อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564

เชิดชู2ครูสุพรรณฯผู้เสียสละ รับพระราชทานเครื่องราชย์สายสะพาย

เผยชีวิต 2 ครูสุพรรณบุรีผู้เสียสละเพื่อลูกศิษย์ สร้างประวัติศาสตร์รับพระราชทานเครื่องราชย์ สายสะพายสูงสุดคู่แรกของสุพรรณบุรีและประเทศไทย เสาร์ที่ 20 มีนาคม 2564 เวลา 12.00 น.


"พ่อพิมม์แม่พิมพ์ของชาติ" ถือเป็นต้นแบบของผู้เสียสละที่ค่อยสั่งสอน เยาวชนไทยให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี

สัปดาห์นี้ "เสือสมุทร" พาไปดูเรื่องราวของชีวิตครูสุพรรณบุรี สร้างประวัติศาสตร์รับพระราชทานเครื่องราชย์สายสะพายสูงสุดคู่แรกของสุพรรณบุรีและประเทศไทย
         
ย้อนเวลาไปกว่า 50 ปี จะมีใครทราบบ้างว่าเด็กชายเด็กหญิงบ้านนอกธรรมดาคู่หนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ต้องทำงานหารายได้ขณะเรียนหนังสือ ขับรถสองแถวรับส่งผู้โดยสารขณะเป็นครู ต่อสู้ชีวิตกับภรรยาไม่เคยท้อ หันหลังให้กับอาชีพเสริมทั้งหมดมาโฟกัสให้ความสำคัญศรัทธาในวิชาชีพครู 

จากการทุ่มเทกว่า 30 ปี ได้สร้างประวัติศาสตร์ในวงการศึกษาไทยเป็นครูสามีภรรยาคู่แรกของจังหวัดสุพรรณบุรีและประเทศไทย เข้ารับพระราชทานเครื่องราชย์ สายสะพายชั้นสูงสุดของระดับ ค.ศ.4 


          
นายมานัส ทิพย์สัมฤทธิ์กุล วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ (ค.ศ.4) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนสงวนหญิง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี เล่าชีวิตให้ฟังว่า ตนมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน และเป็นลูกคนที่ 6 พ่อแม่เปิดร้านโชห่วยขายของชำ อาหารตามสั่งและเลี้ยงสุกรในหมู่บ้านสามนาค อ.เมืองสุพรรณบุรี พ่อเสียชีวิตตอนอายุได้ 7 ขวบ สมาชิกในครอบครัวต้องช่วยกันทำงานมากขึ้น  เลิกเรียนกลับถึงบ้านต้องไปเก็บผักตบชวาในคลองนำไปให้หมูกิน  ช่วยทำงานบ้านอื่นๆ เข้าเรียนและจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดนิเวศน์ธรรมาราม (วังยายหุ่น) ต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัยจนจบชั้น ม.ศ.5  
          
อายุได้ประมาณ 17 ปี แม่มาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ในขณะเดินทางไปขายปลาร้า ปลาสลิดที่เมืองกาญจนบุรี ชีวิตลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังโชคดีมีพี่ๆ ช่วยเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนระหว่างเรียนก็หารายได้ช่วยทางบ้านด้วยการรับเมนูอาหารที่ครูในโรงเรียนสั่งไปให้ที่ร้านทุกวัน จำได้ว่าสมัยนั้นถ้าเป็นกวยจั๊บราคาชามละ 50 สตางค์ พิเศษราคา 1 บาท เลิกเรียนกลับไปถึงบ้านช่วยพี่ทำงานกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างถ้วยจาน เลี้ยงหลาน และเฝ้าบ้านอยู่คนเดียวบ่อยครั้งมาก ชีวิตต่อสู้ดิ้นรนมาตลอดบอกกับตนเอง "การศึกษาเท่านั้นที่จะเป็นต้นทุนสำหรับสร้างอนาคตให้ดีขึ้น" หลังจากเรียนจบการศึกษา ป.กศ.สูง วิชาเอกคณิตศาสตร์  มีผลการเรียนเป็นที่ 1 ของห้อง และเรียนปริญญาตรี วิชาเอกคณิตศาสตร์ ที่วิทยาลัยครูกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี


          
ปี พ.ศ.2525 สอบบรรจุได้เป็นข้าราชการครูครั้งแรก ตำแหน่ง ครู 2 ระดับ 2 รับเงินเดือน 2,205 บาท ที่โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และปี พ.ศ. 2527 ได้สอบโอนย้ายมาสังกัดกรมสามัญศึกษา โรงเรียนรัฐราษฎรอุปถัมภ์ อ.เมืองราชบุรี ช่วงที่เป็นครูใหม่ๆ นั้นเงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่พอกับรายจ่าย จึงเก็บเงินซื้อรถสองแถวมือสอง จำนวน 1 คัน ราคา 60,000 บาท พร้อมค่าคิวรถอีก 10,000 บาท มาวิ่งรับส่งผู้โดยสารจากตลาดราชบุรีไปเขาวัง (ราชบุรี) เที่ยวแรก 06.00 น. พอถึงเวลา 07.30 น. ก็จะมารับผู้โดยสารซึ่งเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ตอนเย็นรับครูกลับบ้านและไปวิ่งคิวต่อที่ท่ารถจนถึงเวลา 20.00 น. เป็นประจำทุกวัน ถ้าเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ก็วิ่งคิวได้ทั้งวัน ยามว่างระหว่างรอคิวออกรถก็จะนำหนังสือมาอ่านเตรียมความพร้อมเรื่องที่จะสอน      
            
ปี พ.ศ. 2530 ได้ขายรถสองแถวเพื่อนำเงินมาเป็นค่าสินสอดสำหรับแต่งงานซึ่งหาเองทั้งหมด เมื่อแต่งงานแล้วจึงขอย้ายกลับมาสอนที่บ้านเกิดสุพรรณบุรี ในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ที่โรงเรียนสรวงสุทธาวิทยา อำเภอศรีประจันต์ เมื่อเวลางผ่านไปรู้สึกไม่มีความสุขกับการทำงานด้านบริหาร จึงขอโอนย้ายกลับมาเป็นครูผู้สอนเหมือนเดิม ถือเป็นคนแรกของกรมสามัญศึกษา ที่ทำงานสายบริหารแล้วขอกลับมาทำหน้าที่เป็นครูผู้สอน เพราะมีความสุขกับการสอนนักเรียนมากกว่า พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายว่าการเป็นครูผู้สอนนั้นก็มีความก้าวหน้าเช่นเดียวกับการเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ต่อมา พ.ศ.2537 ได้ทำเรื่องย้ายมาสอนที่โรงเรียนสงวนหญิงจนถึงปัจจุบัน


          
ปี พ.ศ. 2540 ยื่นเสนอผลงานทางวิชาการและได้ปรับเลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ 3 ระดับ 6 และ พ.ศ. 2551 ได้รับอนุมัติให้เลื่อนวิทยฐานะเป็นครูเชี่ยวชาญ (ค.ศ.4) หรือซี 9 ถือว่าหินมากๆ สำหรับสายครูผู้สอนที่จะได้วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ และได้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) สายสะพายสีฟ้า เส้นที่ 1 รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) สายสะพายสีแดงเป็นเส้นที่สอง และต้นปี พ.ศ. 2564 ที่ผานมาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) สายสะพายสีน้ำเงินเป็นเส้นที่สาม ซึ่งสูงสุดในระดับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ เป็นเกียรติประวัติสูงสุดให้กับตนเอง ครอบครัว           
          
สำหรับผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมที่ผลิตขึ้นมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ การเขียนแผนการสอน บทเรียนสำเร็จรูป เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สถิติ 2 สื่อการสอน CAI คณิตศาสตร์ เป็นต้น ความสำเร็จนักเรียนเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ได้รับรางวัลชนะเลิศที่ทวีปอเมริกา ยุโรปและทวีปเอเชีย การทำงานที่ผ่านมาในฐานะครูผู้สอนได้รับรางวัลเข็มคุรุสดุดี รางวัล OBEC AWARDS รางวัลครูดีในดวงใจ รางวัลพระพฤหัสบดี และรางวัลครุฑทองคำ จากการความสำเร็จต่างๆนั้นส่วนหนึ่งมาจากบุคคลสำคัญในครอบครัว คือ ภรรยาคู่ชีวิตที่ชื่อนางจินตนา ทิพย์สัมฤทธิ์กุล เป็นกำลังใจร่วมสร้างฝันมาด้วยกันมาตลอดเวลา


          

ด้าน นางจินตนา ทิพย์สัมฤทธิ์กุล วิทยาฐานะครูเชี่ยวชาญ (ค.ศ.4) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  เป็นหัวหน้าสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี อ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสองพี่น้องวิทยา จบ ป.กศ.ต้น จากวิทยาลัยครูกาญจนบุรี และศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช ในวัยเด็กมีความฝันโตขึ้นอยากเป็นครูสอนหนังสือ พ.ศ. 2525 สอบบรรจุเข้ารับราชการครูครั้งแรก เมื่ออายุ 19 ปี ในตำแหน่งครู 1 เงินเดือน 1,780 บาท ที่โรงเรียนวัดย่านซื่อ อ.สองพี่น้อง และย้ายมาที่โรงเรียนวัดบางสะแก โรงเรียนวัดพระธาตุ ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ย้ายมาสอนที่โรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี ตำแหน่งอาจารย์ 3 ระดับ 8 และในปี พ.ศ.2552 ได้ยื่นเสนอผลงานวิชาการและได้รับการอนุมัติให้เลื่อนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ หรือ ค.ศ.4  เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลขณะนี้ตนและสามีเป็นครูสายผู้สอนคู่แรกในจังหวัดสุพรรณบุรีและประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.) สายสะพายสีฟ้า เส้นที่สามสูงสุดระดับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ (ค.ศ.4 ) หรือซี 9 พร้อมกันในวันเดียวกันและสถานที่เดียวกัน
            
ตลอดระยะเวลาว่า 39 ปี และจะเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2567 ศรัทธาในวิชาชีพครู ได้ทุ่มเททำหน้าที่ครูผู้สอนอย่างเต็มใจเต็มความสามสารถและเต็มเวลา มีความเชื่อมั่นในวิชาชีพครูตนและสามี จึงโฟกัสไปที่งานสอนและคิดนวัตกรรมใหม่ๆ แล้วนำมาทดลองใช้สอนในห้องเรียน ผลพลอยได้จากงานที่ทำ คือ มีผลงานทางวิชาการ ได้เลื่อนตำแหน่งระดับสูงขึ้น มีเงินเดือนเงินเงินวิทยฐานะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง สมาชิกในครอบครัวดีขึ้น "เงินไม่ได้สำคัญที่สุดแต่เงินสามารถสร้างความสุขให้กับชีวิตได้" ตนมีลูกสาวคนเดียวจบด้านกฎหมายจากญี่ปุ่นและปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครอบครัวเราทั้งสามคนเป็นครู "พ่อเป็นครู แม่เป็นครู ลูกเป็นครู" 


         
สำหรับผู้ที่เป็นครูมีความศรัทธาในวิชาชีพครู ทุ่มเทการทำหน้าที่ครูอย่างเต็มความรู้ความสามารถย่อมเดินไปสู่เป้าหมายความสำเร็จเป็นครูมืออาชีพได้อย่างไม่ยากนัก สังคมให้การยอมรับและควรค่ากับกับคำว่า เป็น "แม่พิมพ์ของชาติ เป็นปูชนียบุคคล" ครอบครัวทิพย์สัมฤทธิ์กุล เป็นตัวอย่างให้กับครูทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี.
...................................
คอลัมน์ "คนดีของสังคม"
โดย "เสือสมุทร"
ขอบคุณข้อมูล-ภาพภาพประกอบ : "วัฒนพล  มัจฉา" เดลินิวส์ออนไลน์ จ.สุพรรณบุรี
อ่านเรื่องราว "คนดีของสังคม" เพิ่มเติม..

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น