อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อย่าใช้ไอโอสร้างความเกลียดชัง 

เรื่องหนึ่งที่ควรจะต้องมีการตรวจสอบให้โปร่งใส คือ ในภาวะบ้านเมืองแตกแยกเช่นนี้ ฝ่ายความมั่นคงมีการใช้ปฏิบัติการทางอินเทอร์เนตเพื่อสื่อสารโจมตีฝ่ายตรงข้าม ที่จะขยายสร้างสถานการณ์ไปจนถึงสร้างความเกลียดชังหรือไม่ พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.


ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ก็มีอะไรที่น่าบันทึกไว้หลายอย่าง ที่รัฐมนตรีตอบไม่เคลียร์ก็เรื่องหนึ่ง เรื่องงูเห่าพรรคก้าวไกลที่ไปโหวตให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งบางคนก็เคลื่อนไหวในนามก้าวไกลมานานจนเปิดชื่อออกมาแล้วคนเหวอ อย่าง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ นายคารม พลพรกลาง

เรื่องที่ต้องตามต่อคือ หลังจากนี้จะมีการยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ให้เอาผิดใครบ้าง อย่างน้อยคนหนึ่งที่โดนแน่ๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และที่มีข่าวจะโดนคือรัฐมนตรีในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี

เรื่องหนึ่งที่ควรจะต้องมีการตรวจสอบให้โปร่งใส คือ ในภาวะบ้านเมืองแตกแยกเช่นนี้ ฝ่ายความมั่นคงมีการใช้ปฏิบัติการทางอินเทอร์เนตเพื่อสื่อสารโจมตีฝ่ายตรงข้าม ที่จะขยายสร้างสถานการณ์ไปจนถึงสร้างความเกลียดชังหรือไม่ โดยในการอภิปรายวันที่ 4 ผู้ปลุกประเด็นคือนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล

เป็นการอภิปรายนายกฯ เรื่องการทำปฏิบัติการทางข้อมูลสื่อสาร(ไอโอ)ของกองทัพ ซึ่งเป็นการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เสียเอง และยังจงใจปล่อยให้มีการใช้งบประมาณ เวลาราชการ และบุคลากรภาครัฐในการทำงานสร้างความเกลียดชัง เอาความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ มาเป็นอาวุธทำร้ายประชาชน

นายณัฐชา ได้นำคลิปการประชุมวีดิโอคอนเฟอร์เรนท์ การสั่งการทำไอโอของมณฑลทหารบกที่ 21 เมื่อเดือน ก.พ. 2563 มาเปิดในสภา ซึ่งนายณัฐชา ระบุว่า การสั่งการในคลิปดังกล่าวเป็นเวลา 4 วันก่อนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่  แต่มีการสั่งให้เตรียมการรับมือการยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างชัดเจน ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดถึงรู้ก่อน

“และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีเอกสารฉาวว่าด้วยการทำไอโอ โดยเป็นการเปิดอบรมผ่านหลักสูตรของโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน มีกลไกการทำงานแบ่งทีมเป็นฝ่ายขาว ที่เป็นงานประชาสัมพันธ์ และฝ่ายดำมุ่งโจมตีด้อยค่าฝ่ายตรงข้ามด้วยข้อหาไม่จงรักภักดี  โดยใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ  และยังมีการระบุเป้าหมายว่าต้องมียอดบัญชีไอโอกว่า 54,800 บัญชี

ในเรื่องนี้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์  ในฐานะรมว.กลาโหม ไม่เคยมีนโยบายและไม่เคยสั่งการเรื่องปฏิบัติการที่เรียกว่าไอโอ หรือให้หน่วยงานใด นายทหารคนใดไปกระทำการให้ร้ายใคร  สิ่งที่กองทัพทำนั้นคือการทำอย่างไรให้กำลังพลได้เรียนรู้และเข้าใจถึงการพัฒนาของเทคโนโลยี

ทั้งนี้ รวมไปถึงการติดตามและรู้เท่าทันสื่อ  มีสติและมีการพิจารณาได้ว่าข้อความต่างๆในสื่อโซเชียลมีความถูกต้องหรือเป็นจริงหรือไม่  บัญชีต่างๆ มีการเปิดเผยชัดเจน ไม่ได้ปิด  การอ้างถึงฝ่ายตรงข้ามนั้น เป็นลักษณะวิธีการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติการ แต่ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นประชาชน

แต่สิ่งที่เป็นหลักฐานที่ถูกเปิดคลิปนั้น “บิ๊กช้าง” ชี้แจงเพียงว่า การบันทึกภาพและเสียงการประชุมของมณฑลทหารบกที่ 21 ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ซึ่งนายณัฐชานำมาเปิดนั้น ตนก็เพิ่งเห็น และไม่ทราบว่าเกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งนายณัฐชาได้ตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณรัฐในโครงการเหล่านี้ด้วยหรือไม่

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่จริงๆ ก็พูดกันมาตั้งแต่ก่อนเรื่องมีม็อบ เรื่องมีการปฏิบัติการใช้ไอโอจัดการ“ด้อยค่า” ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าส่งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบมาก เพราะกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย แต่ตรงนี้เป็นบทพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่งว่า เราจะเข้าไปตรวจสอบกระบวนการในกองทัพได้หรือไม่

หรือจะยังปล่อยให้เป็นแดนสนธยาที่ทำกันเอง สอบกันเองต่อไป  แต่ประชาชนเขาอยากรู้มีไอโอหรือไม่.    
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น