประเทศมีพรมแดนติดกับอิสราเอลนั้น มันก็น่าจะช่วยป้องกันเชื้อโรคซึ่งมันไม่สนพรมแดนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ต้องพึ่งหนังสือเดินทางอะไรเลย เราเลยเจอโรคระบาดกันอยู่แบบนี้ไงครับ

ก็ถือว่าเป็นหมากก้าวเดินที่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เสียอย่างเดียว เพราะในนามของมนุษยธรรม แม้ 2 ประเทศจะเป็นศัตรูกัน แต่การได้ช่วยเหลือกันแบบนี้ มันก็ถือเป็นความคืบหน้าทาง ความสัมพันธ์ทางการทูต ที่น่าสนใจทีเดียว แม้มันจะขยับช้าหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

กลเกมการเมืองในตะวันออกกลางนั้นซับซ้อนมาก หากมีโอกาสเขียนถึงข่าวต่างประเทศที่เอี่ยวกับตะวันออกกลางในครั้งหน้า ผมจะขยายให้ผู้อ่านเห็นภาพมากกว่านี้ สำหรับอาทิตย์นี้ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านมาก ๆ ครับ

ลาไปก่อน....สวัสดีครับ

..........................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 188