อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

รปภ.ใจบาปในคราบพลเมืองดี ซ้ำเติมครอบครัว'น้ำมนต์'

สน.รอตรวจ โดย บิ๊กสลีป นำเสนอถึงการกระทำที่แม้จะไม่รุนแรง แต่มันโหดร้ายกับความรู้สึกอย่างมาก ถือเป็นการซ้ำเติมครอบครัวผู้สูญเสียอย่างไม่น่าให้อภัย ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 12.00 น.


"คนที่ให้กำลังใจคนอื่นได้ ไม่ใช่คนเข้มแข็งหรอก หากแต่เป็นคนที่เคย..ผ่านความอ่อนแอมาแล้วต่างหาก"

เขาว่ากันว่า ใครก็ตามที่ซ้ำเติมคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก มันจะมีบาปติดตัว และยิ่งหากคนๆ นั้นหรือครอบครัวนั้นๆ กำลังเศร้าโศกเสียใจอยู่กับเรื่องบางเรื่อง ถ้ายังมีใครกล้าที่จะไปซ้ำเติมให้พวกเขายิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก เขาว่าบาปกรรมนั้นมันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นด้วย



คงไม่มีใครคาดคิดว่า ข่าวใหญ่ข่าวดังอย่างการสูญเสีย "น้องน้ำมนต์" น.ส.มนชนิตว์ ช่วยบุญ อายุ 22 ปี อดีตนางนพมาศ ดาวคณะวิทยาศาสตร์ มข. และที่สำคัญยังเป็นถึงรองนางสาวไทย ปี 2562 ที่นั่งอยู่ในรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กย 4074 กรุงเทพมหานคร แล้วเกิดประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนต้นไม้บริเวณสี่แยกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเวลา 04.40 น. วันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ชีวิต บาดเจ็บสาหัส 1 ราย 

เหตุการณ์ทั้งหมดคงไม่ต้องบอกเล่าให้มากความอีกแล้ว เพราะเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่คงทราบข่าวกันดี แต่ที่บอกไว้ตอนแรกว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องทุกอย่างก็น่าจะจบลงตรงที่การทำพิธีเผาร่าง "น้องน้ำมนต์" แต่มันกลับยังไม่จบลงเพียงแค่นั้น เนื่องจากยังมีคนใจบาปหากินกับความเสียใจกับครอบครัวของน้อง



เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากตำรวจ สภ.ย่อย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดของ "น้องน้ำมนต์" คืนให้กลับครอบครัว แต่ปรากฏว่าพอตรวจสอบดีๆ กลับพบว่า "ไอโฟน XR" ของน้องได้หายไป ทำให้ทางญาติต้องแจ้งเรื่องนี้กลับมายังตำรวจอีกครั้ง

ไม่นานนักก็เจอพิรุธ เมื่อพบว่าเงินในบัญชีเงินฝากน้องน้ำมนต์ดันมีความเคลื่อนไหว ทั้งๆ ที่เจ้าของบัญชีไม่อยู่แล้ว ซึ่งเจอว่ามีการโอนเงินของน้องออกไปจำนวนหนึ่ง ทำให้ครอบครัวและตำรวจมั่นใจว่าโทรศัพท์มือถือที่หายไปนั้น ต้องถูกใครสักคนขโมยไปแน่ๆ แล้วก็นำไปใช้โอนเงินซื้อสินค้า

เมื่อเช็กเส้นทางการโอนและสืบค้นตำแหน่งที่ตั้ง (Location) พร้อมตรวจสอบความเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารพบว่ามีการใช้แอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์น้องน้ำมนต์ จ่ายค่าซื้อสร้อยทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ เป็นเงิน 13,569 บาท ที่ร้านทองแห่งหนึ่งในตัวเมืองขอนแก่น ตำรวจจึงลงพื้นที่สอบถามกับร้านทอง



กระทั่งรู้ว่าเป็นฝีมือของ นายนัธทวัฒน์ ปุญญ์พัฒนกิจถาวร อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่มาซื้อทองไป เมื่อมั่นใจในพฤติการณ์ตำรวจเลยรีบเช็กสัญญาณจีพีเอสของโทรศัพท์ โดยได้ระบุตำแหน่งสุดท้ายของมือถือเอาไว้ ก่อนจะนำกำลังเข้าจับกุม นายนัธทวัฒน์ ได้ที่บ้านพักใน ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น 

และน่าตกใจยิ่งกว่านั้นเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วผู้ต้องหาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็น "รปภ." ที่ประจำจุดอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุนั่นเอง และที่สำคัญกว่านั้น รปภ.คนนี้ ในตอนแรกยังเป็นพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์รถเสียหลักไถลอัดต้นไม้แล้ววิ่งเข้าไปช่วย "น้องน้ำมนต์" กับเพื่อนๆ เป็นคนแรกเสียด้วย

ทันทีที่เห็นโทรศัพท์มือถือของน้องตกอยู่ในรถ จากพลเมืองดีก็แปรเปลี่ยนเป็นโจรใจบาปทันใด รีบหยิบมือถือเอามาซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะแสร้งทำตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป

จากนั้นหลังลักมือถือมาแล้ว รปภ.ตัวแสบก็พยายามสุ่มหารหัสจากข้อมูลส่วนตัวของ "น้องน้ำมนต์" เพื่อที่จะเข้าไปดูข้อมูลในโทรศัพท์ให้ได้ ใช้วิธีการเปิดดูข่าวแล้วลองดูตัวเลขที่เกี่ยวพันกับน้อง ก่อนจะลองผิดลองถูก จนในที่สุดก็สุ่มตัวเลขถูกต้อง สามารถใช้โทรศัพท์จนได้ 

ทันทีที่เข้าไปได้ก็รีบจัดการ ซื้อทองคำผ่านแอพธนาคารในโทรศัพท์ แล้วนำทองที่ได้ไปขายเอาเงินมาใช้ส่วนตัว ส่วนโทรศัพท์ก็รีบเอากลับมาโยนทิ้งบึงสีฐาน ภายใน ม.ขอนแก่น เพื่อทำลายหลักฐาน สุดท้ายไม่รอดเงื้อมมือตำรวจ ดำเนินการทันที 2 ข้อหา คือ 1.ลักทรัพย์ในสถานที่เกิดเหตุหรือรับของโจร 2.ลักทรัพย์เงินสดจากบัญชีผู้อื่นละนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปใช้เกิดความเสียหาย

นี่เป็นการกระทำที่แม้มันจะไม่รุนแรงป่าเถื่อน แต่มันโหดร้ายกับความรู้สึกเหลือเกิน แค่ครอบครัวต้องสูญเสียคนที่พวกเขารักมากที่สุดไปแล้ว ยังต้องมาโดนคนใจบาปในคราบพลเมืองดีก่อเหตุซ้ำเติมให้สภาพจิตใจย่ำแย่กว่าเดิมอีก เชื่อว่านอกจากจะถูกลงโทษในทางโลกแล้ว ยังต้องเจอเรื่องบาปบุญคุณโทษเล่นงานไปด้วยแน่ๆ.

ตำรวจชุมชนสัมพันธ์


โคก หนอง นา
พ.ต.อ.รัตนสุข คำวงศ์ ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น นำข้าราชตำรวจจิตอาสา สภ.ชุมแพ จำนวน 25 นาย ร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการ โคก หนอง นา โมเดล สภ.ชุมแพ ณ แปลงนาสาธิต ต.โนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ช่วยเหลือสนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจได้มีพืชผักสวนครัวมาประกอบอาหาร เป็นการลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


ใช้บัตร ปชช.หลอก
ชาวบ้านฝากกระซิบข่าวมา สถานบริการบันเทิงที่เปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางแห่ง ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ค่อนข้างหละหลวม ปล่อยเด็กเยาวชนสวมบัตรประชาชนผู้อื่นเข้าเที่ยวดื่มเหล้าเบียร์ เที่ยวผับบาร์ได้อย่างสบายใจ เนื่องจากขณะตรวจบัตรประชาชนส่วนใหญ่ดูแค่ วัน/เดือน/ปีเกิด ไม่มีการเทียบใบหน้าบัตรประชาชนกับตัวบุคคลจริง ส่งผลทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าเที่ยวผับบาร์ได้ นอกจากนี้ตลาดบางแห่งได้เปิดขายเหล้าเบียร์ มีดนตรีทำการแสดงสด ปล่อยเด็กเยาวชนซื้อขายนั่งดื่มได้ ไม่มีการเข้มงวดกวดขันตามระเบียบกฎหมายอย่างจริงจัง ชาวบ้านจึงอยากฝากถึง พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ให้สั่งการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวาดขันอย่างจริงจังต่อไป


คุมเข้มถนนหลวง
พ.ต.ต.ศราวุฒิ ทองใย สว.ส.ทล.3 กก.บก.ทล.(ระยอง) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงระยอง คุมเข้มรถขับด้วยความเร็วบนถนนหลวง หลังเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต บนถนนสาย 36 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ตามคำสั่งนโยบายของ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อต้องการแก้ปัญหาและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ฝากเตือนผู้ที่ใช้รถใช้ถนน ควรขับรถตามที่กฎหมายกำหนด และปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน


ตำรวจจราจรดีเด่น
พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภาค 7 มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ การปฏิบัติงานในหน้าที่งานจราจรดีเด่น ระดับตำรวจภูธรภาค 7 ให้กับ ด.ต.ธนัท วรานนท์วนิช ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ปฏิบัติหน้าที่ธุรการงานจราจร สภ.สองพี่น้อง ผู้ปฏิบัติหน้าที่บรรยายให้ความรู้วินัยจราจรลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน พร้อมบริการตัดผมให้กับเด็ก และผู้ใหญ่ เพื่อลดรายจ่ายครัวเรือนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ด้วยความวิริยอุตสาหะสมควรได้รับการยกย่อง

*************************************
คอลัมน์       :      สน.รอตรวจ

โดย             :      บิ๊กสลีป


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น