อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

"สงกรานต์"งานที่ทุกคนรอ หวังจุดระเบิดท่องเที่ยวไทย

หลังจากหักอกคนไทยที่อยากเที่ยวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่บิ๊กตู่และคณะ ครม.สั่งให้ตีกลับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 3 มาสัปดาห์นี้ คงต้องมาตามติดกันให้ชัด ๆ อีกสักตั้ง จันทร์ที่ 15 มีนาคม 2564 เวลา 08.00 น.

หลังจากหักอกคนไทยที่อยากเที่ยวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่บิ๊กตู่และคณะ ครม.สั่งให้ตีกลับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่  3 มาสัปดาห์นี้ คงต้องมาตามติดกันให้ชัด ๆ อีกสักตั้ง

แต่การตามติดครั้งนี้ คงต้องมารอดูว่าคนไทยทั้งประเทศจะได้เล่นน้ำสงกรานต์ อย่างที่ตั้งตารอคอยกันหรือเปล่า เพราะใน วันที่ 19 มี.ค.นี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะเคาะแนวทางกันออกมาชัดเจน

แหม!! ก็ต้องยอมรับกันนะคะว่า งานเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นงานประเพณีสำคัญของบ้านเรา แล้วคนไทยทั้งประเทศก็ อดเล่นน้ำสงกรานต์กันมาแล้ว 1 ปี

ดังนั้น ความอยาก ความต้องการ ความหวัง จึงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมแน่นอน!!

แต่ในอีกทาง...พิษของไวรัสร้ายโควิด-19  ก็ไม่เข้าใครออกใครเช่นกัน ความหวาดระแวง ความกลัวที่อาจจะกลายเป็น คลัสเตอร์ระบาดรอบใหม่ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดหรือเรื่องเสียหายอะไรเช่นกัน



ปัญหาใหญ่ คือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องบริหาร ต้องหา จุดกึ่งกลาง จุดความพอดี ที่ลงตัวให้ได้ ก็เท่านั้น ถามว่า? ต้องคิดหนักมั้ย คำตอบชัด ๆ ต้องคิดหนักแน่ ๆ

พราะอย่าลืมว่าเทศกาลสงกรานต์ คือเทศกาลแห่งความสุขของคนไทยเพราะเป็นเทศกาลเฉลิงศก ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ของคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ที่สำคัญยังเป็นงานเทศกาลประเพณี ที่สามารถสร้างเงินสะพัดได้จำนวนไม่น้อย แถมยังทำให้คนเดินทางอีกจำนวนมาก มีข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยประเมินว่าจะมี การเดินทางกันกว่า 13 ล้านคนทีเดียว

นอกจากนี้จำนวนเงินสะพัดจะมี ไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท ที่สำคัญเงินสะพัดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องของ งานเลี้ยงสังสรรค์ ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายชอปปิง ค่าทำบุญ และอีกมากมายสารพัด



ขณะเดียวกันเงินสะพัดเหล่านี้ ยังตกไปถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้าอีกสารพัด ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานเทศกาล อย่างเรื่องของ สังฆภัณฑ์ เรื่องของน้ำอบไทย ดินสอพอง พวงมาลัย ปืนฉีดน้ำ และอีกสารพัดสารเพ ที่เกี่ยวเนื่องกับงานเทศกาล

หรือแม้แต่ อาหารการกิน จะข้างทาง ข้างถนน หมูปิ้ง ข้าวเหนียว ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด หรือแม้แต่อาหารยอดฮิตอย่าง ข้าวไข่เจียว ผัดไทย ก็จะได้รับผลกระทบไปทั้งหมด หากรัฐ “เท” งานสงกรานต์

แต่ก็อีก... หากจัดงานสงกรานต์ แต่ไม่มีการสาดน้ำ มันก็แปลก ๆ ต่อให้เป็นการจัดงานแบบนิวนอร์มัล ก็ตาม แต่เชื่อเถอะ กฎมีไว้แหก และยิ่งเวลานี้ อากาศร้อน ๆ ก็ต้องมีสาดน้ำกันบ้างล่ะ เชื่อเถอะ!! ดูออก!!

อย่าลืมว่า คนไทย เป็นคนที่ชอบความสนุกสนานรื่นเริง แถมยังมีความรู้สึกที่อัดอั้นกันมานานถึง 1 ปี อะไรก็เกิดขึ้นได้ 



ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังเป็นวันหยุดยาวที่รัฐบาลได้ให้ มากถึง 6 วัน แต่ถ้าใครลาวันศุกร์อีกวัน ก็ได้วันหยุดยาวไปจนถึง 9 วันกันทีเดียว 

เห็นวันหยุดยาวกันขนาดนี้ ถ้าไม่มีการจัดงานแบบสนุกสนาน รื่นเริง ไม่สร้างบรรยากาศ หรือความคึกคักให้กลับคืนมา อย่างที่บอก... การจะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป อาจสะดุดหัวคะมำก็เป็นไปได้

อย่าลืมว่าเรื่องของการท่องเที่ยว ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยเฉพาะในปีนี้ที่ใคร ๆ ก็เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มผงกหัวกันขึ้นมาได้บ้าง และภาครัฐเองก็หวังให้มีรายได้เข้าประเทศกว่า 1.3 ล้านล้านบาท

แม้จะเทียบไม่ได้กับเมื่อปี 62 ที่รายได้จากการท่องเที่ยวทะลุไป 3.06 ล้าน ๆ บาท แถมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉียด 40 ล้านคน แต่อย่างน้อย การใช้โอกาสขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นตัวจุดระเบิด สร้างบรรยากาศให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย!

..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น