อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

นรกบนดิน

ก่อนเกิดสงคราม ซีเรียมีประชากรประมาณ 23 ล้านคน ชาวซีเรียที่ยังอยู่ในประเทศในปัจจุบัน ต้องอาศัยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากองค์กรระหว่างประเทศหลายสิบองค์กร แบบรายวันอย่างน้อย 13 ล้านคน อังคารที่ 23 มีนาคม 2564 เวลา 07.00 น.

วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 10 ปีสงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่งจนถึงขณะนี้การสู้รบยังดำเนินอยู่ และไม่มีวี่แววจะยุติ แม้ว่าดูเหมือนกองทัพรัฐบาลซีเรีย นำโดยประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด จะชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตั้งแต่ 2–3 ปีก่อน แต่ตามจริงแล้วไม่ใช่
 
15 มี.ค. 2554 เด็กหนุ่มพ่อค้าผลไม้ริมถนน ในเมืองดาเราะห์ ทางภาคใต้สุดติดเขตแดนจอร์แดน ประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลของอัสซาด จากความทุกข์ยากในการหาเลี้ยงชีพ ถูกตำรวจจับ ทำให้ประชาชนในเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กหนุ่มว่างงาน ออกมาเดินขบวนประท้วงบนท้องถนน และการประท้วงถูกขานรับ แพร่กระจายไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วซีเรียอย่างรวดเร็ว 
 
26 เม.ย. 2554 อัสซาดส่งกองทัพเข้าสู่เมืองดาเราะห์ เพื่อปราบปรามการประท้วง ซึ่งการเสียชีวิตและบาดเจ็บของผู้ประท้วง ทำให้สถานการณ์รุนแรงลุกลาม ทหารกองทัพซีเรียส่วนหนึ่ง เข้าร่วมกับฝ่ายค้าน ตั้งกองกำลังติดอาวุธ ในนาม กองทัพซีเรียเสรี หรือ เอฟเอสเอ ( Free Syrian Army : FSA) ต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลซีเรีย นั่นเป็นจุดเริ่มของสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบในเวลาต่อมา ซึ่งมีต่างชาติเข้าไปยุ่งเกี่ยว ทั้งโดยตรงและให้การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นจำนวนมาก รวมถึง สหรัฐ รัสเซีย อิหร่าน อิรัก ตุรกี และอิสราเอล


Al Jazeera English

สงครามกลางเมืองซีเรียกลายเป็นความขัดแย้งที่สลับซับซ้อนที่สุดในโลก และก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี
 
จากการประเมินขององค์การสหประชาชาติ สงครามกลางเมืองซีเรียผ่านไป 10 ปี มีผู้เสียชีวิตจากการสู้รบประมาณ 594,000 คน หลบหนีลี้ภัยออกนอกประเทศ 6.6 ล้านคน โดย 3.7 ล้านคนในจำนวนนี้ อาศัยพักพิงอยู่ในตุรกี ส่วนที่เหลือกระจายอาศัยอยู่ในหลายสิบประเทศ และกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศอีก 6.7 ล้านคน
 
ก่อนเกิดสงคราม ซีเรียมีประชากรประมาณ 23 ล้านคน ชาวซีเรียที่ยังอยู่ในประเทศในปัจจุบัน ต้องอาศัยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากองค์กรระหว่างประเทศหลายสิบองค์กร แบบรายวันอย่างน้อย 13 ล้านคน
 
หลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างตุรกีซึ่งหนุนหลังฝ่ายกบฏซีเรีย กับรัสเซีย หัวขบวนฝ่ายหนุนหลังรัฐบาลของอัสซาด เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2563 ดินแดนซีเรียตกอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลอัสซาด 64% ทางภาคกลาง ตะวันตก และภาคใต้ทั้งหมด 25% ทางภาคเหนือและตะวันออก อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏ นำโดยกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย หรือ เอสดีเอฟ (Syrian Democratic Forces : SDF) ซึ่งเป็นกบฏกลุ่มใหญ่สุด มีนักรบในสังกัดประมาณ 75,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด ชาวซีเรียอัสซีเรียน และชาวอาหรับ
 
อีก 10  % ทางภาคเหนือสุด ตามแนวเขตแดนติดตุรกี อยู่ในการควบคุมของกลุ่มกบฏที่ตุรกีหนุนหลัง และทหารกองทัพตุรกี ที่ถูกส่งข้ามแดนเข้ามา ดินแดนที่เหลืออีก 1% ยึดครองโดยกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มไอเอส ที่เคยยิ่งใหญ่ ยึดครองพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของซีเรียและอิรัก โดยล่าสุดกลุ่มไอเอสยึดพื้นที่ขนาดเล็กกลางทะเลทราย ในจังหวัดฮอมส์ ทางภาคกลาง ท่ามกลางวงล้อมของทหารรัฐบาลซีเรีย


Al Jazeera English

รายงานของยูเอ็น เนื่องในวาระครบรอบ 10 ปีสงครามกลางเมืองซีเรีย บอกว่า คู่ขัดแย้งทุกฝ่าย มีการกระทำที่เข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และความผิดอาญาระหว่างประเทศอื่น ๆ รวมถึง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า การใช้กำลังแก้ไขความขัดแย้ง ทำให้เกิดความหายนะ ความสูญเสียมหาศาล ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
 
รายงานของคณะกรรมการไต่สวนสงครามซีเรีย จัดทำโดย สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ โอเอชซีเอชอาร์ (OHCHR) สรุปเหตุการณ์ว่า ทุกกลุ่มในความขัดแย้งสงครามซีเรีย ล้วนแต่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรายแรงสุด พร้อมกับระบุสาเหตุ ที่มาของสงครามเมื่อ 10 ปีที่แล้วว่า เกิดจากการปราบปรามอย่างโหดร้ายของรัฐบาล ต่อการประท้วงโดยสันติ
 
รายงานระบุอีกว่า ตลอด 10 ปีของสงคราม มีการใช้อาวุธเคมีอย่างน้อย 38 ครั้ง โดย 32 ครั้งในจำนวนดังกล่าว ใช้โดยทหารกองทัพรัฐบาลซีเรีย.

--------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 74