อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

ทหารบุกตรวจ'สวนธรรมชาวศรีวิไล' ผู้ว่าฯสั่งห้ามจัดกิจกรรม

นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผวจ.หนองบัวลำภู เตือน! อย่างหลงเชื่อผู้ประกาศตนเป็นศาสดาผู้นำจิตวิญญาณพระศรีอริยเมตไตรย พร้อมกำชับให้ฝ่ายการข่าวของ กอ.รมน.เข้าไปดำเนินการ ไม่อนุญาตให้กลุ่มฯ จัดกิจกรรมต่างๆ จันทร์ที่ 15 มีนาคม 2564 เวลา 13.37 น.


จากกรณีที่ นายกุศลศรีอริยะ ศรีอารวงศา (กุศล หมีเทศ) อดีต ส.ส.สุโขทัย ประกาศตนว่าเป็นพระกุศลศีลอริยเมตไตรย เป็นศาสดาองค์สุดท้ายจะมาช่วยให้ทุกคนบนโลกรอด รวมทั้งมีประชาชนเชื่อกันจำนวนมาก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมโซเชียลเป็นจำนวนมากนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 มี.ค. พ.อ.ปริชญ์ สุคันธศรี รอง ผอ.กอ.รมน.จ.หนองบัวลำภู ได้นำกำลัง กอ.รมน.จ.หนองบัวลำภู ได้ลงพื้นที่ สวนธรรมชาวศรีวิไล เลขที่ 195 หมู่ 1 ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองบัวลำภู เพื่อตรวจสอบสถานที่ ซึ่งพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นลักษณะบ้านชั้นเดียว มีห้องนอนเดียว ติดพื้นดิน ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ส่วนบริเวณข้างบ้าน ได้มีการกางเต็นท์สองข้างไว้รองรับผู้ที่มาร่วมปฏิบัติธรรม ใช้พื้นที่ด้านหน้าข้างบ้านเป็นที่ตั้งพระพุทธรูป ส่วนบริเวณหลังบ้านมีห้องน้ำร่วม 10 ห้อง พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีบ้านอยู่ด้านข้างเพียงหลังเดียวเป็นสภาพโล่ง

พ.อ.ปริชญ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนเหล่านี้มาโดยตลอด และได้รายงานให้ นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผวจ.หนองบัวลำภู ทราบ ซึ่งผู้ว่าฯ ได้มีการสั่งกำกับติดตามเรื่องนี้และที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีคนในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการประสานงานไปยังฝ่ายปกครองอำเภอ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ต่อไป



ขณะที่ ผวจ.หนองบัวลำภู กล่าวภายว่า จากมีเหตุการณ์สร้างกระแสความไม่ดีงามในพื้นที่ อ.เมืองหนองบัวลำภู ไม่ว่าจะเป็นการปักธงสีในหมู่บ้านและกลุ่มบุคคลที่อ้างตนเป็นศาสดาองค์ใหม่นั้น จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักและทำความเข้าใจตามที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เชิญชวน ขอให้พิจารณาถึงความมั่นคงของประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งได้กำชับให้ฝ่ายการข่าวของ กอ.รมน.ได้เข้าไปดำเนินการแล้ว รวมถึงกิจกรรมอื่น จึงยังไม่อนุญาตให้กลุ่มฯ จัดกิจกรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองบัวลำภู ประสานไปยังฝ่ายสงฆ์ในพื้นที่ ให้ทราบข้อเท็จจริง และงดเว้นการให้พระสงฆ์เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มดังกล่าว พร้อมกำชับผู้นำในพื้นที่ประชุมชี้แจงราษฎรในการดูแลของตน ให้เข้าใจสถานการณ์การทำกิจกรรมของกลุ่มกุศลฯ ที่บิดเบือนหลักคำสอน ตั้งตนเป็นศาสดา อันจะนำมาซึ่งความแตกแยกในสังคมในอนาคต หากมีข้อมูลหลักฐาน พฤติกรรม หากครบองค์ประกอบความผิด จะดำเนินการบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 64