อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

ไทยตกขบวน COVAX

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เพราะการบริหารนโยบายวัคซีนที่ห่วยแตกของรัฐบาลที่ซื้อที่แพงกว่าเเละช้ากว่าประเทศอื่น ทำให้เศรษฐกิจเสียหายนั้นเสียหาย จนสิ้นปีนี้ยังไม่รู้จะฟื้นได้ขนาดไหน พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.00 น.


เมื่อวานนี้ตอนสาย ๆ ประเทศไทยก็ได้รับวัคซีนที่ซื้อจาก ซิโนแวค 2 แสนโด๊ส บินตรงจากจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีการจัดพิธีใหญ่เชิญกองทัพนักข่าวเป็นสักขีพยานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งชื่องานว่า “วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย” มี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข 2 หัวเรือใหญ่ของรัฐบาลไปเป็นเจ้าภาพรับวัคซีนลอตแรกที่คนไทยรอกันมานาน

ส่วนอีก 1.8 แสนโด๊สที่องค์การเภสัชสั่งซื้อไว้จะมาครบในเดือนเมษายนนี้ ใครจะฉีดคนแรก เป็นนายกฯ ที่อาสาเป็นหนูทดลองยา หรือจะเป็น นายอนุทิน ก็ไม่สำคัญ แต่การที่คนไทยฉีดวัคซีนช้า ทั้งที่เพื่อนบ้าน เมียนมา ลาว เขมร เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฉีดกันหมดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอิสราเอลที่ประชาชน 80% ฉีดเรียบร้อยแล้ว สำคัญกว่า



ใครจะอวยรัฐบาลไส้แตก เชิญนะ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เพราะการบริหารนโยบายวัคซีนที่ห่วยแตกบกพร่องของรัฐบาล ไม่ต้องโยนบาปให้ใคร โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาลที่เป็นด่านหน้าสู้ศึกโควิด ไม่มีใครไปตำหนิแม้แต่น้อย

หากแต่เป็นรัฐบาล 3 . ที่ทำให้คนไทยเสียโอกาสด้านสุขภาพ และเรื่องเศรษฐกิจไปแบบไม่น่าให้อภัย
ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ หรือนายอนุทิน ยังไม่เคยยอมรับความผิดพลาดเลย มีแต่แก้ตัวไปเรื่อยหรือมีอะไรแอบแฝงก็ไม่รู้โดยเฉพาะที่ว่าไม่อยากให้คนไทยเป็นหนูทดลองยา ทำยังกับผู้นำโลกคนอื่น ๆ ไม่ห่วงใยคนของเค้าจับประชาชนเป็นหนูทดลองยาแน่ะ



นี่ละนะ ที่เค้าบอก ผนงรจตกมคงจะจริง
การจะสร้างภาพไปรับวัคซีนลอตแรกให้เก๋ไก๋ยังไง จึงลบล้างความผิดพลาดข้อนี้ไม่ได้ ขณะที่อีกเรื่องที่รัฐบาลไม่ยอมแถลงชี้แจง แม้ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจกลางสภาอย่างดุเดือด ก็คือการที่ ไทยตกขบวน COVAX ซึ่งเป็นองค์กรที่องค์การอนามัยโลกตั้งขึ้นมาจัดสรรวัคซีนให้ชาติต่าง ๆ เข้าถึงวัคซีนได้ในราคาถูกลง และไม่เหลื่อมล้ำจนเกินไป

ทำให้ขณะนี้มี 172 ชาติที่เข้าร่วมกับ COVAX ในอาเซียน มีไทยประเทศเดียวไม่เอา มันไม่น่าตั้งคำถามและต้องการคำตอบที่ ตรงไปตรงมาหรอกหรือ และยิ่งน่าสงสัยไปอีกกับข้อมูลที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.ปากกล้ารุ่นใหม่ ประสิทธิภาพล้ำ จากพรรคก้าวไกล ที่พูดในสภาว่า ในแผนซื้อวัคซีนของไทยตอนแรกจะซื้อจาก COVAX 20% แต่ต่อมาหายไปเฉย ๆ?!?

แม้จะอ้าง ก.ม.ไทยไม่เอื้อให้มีการวางมัดจำไว้ก่อน หากวัคซีนไม่ได้ผลก็จะไม่ได้เงินคืน นี่ก็อีก แล้ว 172 ชาติที่เข้าร่วม COVAX โง่กว่าไทยหรือไร หรือแม้จะอ้าง ก.ม. ไม่เอื้อ อ้าว รัฐบาล 3ป. มีอำนาจเบ็ดเสร็จคุมทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนฯ



ทำไมไม่แก้ ก
..เพื่อผลประโยชน์ประชาชน
ไม่ได้เขียนหาเรื่อง แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยควรได้รับคำตอบที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ตอบแบบปรี๊ดแตก ใครถามเท่ากับพวกชังชาติ ไม่ภูมิใจที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางผลิตวัคซีคโควิด ไปโน่น มันควรให้ความเคารพภาษีของประชาชนที่รัฐบาลจะนำเงิน 6,000 ล้านไปซื้อวัคซีนมาฉีดให้คนไทย ไม่ใช่หรือ

แล้วการไปผูกขาดซื้อวัคซีนกับ แอสตราเซเนกา เจ้าเดียว (ลอตแรก 26 ล้านโด๊ส) ทั้งที่ทั่วโลกล้วนกระจายความเสี่ยง ซื้อวัคซีนจากหลายเจ้า แบบที่ ส.ส.วิโรจน์ หรือ นพ.เรวัติ วิศรุตเวช จาก เสรีรวมไทย หรือ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่รุมแสดงความสงสัยและกังวล คนเหล่านี้ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชน ไม่ควรจะรับก้อนอิฐ ควรได้ดอกไม้มากกว่า จริงหรือไม่

ในเมื่อซื้อวัคซีน แอสตราเซเนกา จาก COVAX ราคา 3 ดอลลาร์ต่อโด๊ส เพราะซื้อมาก ๆ แล้วค่อยเอามาแจกจ่าย ขณะที่ไทยต้องซื้อ 5 ดอลลาร์ต่อโด๊ส เพราะซื้อน้อย ใครทำให้ไทยเสียโอกาส ทำไมต้องซื้อแพงกว่าแถมได้ช้ากว่า



อย่าลืมว่าไทยได้วัคซีนช้าไป
1 เดือน เสียหายทางเศรษฐกิจไปแล้ว 2.5 แสนล้าน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและภาคบริการที่สาหัส สิ้นปีนี้ยังไม่รู้จะฟื้นได้ขนาดไหน นักท่องเที่ยวไม่มีทางมาหรอก หากไทยฉีดวัคซีนไม่ทั่วถึงพอ?!?

แล้วยังจะมา “หวงก้าง” ไม่ให้ภาคเอกชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่จะขอซื้อวัคซีนมาบริการประชาชนอีก ทำไมไม่เปิดโอกาส ใครพร้อมมีเงินก็ให้เค้าทำสิ มีเหตุผลอะไรนอกเหนือการอ้างความห่วงใยแต่กลับทำให้คนไทยได้ฉีดวัคซีนช้ากว่าใคร

แถมสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปไม่รู้กี่แสนล้านแล้ว.

----------------------
ดาวประกายพรึก


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    19%
  • ไม่เห็นด้วย
    81%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 94