อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

กยท.เตรียมขยายโครงการชะลอการขายยางผลิตยางก้อนถ้วยแห้งทั่วประเทศ

การยางแห่งประเทศไทย โดย นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำสมาชิกเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 300 กว่าราย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อศึกษาดูงาน ความสำเร็จการดำเนินโครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเขตภาคเหนือ ศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564 เวลา 15.35 น.


เมื่อเร็ว ๆ นี้ การยางแห่งประเทศไทย โดย นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำสมาชิกเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 300 กว่าราย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อศึกษาดูงาน ความสำเร็จการดำเนินโครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเขตภาคเหนือ และการจัดการยางก้อนถ้วยเปียกเป็นยางก้อนถ้วยแห้งของเกษตรกรชาวสวนยาง บ้านน้ำใส หมู่ 5 ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในวิธีการ มีความพร้อมนำความรู้ไปใช้ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต และเกิดความยั่งยืนในอาชีพการทำสวนยาง ณ ห้องประชุมเจ้าสุริยะพงษ์ ชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน โดยมีนายวิบรูณ์ แววบัณฑิต รอง ผวจ.น่าน เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะฯ






นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้จัดให้มีโครงการชะลอการขายยางเขตภาคเหนือ ปีงบประมาณ 2564 และกำหนดให้ การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคเหนือ เป็นพื้นที่นำร่องโครงการฯ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน และสามารถดำเนินการจนประสบผลสำเร็จ มีสถาบันที่เข้าร่วมโครงการและได้รับสินเชื่อแล้วจำนวน 5 สถาบัน ปริมาณยางก้อนถ้วยแห้ง DRC 75% จำนวน 15,447.50 ตัน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 85,730,472 บาทซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือสามารถชะลอปริมาณผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาด และลดความผันผวนราคายางพาราให้มีเสถียรภาพ รวมทั้งเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง มีสภาพคล่องทางการเงินในระหว่างรอการขายผลผลิต อีกทั้งยังทำให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรสวนยางและสถาบันเกษตรกร ขณะเดียวกันยังส่งผลให้สถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีอำนาจในการต่อรองราคายางก้อนถ้วย และที่น่าสนใจอีกประการคือ สามารถลดมลภาวะเป็นพิษ ที่เกิดจากน้ำยางก้อนถ้วยเปียก ทั้งกลิ่นที่เหม็น และน้ำยางที่รั่วไหลลงพื้นถนนระหว่างขนส่งไปขาย ทำให้ถนนลื่นและอาจเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหลังเปลี่ยนทำยางก้อนถ้วยแห้ง ช่วยลดปัญหาได้ และยังทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต จากยางก้อนถ้วยเปียกเป็นยางก้อนถ้วยแห้ง อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทาง กยท.ได้วางเป้าหมายขยายโครงการฯ ไปจนถึงปี 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการทำยางก้อนถ้วย จะมีการขยายไปสู่พื้นที่เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก และเพิ่มชนิดยางประเภทต้นน้ำในโครงการ ได้แก่ น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน เพื่อขยายพื้นที่เป้าหมายไปทั่วประเทศ 





ขณะที่ นายศุภชัย แข่งขัน ผอ.การยางจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่กรีดยาง 290,698 ไร่ มีผลผลิตยางก้อนถ้วยเปียก 24,000 ตันต่อปี โดยมีเกษตรกรชาวสวนยาง นำร่องเข้าโครงการชะลอการขายและเปลี่ยนมาทำยางก้อนถ้วยแห้ง ระหว่างเดือนต.ค 2563 -กพ.2564 ร้อยละ 30 จากเกษตรกรชาวสวนยางทั้งจังหวัดน่าน ได้ผลผลิต 4,000 ตัน มูลค่า 160 ล้านบาท โดยคาดว่าในปีนี้จะมีเกษตรกรชาวสวนยางเข้าร่วมโครงการชะลอการขายยาง เปลี่ยนมาทำยางก้อนถ้วยแห้งเพิ่มอีกร้อยละ 60 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น