อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

เกิดปัญหาอะไรขึ้นมาอีก? กะเหรี่ยง-ป่าแก่งกระจาน

จาก ยุทธการตะนาวศรี ปี 2554 -ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร ปี 2564 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน มาเป็นที่สนใจของสังคมไทยอีกครั้ง จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564 เวลา 07.00 น.


จาก ยุทธการตะนาวศรี ปี 2554 -ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร ปี 2564 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน มาเป็นที่สนใจของสังคมไทยอีกครั้ง หลังจากเมื่อ 10 ปีก่อน ระหว่างปฏิบัติการฯช่วงเดือน ก.. 54 ได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เพราะเฮลิคอปเตอร์ได้ประสบอุบัติเหตุตกถึง 3 ลำจากสภาพทัศนวิสัยอากาศไม่ดีมีทั้งลมและฝน ทำให้สูญเสียเจ้าหน้าที่มากถึง 17 คน

ขยับมาช่วงต้นเดือน ม.. 64 มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ประมาณ 36 ครอบครัว ทั้งผู้ใหญ่ หนุ่มสาว และเด็ก เกือบ 80 คน พากันขนข้าวของเดินจากหมู่บ้านบางกลอย(ล่าง) หมู่ 1 .ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน เพื่อจะขอกลับเข้าไปใช้วิถีชีวิตดั้งเดิมบริเวณพื้นที่ป่าบางกลอยบน หรือใจแผ่นดิน



หลังจากนั้นกลางเดือน ก.พ. ยังมีกลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและภาคี ผู้แทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย, ผู้แทนชาวกะเหรี่ยงจากเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรี และผู้แทนชาวกะเหรี่ยงภาคเหนือ รวมตัวมายื่นหนังสือถึงที่ทำเนียบรัฐบาลถึง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมให้กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และเรียกร้องคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สู่พี่น้องชาติพันธุ์ โดยมี ..ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะทำงาน ติดตาม และขับเคลื่อนนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรดิน ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้ออกมารับหนังสือจากกลุ่มชาติพันธุ์ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับการแก้ปัญหาให้ตรงจุด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหา

อุทยานฯจับเข่าคุยกะเหรี่ยงบางกลอย

อย่างไรก็ดี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม มอบหมาย ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ตาม แผนยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รายงานว่า พบการบุกเข้าไปแผ้วถางป่ากระจายเป็นวงกว้างหลายจุดอย่างเห็นได้ชัดบริเวณป่าบางกลอยบน ดร.ยุทธพล พร้อมด้วย นายพิชัย วัชรพงษ์ไพบูลย์  ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ..เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน  สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ สำนักป้องกันฯ, ทหารรบพิเศษที่ 1 แก่งกระจาน,  กองร้อย ตชด.144 , ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. และฝ่ายปกครอง ฯลฯ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ป่าบางกลอยบน (อยู่ห่างจากหมู่บ้านบางกลอยล่าง ประมาณ 13 กม.) ทั้งนี้มีทีมข่าวเฉพาะกิจเดลินิวส์ ร่วมคณะเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย



จากการเข้าไปตรวจสอบ พบมีการแผ้วถางเผาป่าไปแล้ว 13 แปลง เนื้อที่กว่า 150 ไร่ นอกจากนี้ยังพบชาวกะเหรี่ยงพักอาศัยอยู่ตามเพิงพักริมน้ำอยู่ใกล้ ๆ พื้นที่ดังกล่าว จำนวน 34 คน แบ่งเป็น ผู้ใหญ่ 22 คน เด็ก 12 คน น.ส.เนตรนภา ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมเจรจาขอร้องให้ชาวกะเหรี่ยงกลับลงมาที่หมู่บ้านบางกลอยล่าง ผลการจับเข่าพูดคุยอย่างเป็นกันเองก็มีชุดแรกที่ยินยอมสมัครใจกลับลงมา 13 คน    (ผู้ใหญ่ 9 เด็ก 4 ) เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับลงมาส่งที่หน่วยพิทักษ์ กจ.10 (ห้วยแม่สะเลียง) เพื่อทำบันทึกข้อมูลเสร็จแล้วปล่อยตัวทั้ง 13 คน กลับไปที่หมู่บ้านบางกลอยล่าง สาเหตุที่ชาวกะเหรี่ยงกลุ่มนี้พากันเดินขึ้นไปบริเวณบางกลอยบนอ้างเหตุผลว่า ส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกิน และบ้านอยู่อาศัยก็ไม่เพียงพอ

ดร.ยุทธพล กล่าวว่า การปฏิบัติยุทธการเป็นไปด้วยดีการเจรจาเป็นไปด้วยความ​เรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านชุดแรกจำนวน​ 13 คน สมัครใจยอมลงมาจากบ้านบางกลอยบน เพื่อมาทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่​ ​ แต่ยังเหลือ 21​ คน​ที่ไม่ได้ลงมาด้วย การปฏิบัติงานครั้งนี้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของ รมว.ทส.​ อย่าง​เคร่งครัด​ ซึ่งเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่อย่าง​รอบคอบ​  หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง คนสามารถอยู่กับป่าได้หากไม่มีที่ทำกิน ขอให้อย่าบุกรุกป่าและปฏิบัติตามกฎกติการ่วมกัน

ขอกลับมาอยู่ “บางกลอยบนยื่น 7 ข้อเสนอ

หลังจากยังมีชาวกะเหรี่ยงออกมาจากป่าบางกลอยบนไม่หมด ทำให้วันที่ 23 ก.พ. คณะเจ้าหน้าที่ต้องเดินทางเข้าไปอีกครั้ง พูดคุยกับ นายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ (เสียชีวิตอย่างสงบด้วยอายุ 107 ปีเมื่อ ต.ค. 61) รวมทั้งชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบแปลงบุกรุก ผลจากการเจรจา กลุ่มชาวบ้านยังคง ยืนยันไม่ยอมลงพร้อมแสดงเจตจำนงที่จะทำไร่หมุนเวียนในพื้นที่บริเวณบางกลอยบน ทั้งหมด 36 ครัวเรือน จากนั้นช่วงสาย ๆ วันที่ 25 ก.พ. นายนอแอ๊ะ ได้ส่งตัวแทนลงมาเจรจากับผู้บริหารของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ณ ศาลาพอละจี บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน โดยมี นายจงคล้าย วรพงศธร ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายประสูติ หอมบรรเทิง นายอำเภอแก่งกระจาน พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จว.เพชรบุรี รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังข้อเรียกร้อง รวมทั้งปัญหาความเดือดร้อนเพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือ



การพูดคุยในวันที่ 25 ก.พ. บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก นอกจากมีภาครัฐหลายหน่วยงานคณะใหญ่แล้ว ยังได้รับความสนใจจากชาวบ้านบางกลอยทั้งคนเฒ่าคนแก่หนุ่มสาวหอบลูกจูงหลาน มาร่วมรับฟังด้วย ส่วนตัวแทนของนายนอแอ๊ะ ซึ่งยังอยู่ในป่าได้นำจดหมายข้อเรียกร้อง 7 ข้อเขียนด้วยลายมือมามอบให้ นายจงคล้าย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยสรุปใจความพอได้ว่า ข้อเสนอการเจรจา เขียนที่บางกลอยบน

1.พวกเราชาวบ้านบางกลอยบน ยืนยันว่า ต้องการอยู่ในพื้นที่เดิม ที่เคยอยู่มาก่อน  2.คนที่ไม่มีความประสงค์จะกลับขึ้นไป ก็ควรได้รับการจัดสรรที่ดินให้สามารถทำกินได้  3.ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 22 .. 64 มีการกระทำของเจ้าที่ ทำให้สิ่งของบางอย่างเสียหาย เช่น ไฟฉาย แผ่นโซลาร์เซลล์ 4.ให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติการต่าง ๆ ในขณะที่มีคณะทำงานที่ถูกส่งมาจากกระทรวงโดยตรง 5.ให้สื่อหรือเจ้าหน้าที่หยุดชี้นำให้พวกเราชาวบ้านและหยุดกล่าวหาว่าพวกเรา ไม่ใช่คนไทย 6.ให้มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิ โดยมีทั้งหน่วยงานรัฐและนักวิชาการมีส่วนร่วมเรื่องไร่หมุนเวียน และ 7.เราจะรอจนกว่าคณะทำงานที่ถูกส่งมาจากกระทรวง จะหาข้อยุติร่วมกับคนกลาง

ภาครัฐเร่งแก้ปมที่ดินทำกิน-ขาดแคลนน้ำ

นายจงคล้าย ผู้ตรวจราชการฯ พูดคุยกับกลุ่มตัวแทนชาวบ้านที่มายื่นข้อเรียกร้องว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปประชุมหารือกับผู้บังคับบัญชา เพื่อดูแนวทางว่าจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องได้มากน้อยหรือไม่อย่างไร และขอให้ชาวบ้านบอกข้อเท็จจริงเรื่องความเดือดร้อน เพราะมีหลายหน่วยงานที่เตรียมเข้ามาแก้ไขช่วยเหลือปัญหาได้ในทันที นอกจากนี้ทาง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยังได้ให้ กรมทรัพยากรน้ำ มาสำรวจตรวจสอบว่า บริเวณพื้นที่ตรงไหน ที่จะสามารถช่วยแก้ไขเรื่องน้ำในการเกษตรได้เพราะทราบว่าชาวบ้านเดือดร้อนในเรื่องน้ำ

ส่วนในเรื่องปัญหาของที่ดินทำกิน เวลานี้ทราบว่า มีจำนวน 116 ราย ที่เคยมีการสำรวจให้สิทธิอยู่ทำกินอย่างถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าได้ดำเนินการไปแน่ชัดมี 61 ราย ส่วนที่เหลืออีก 55 ราย ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ใดมีที่ดินทำกินกี่ไร่แน่ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบรังวัดใหม่ให้แน่ชัดทั้ง 61 ราย และอีก 55 รายก็จะได้ชัดเจนถูกต้อง จากการที่ได้เดินสำรวจพื้นที่การเกษตรทราบว่ามีพื้นที่จุดตรงไหนที่ไม่สามารถทำการเกษตร เนื่องจากขาดน้ำก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว รวมทั้งยังเห็นมีกลุ่มเด็กเล็กมากก็ปรึกษากับนายณัฐวุฒิ รอง ผวจ.เพชรบุรี เพื่อจะส่งทีมแพทย์เข้ามาช่วยดูแลสุขภาพอนามัยเด็ก ๆนายจงคล้าย กล่าว

ภาพการนั่งพูดคุยระหว่างภาครัฐที่ลงมาจากส่วนนกลางกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง นับเป็นอีกหนึ่งนิมิตหมายที่ดีของการร่วมหาทางออกและแก้ปัญหาในพื้นที่อุทยานแก่งกระจาน ปัจจุบันยังมีอะไรที่เป็นอุปสรรคอยู่บ้าง และมีแนวทางใดที่จะพอหาทางออก ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน อีกฝ่ายมีหน้าที่ดูแลผืนป่าใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กำลังยื่นขอเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม อีกฝ่ายขอกลับไปใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมในป่าที่ถูกผลักดันออกมา บทสรุปจะลงเอยอย่างไรนั้นก็คงต้องติดตาม

อุทยานแห่งชาติใหญ่ที่สุดในไทย

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่ 4 อำเภอ 2 จังหวัด อ.แก่งกระจาน  หนองหญ้าปล้อง ท่ายาง จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรี ขันธ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,821,875 ไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 28 เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2524 มีพื้นที่ใหญ่มากที่สุดของประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์จึงเป็นป่าต้นน้ำลำธารของลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นเป็นศูนย์รวมสภาพผืนป่าหลายแบบในบริเวณเดียวกัน คือ ผืนป่าภาคเหนือ ผืนป่าภาคตะวันออก และผืนป่าภาคใต้



อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลากหลาย ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผา ทะเลหมอกที่สวยงาม มีพันธุ์ไม้หายาก เช่น จำปีเพชร โมลีสยาม แตงพะเนินทุ่ง และกล้วยไม้รองเท้านารีสายพันธุ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด ช้าง เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ หมี กระทิง นกเงือก นกยูง ฯลฯ ล่าสุดสำรวจพบจระเข้น้ำจืดอาศัยอยู่ ที่สำคัญอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยังอยู่ระหว่างการเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” อีกด้วย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น