อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

"บัวลอยเผือก" ปั้นเม็ดเล็ก ๆ กำไรงาม ๆ

สุดยอดขนมหวานไทยที่มีหน้าตาและสีสันสวยงาม ต้องยกให้ “บัวลอย” รสชาติยังหวานมัน ถูกปากถูกใจใครหลาย ๆ คน มีขายอยู่ทั่วทุกภาคหากินง่าย อาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 น.


สุดยอดขนมหวานไทยที่มีหน้าตาและสีสันสวยงาม ต้องยกให้  “บัวลอย”  รสชาติยังหวานมัน ถูกปากถูกใจใครหลาย ๆ คน มีขายอยู่ทั่วทุกภาคหากินง่าย สูตรหรือรสชาติจะแปรเปลี่ยนไปตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำขายแต่ละร้านว่าจะพลิกแพลงเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ขนมบัวลอยเผือก ที่ทีมงาน ช่องทางทำกิน นำมาเสนอในวันนี้ก็น่าสนใจ เพราะตัวบัวลอยมีความหนึบเหนียวกำลังดีหลากหลายอย่างที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้ขนมชนิดนี้กลมกล่อมอร่อยยิ่งขึ้น
     
ผู้ที่จะให้ข้อมูลเรื่องนี้ คือ เอ-รดาภัค ปัญจบุตร อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขนมหวาน รดาขนมไทย ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จจากการทำขนมไทยขาย ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาของอาชีพว่า เดิมนั้นเธออยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นแม่ค้าขนมหวานไทยอยู่ที่กรุงเทพฯ เธอเคยทำมาหลากหลายอาชีพแล้ว ทั้งเป็นเจ้าของร้านอาหาร, รับจัดเลี้ยงโต๊ะจีน, รับจัดงานบุฟเฟ่ต์ ต่อมาโดนคนรู้จักโกงเงิน และจะขึ้นมาทำธุรกิจที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาชดใช้คืนให้ เธอจึงตามมาที่กรุงเทพฯ ด้วย ระหว่างที่รอเงินก็ขายของไปด้วย เริ่มจากขายขนมปังมีไส้ตามตลาดนัด ตอนแรกก็ขายดีแต่ตอนหลังก็เงียบไปเพราะมีคนขายขนมปังแบบเดียวกันเยอะก็เลยเลิก



เพื่อนก็ชวนให้ไปช่วยขายขนม เราเคยเป็นเจ้าของธุรกิจมา ก็ไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากรับผิดชอบอะไรแล้ว อยากอยู่แบบสบาย ๆ ก็ตกลง ด้วยความที่เราเป็นคนทำงานเมื่อมาขายขนมก็ขายเสมือนเป็นของตัวเอง ขายชุดใหญ่ทุกวัน คนขับรถขาดก็จ้างให้เราขับรถส่งขนมแทน เราจึงมีรายได้ 2 ทาง แต่คนรอบข้างไม่แฮปปี้ เราไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายก็เลยแยกตัวออกมา และทำขายเอง เพราะมีประสบการณ์ที่ทำร้านอาหารปรับสูตรขนมที่ตัวเองชอบ นำไปวางขายที่ตลาดพนักงานออฟฟิศปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก ๆ จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ก็ประมาณ 3 ปีแล้ว ลูกค้าถูกใจบอกต่อและสั่งไปใช้ในงานเลี้ยง งานสัมมนา งานอีเวนต์เสมอ ๆ ที่ขายดีมาก คือ บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน รองลงมาก็จะเป็นครองแครงกะทิสดมะพร้าวอ่อน, ข้าวเหนียวเปียกลำไย, ปลากริมไข่เต่า, ลูกตาลลอยแก้ว, ลูกลาน, กล้วยไข่เชื่อม, สาคูมะพร้าวอ่อน ฯลฯ ตอนนี้จ้างคนไปขายตามตลาดพนักงานออฟฟิศต่าง ๆ มีคนติดต่อมาขอรับไปขายเยอะ จุดขายของขนมคือรสชาติกลมกล่อมอร่อย ทำสดใหม่ทุกวัน และไม่ใส่สารกันเสีย

อุปกรณ์ มีเตาแก๊ส, ลังถึง, หม้อ, ทัพพีกลม, กะละมังสเตนเลส หลายขนาด, กระทะทองเหลือง, ไม้พาย, ถาด, ถุงพลาสติก และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

วัตถุดิบ มีแป้งข้าวเหนียวอย่างดี, แป้งมัน, หัวกะทิ, หางกะทิ, นํ้าตาลปี๊บ, เกลือ, เผือก, มะพร้าวนํ้าหอมเป็นลูก

วิธีการทำบัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน

การทำแป้งบัวลอยเผือก เริ่มจากนำแป้งข้าวเหนียวและแป้งมันมาผสมเตรียมไว้ในอ่างผสม ตั้งพักไว้ก่อน จากนั้นนำเผือกที่เตรียมไว้ไปล้างให้สะอาด ไม่มีดินเกาะ นำมาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นหนาขนาดเท่า ๆ กัน นำไปนึ่งให้สุก เสร็จแล้วนำเผือกที่อุ่น ๆ ใส่ลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ทยอยใส่แป้งลงไปจนหมด เติมนํ้าร้อนหรือนํ้าอุ่นลงไปทีละน้อย สลับกับการนวด นวดไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมแป้งและเผือกเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน สังเกตตัวแป้งจะเนียนและไม่ติดมือ

เสร็จแล้วทำการคลึงแป้งให้เป็นเส้นยาว โดยคลุกแป้งนวลตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือจะปั้นเป็นก้อนกลมขนาดตามที่ต้องการ ตั้งเตรียมไว้ นำมะพร้าวนํ้าหอมมาผ่าครึ่ง (เก็บนํ้ามะพร้าวไว้ทำนํ้ากะทิ) ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้ช้อนตักเป็นคำ ๆ ใส่ภาชนะเตรียมไว้



นํ้ากะทิสด ตั้งกระทะทองเหลืองบนเตาไฟ เอาหัวกะทิคั้นใหม่ ๆ ตามด้วยนํ้ามะพร้าวนํ้าหอม, นํ้าตาลปี๊บ และเกลือใช้ทัพพีคนให้นํ้าตาลและเกลือละลาย ก่อนจะมัดใบเตยสดใส่ลงตามลงไป ต้มให้นํ้ากะทิเดือด ยกลงตั้งพักไว้ให้เย็น

การต้มเม็ดบัวลอย ตั้งนํ้าให้เดือดแล้วนำแป้งเม็ดบัวลอยที่เตรียมไว้ใส่ลงไป ถ้าแป้งสุกจะเห็นเม็ดบัวลอยลอยขึ้นมา รอสักพักตักขึ้นมาแช่นํ้าไว้ เมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วก็เตรียมขายได้เลย โดยแต่ละชุดจะตักแป้งบัวลอยใส่ภาชนะ ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยนํ้ากะทิเป็นอันดับสุดท้าย ตักเสิร์ฟได้เลย

สำหรับเคล็ดลับในการทำบัวลอย เอบอกว่า จะเปลี่ยนจากเผือกเป็นฟักทอง หรือมันม่วง หรือนํ้าใบเตยก็ได้

ราคาขาย “ขนมบัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน” เจ้านี้ ขายถ้วยละ 25 บาท
     
ใครสนใจ บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน เจ้านี้จะซื้อไปชิม สั่งทำ หรือสั่งไปใช้ในงานต่าง ๆ ติดต่อสอบถาม เอ-รดาภัค ได้ที่ โทร. 08-1141-5246 เพจเฟซบุ๊ก : รดาขนมไทย, idline : radanarak ขนมจะมีวางขายที่ตลาดวงศกร สายไหม, ตลาดนัดเช้าวิภาวดี 64, รพ.ราชวิถี, ตลาดสวนผัก, ตลาดหลังการบินไทย, ตลาด กสท.ไปรษณีย์ไทย TOT, และนี่ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าพิจารณา!!.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น