อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

สาด"ความสุข"ใส่คนไทย รัฐบาลเร่งโกยคะแนนนิยม

สุด ๆ ไปเลยค่ะ… กับสารพัดข่าวดี ที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ได้ดาหน้าออกข่าวกันออกมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยทั้งประเทศ ตื่นจาก “ฝันร้าย”กันซะที  จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 08.00 น.


สุด ๆ ไปเลยค่ะ… กับสารพัดข่าวดี ที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ได้ดาหน้าออกข่าวกันออกมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยทั้งประเทศ ตื่นจาก “ฝันร้าย”กันซะที 

ที่สำคัญ!!ยังเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้อีกเปราะหนึ่ง แม้ “ผล” ของข่าวดียังไม่ได้บังเกิดจริงจังก็ตาม! 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสร้าย ที่ประเทศไทยได้เริ่มฉีดกันไปแล้วโดยมี “พระเอก” อย่าง “หมอหนู” เป็นผู้ถลกแขนโชว์เป็นเข็มแรก 



แถมยังตามต่อกันมาติด ๆ กับ “การจัดงานสงกรานต์” ที่เป็นเทศกาล เป็นประเพณีสำคัญของประเทศ ที่เป็น “วันเถลิงศก” เป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทยทั้งชาติ 

แม้จนถึงวันนี้…ยังไม่ชัดเจนว่าจะจัดกันอย่างไร ควบคุมกันอย่างไรก็ตามทีเถอะ แต่ในแง่คนที่เคยเป็น “แม่งาน” อย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.ก็ออกมาสำทับเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า “จัดแน่ ๆ” เพราะมีวันหยุดติดต่อกันยาวนานถึง 6 วัน 

มาจนถึงที่ 3 กระทรวงหลักของพรรคภูมิใจไทย ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข ขอออกมาโยนหินว่า “เห็นพ้องต้องกัน” ที่จะให้มีการเปิดประเทศ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย โดยพักกักตัวในห้อง เพียงแค่ 3 วัน ส่วนที่เหลืออีก 11 วันสามารถเตร็ดเตร่อยู่นอกห้องพักได้ หรือที่เรียกว่า “แอเรีย โฮเทล ควอรันทีน” 



ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะประเดิมกันก่อนใน 5 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และชลบุรี เพราะเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ที่น่าจะเริ่มต้นได้ในเดือนเมษายน นี้ 

จนมาล่าสุด… ปลัดกระทรวงการคลัง ก็ออกมาแย้มข่าวดีกับการเปิด โครงการคนละครึ่งเฟส 3 เพราะเฟส 1 และเฟส 2 กำลังจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มี.ค.นี้แล้ว 

ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงการ “คนละครึ่ง” นี้สามารถเรียกคะแนนนิยม และสร้างกระแสตอบรับได้ดีที่สุดให้กับรัฐบาลบิ๊กตู่และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา 



ก็อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วล่ะว่า… กระแสแรง กระแสตอบรับดีซะขนาดนี้ รัฐบาลย่อมไม่พลาดโอกาสเปิดเฟส 3 เพื่อเรียกเรตติ้งแน่นอนอยู่แล้ว!! 

ถามว่า? … รัฐบาลยังมีเงินมีงบประมาณเพียงพออยู่มั้ย คำตอบชัด ๆ มีอยู่แล้ว จากวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ยังเหลืออยู่ในส่วนของงบฟื้นฟูเศรษฐกิจอีก 2 แสนล้านบาท และหากยังไม่พอก็ยังมีเงินงบประมาณปี 64 ในส่วนของงบกลาง รองรับอยู่อีกต่างหาก 

เรื่อง “เงิน” จึงไม่ใช่ปัญหา เพราะในเมื่อเศรษฐกิจ ยังต้องการแรงเหวี่ยงแรงหมุนภายในประเทศ ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้สุด ๆ เหมือนกับตอนตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อน ๆ เพื่อให้ได้เหล็กที่ดี มีคุณภาพ 



ส่วน!! จะอย่างไร จะมาเมื่อไหร่ กับคนละครึ่งเฟส 3 คงต้องรอกันหน่อยก่อน เพราะต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่กว่านี้สักนิด ว่าจะต่อโครงการไปเลย หรือลงทะเบียนกันใหม่ แต่เบื้องต้นที่ชัดเจนแล้ว คือเรื่องของ “ร้านค้า” ที่อาจขยายไปถึงบรรดาภาคบริการ ประเภท ร้านนวด ร้านตัดผม รายเล็ก ๆ อะไรประมาณนี้ เรียกว่า…ต้องการช่วยเหลือร้านค้าเล็ก ๆ ย่อย ๆ ให้ได้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย 

ส่วนวงเงิน ก็น่าจะเหมือนเดิมคือไม่เกิน 3,000-3,500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แต่จะให้วงเงินเกินกว่าวันละ 150 บาทหรือไม่ก็ต้องรอดูรายละเอียดกันอีกที เชื่อได้ว่าไม่เกินสัปดาห์นี้สัปดาห์หน้าน่าจะชัดเจน เพื่อจะได้มีความต่อเนื่องจากโครงการเก่า 

ขณะเดียวกันในกลุ่มของผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็เลื่อนระยะเวลาลงทะเบียนต่อไปอีกจนถึง 26 มี.ค.นี้ เพื่อขยายโอกาสให้กับผู้ที่มีสิทธิทุกคน 



ไม่เพียงเท่านี้ ในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่เรียกได้ว่า “ฉาวโฉ่” เพราะโกงกันถ้วนหน้า แม้หมดโครงการไปแล้ว แต่จำนวนสิทธิ จำนวนเงินยังเหลืออยู่ จึงถือโอกาสนี้ ขยายเวลาไปด้วยเช่นกัน โดยขยายเวลาไปจนถึง 31 ก.ค.นี้ โดยเพิ่มสิทธิห้องพักให้อีก 2 ล้านห้อง  

แต่!! มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน 14 วัน เพื่อตรวจสอบห้องพักและการเข้าพักจริง รวมทั้งบรรดาโรงแรมและที่พัก ต้องแจ้งจำนวนห้องพักและอัตราค่าที่พักที่เปิดให้พักจริงให้ทราบ
 
ขณะเดียวกันโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋าก็ยกเลิกไปเลย แต่ปรับเป็นโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” แทน เพราะกำลังย่างเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาว แถมยังต้องการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้นด้วยหลังสถานการณ์แพร่ระบาดเริ่มทุเลาไปบ้าง 



เงื่อนไขของ “ทัวร์เที่ยวไทย” ครั้งนี้ รัฐจะสมทบค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ให้ 40% แต่ไม่เกินคนละ 5,000 บาทในแพ็กเกจท่องเที่ยวตั้งแต่ 12,000 บาทขึ้นไป งานนี้รัฐเค้าให้สิทธิ 1 ล้านคนกันทีเดียว ภายในเวลา 3 เดือน 

สารพัดข่าวดี…ที่กระหน่ำกันออกมาครั้งนี้ เรียกได้ว่าสามารถเรียกความกระชุ่มกระชวยให้กับคนไทยได้อีกครั้ง อย่างน้อยในเชิงจิตวิทยา ก็สร้างบรรยากาศก่อนวันหยุดยาวที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย.นี้ได้อย่างดี 

ก็ในเมื่อรัฐบาลจะเรียกคะแนนนิยมโดยนำเงินภาษีของคนไทยมาแจกกันทั้งที ก็ต้องแจกกันให้ครบ อย่าให้ใครเกิดความรู้สึกลักลั่น เหลื่อมล้ำ กันมากไปกว่านี้เลย!!

..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”..


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น