อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

'ผัวพิการ-เมียอัมพาต'คู่ทรหด ครองรัก40ปีในบ้านขยะ

คู่ทรหดครองรัก 40 ปี ในบ้านขยะ มด หนู แมลงสาบ ตะขาบยั้วเยี้ย เมียติดเตียง ผัวพิการหลังค่อมป้อนข้าวป้อนน้ำ เก็บของเก่าขายคุ้ยขยะประทังชีวิต ยิ้มแก้มปริจากนี้อะไรจะดีขึ้นหลังทหารเรือช่วยดูแลคุณภาพชีวิต   อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


ไม่เห็นกับตาก็คงไม่เชื่อ!! ชีวิตตายายคู่ทรหดสายใยรักที่ถักทอมานานกว่า 40 ปี  นายกฤษณะ เทียมสุวรรณ อายุ 78 ปี อดีตภารโรง โรงเรียนสัตหีบ เขตฐานทัพเรือสัตหีบ พิการหลังค่อม กับนางศรีรัตน์ เทียมสุวรรณ อายุ 63 ปี ภรรยาที่เป็นอัมพาตนอนติดเตียง อาศัยอยู่กันในบ้านเลขที่ 35/21 ซอยสัตหีบสุขุมวิท 47 หมู่ 3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สภาพบ้านเต็มไปด้วยขยะเน่าเหม็นกองมหึมาจนไม่มีพื้นที่ทางเดินเหลือ ชีวิตที่กินนอนบนกองขยะมีทั้งมด หนู แมลงสาบ พาหะเชื้อโรคมากมาย และตะขาบ สัตว์เลื้อยคลานอันตรายจำนวนมาก 

ตากฤษณะ กล่าวว่า เมื่อก่อนตนทำงานเป็นภารโรง อยู่กินกับยายศรีรัตน์มานาน 40 ปี ช่วยกันทำมาหากินสร้างตัว กระทั่ง 20 ปีก่อน ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อภรรยาต้องมาพบกับชะตากรรมที่เลวร้าย หมอตรวจพบเป็นนิ่วในถุงน้ำดีจึงได้เข้าทำการผ่าตัด ต่อมาไม่นานภรรยาก็เดินไม่ได้ พยายามกินยาหาหมอหลายที่รักษาตัวอยู่นานนับปีแต่ก็ดูเหมือนความฝันที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้งนั้นไม่มีจริง แต่ตนก็ไม่เคยย่อท้อ ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งภรรยา คอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดตัวให้ทุกวัน ขณะเดียวกันตนก็ต้องดิ้นรนหาเงินด้วยการเก็บของเก่าขายและได้อาหารเหลือทิ้งจากกองขยะมาประทังชีวิต



เราสองตายายมีลูกสาวคือ น.ส.สุภาพร เทียมสุวรรณ อายุ 30 ปี เมื่อก่อนเขาไปทำงานอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด แต่พอสามีเสียชีวิตและตัวเองก็ตกงานเพราะพิษโควิดเลยพาลูกชายวัย 6 ขวบ กลับมาขออยู่กับตายาย แต่ละวันสองแม่ลูกก็จะพากันออกไปเดินหาเก็บขยะ เก็บของเก่าขายช่วยตนอีกแรง ถ้าวันไหนโชคดีก็ได้ข้าวปลาอาหารที่คนอื่นทิ้งติดมือกลับมากิน โดยจะเลือกกินที่ไม่บูดเพื่อป้องกันท้องเสีย บางวันก็มีคนใจบุญเห็นแล้วสงสารก็ให้เงินบ้าง ให้ของกินบ้าง แล้วลูกกับหลานก็จะนำของกลับมาบ้าน มานั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า   



ขยะที่เห็นอยู่เต็มบ้านนั้น แต่ละวันตนกับลูกสาวได้เก็บกลับมาเพื่อหวังจะมาคัดเลือกแยกนำไปขาย แต่ด้วยความที่แก่มากแล้วไร้เรี่ยวแรง และวันๆ ลูกสาวก็ไปหาของมาใหม่ตลอดจนเต็มห้อง จึงไม่รู้ว่าจะแยกขนไปขายได้อย่างไร ทำให้ขยะที่เก็บมาสะสมอยู่เต็มบ้านดังที่เห็น ชีวิตบั้นปลายตนก็อยากจะทำให้ดีที่สุด แต่เมื่อมันได้เท่านี้ก็ต้องปลงและทนอยู่กับมัน เวลาท้อเห็นหน้าภรรยานั่งคุยกันสองคนก็มีความสุขแม้จะมีขยะอยู่รอบตัวก็ตาม ตนสงสารภรรยาที่ต้องทนนอนอยู่ท่ามกลางความเน่าเหม็น หากมีผู้ใจบุญจะมาช่วยเหลือทำความสะอาดก็ยินดีเพราะลำพังตัวเองกับลูกสาวคงจะทำไม่ไหว 



หลังข่าวคู่รักทรหดทราบถึง พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เกิดความห่วงใยคุณภาพชีวิตของสองตายายจึงได้สั่งการให้ นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร ผู้บังคับการกองสนับสนุน กองเรือยุทธการ นำกำลังทหารกว่า 10 นาย พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด รถเก็บขยะ 2 คัน เคลื่อนทัพสู่บ้านกองขยะแห่งรักเพื่อช่วยทำความสะอาดให้พื้นที่บ้านปราศจากขยะและเชื้อโรค เจ้าหน้าที่ใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมง รถวิ่งขนขยะถึง 7 รอบ ทำการขนย้ายกองขยะที่อัดแน่นกว่า 2 ตัน  



ขณะที่กำลังทหารเร่งรื้อขยะกองมหึมาในบ้าน มด แมลงสาบ หนู ตะขาบ ออกมาวิ่งยั้วเยี้ยหนีขึ้นฝ้าเพดานและตามพื้น แม้แต่ใต้เตียงนอนของยายศรีรัตน์ ก็มีหนูมาทำรังอยู่ภายในหมอน ผ้าห่ม และตามซอกใต้เตียงต้องขับไล่กันชุลมุน หลังทำความสะอาดเสร็จทหารได้ทำการล้างทั่วห้องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ จากบ้านที่สกปรกเต็มไปด้วยขยะเน่าเหม็นกลายเป็นบ้านที่ขาวสะอาดตา ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ปราศจากสัตว์พาหะนำเชื้อโรค 



หลังได้บ้านในสภาพใหม่ ตากฤษณะและยายศรีรัตน์ที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับยิ้มแก้มปริยกนิ้วให้เหล่าทหารเพื่อเป็นการขอบคุณ และตากฤษณะก็รับปากจะไม่นำขยะขนเข้ามาในบ้านอีก ขณะที่เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงก็ขอบคุณกองทัพเรือที่เข้ามาช่วยทำความสะอาด ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งที่บ้านตากฤษณะทำให้ชาวบ้านจำต้องทนกับกลิ่นเหม็นขยะที่โชยมาทุกวันเป็นแรมปี จากนี้หวังว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป.    

คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ณัฐภูมินทร์ ปานรักษ์ จ.ชลบุรี
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..            



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น