อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ได้กับเสีย

ข้อมูลจากกลุ่ม Global Forest Watch ซึ่งใช้เครือข่ายดาวเทียม เฝ้าติดตามการตัดไม้ทำลายป่าทั่วโลก อินโดนีเซียเป็น 1 ใน 3 ประเทศ ที่สูญเสียป่าฝนมากที่สุด ในปี 2562 ศุกร์ที่ 2 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.

เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลก ประสานเสียงเตือน หลังจากรัฐบาลอินโดนีเซียของประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ประกาศโครงการใหญ่ ที่ท้าทายความสำเร็จ “ดีเซลสีเขียว 100%” เพิ่มส่วนแบ่งการใช้น้ำมันปาล์มในไบโอดีเซล จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการตัดไม้ทำลายป่า เนื่องจากต้องมีการแผ้วถางป่าไม้เขตร้อนมากขึ้น เพื่อเตรียมผืนดินปลูกปาล์ม
 
ไบโอดีเซลคือ เชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก ที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือ สาหร่าย ไบโอดีเซลสามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการชีวภาพในธรรมชาติ และไม่เป็นพิษหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 
อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบ้านของป่าเขตร้อนขนาดใหญ่สุดอันดับ 3 ของโลก (รองจากป่าแอมะซอน ครอบคลุมพื้นที่ 9 ประเทศ ทางตอนบนของทวีปอเมริกาใต้ และป่าลุ่มแม่น้ำคองโก ครอบคลุม 6 ประเทศทางตอนกลางของทวีปแอฟริกา) และเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันปาล์มในไบโอดีเซล มากขึ้น “อย่างต่อเนื่อง” นับตั้งแต่ปี 2561 เพื่อกระตุ้นความต้องการ
 
เพื่อลดรายจ่ายมหาศาล จากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละปี และมีส่วนร่วมกับชาวโลก ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล อินโดนีเซียเพิ่มส่วนผสม “ชีวภาพ” ในไบโอดีเซล จาก 20% ในปี 2561 เป็น 30% ในปีต่อมา โดยส่วนที่เหลือยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล


MoFA Indonesia

วิโดโดกำหนดเป้าหมาย ให้ไบโอดีเซลมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม 100 % แต่ไม่กำหนดกรอบเวลาดำเนินการแน่ชัด เนื่องจากยังไม่ได้ข้อสรุป การทำแผนแม่บทจากคณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
 
เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พีที เปอร์ตามินา บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศแผนเริ่มการผลิตดีเซล และน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นจากน้ำมันปาล์มทั้งหมด ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะแปรรูปน้ำมันปาล์มดิบวันละ 3,000 บาร์เรล เพื่อผลิตไบโอดีเซล และนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็นวันละ 6,000 บาร์เรล และยังตั้งเป้าหมาย ผลิตวันละ 20,000 บาร์เรล ที่โรงกลั่นที่ 2 ในปี 2566
 
ยูยูน ฮาร์โมโน่ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์เพื่อความยุติธรรมของสภาพภูมิอากาศโลก กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย วาลี (Indonesian Forum for the Environment : WALHI) เผยว่า จากการตรวจสอบ ตอนนี้ในอินโดนีเซียยังไม่มีการเตรียมผืนดินเพิ่ม เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน แต่การแผ้วถางป่าขนานใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เพื่อสนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาล
 
ข้อมูลจากกลุ่ม Global Forest Watch ซึ่งใช้เครือข่ายดาวเทียม เฝ้าติดตามการตัดไม้ทำลายป่าทั่วโลก อินโดนีเซียเป็น 1 ใน 3 ประเทศ ที่สูญเสียป่าฝนมากที่สุด ในปี 2562
 
น้ำมันปาล์มซึ่งใช้โดยทั่วไปสำหรับผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหาร และไบโอดีเซลทั่วโลก กำลังเผชิญกับแรงต่อต้าน จากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค ซึ่งระบุว่าการผลิตทำให้สูญเสียป่า เกิดไฟป่าส่งหมอกควันพิษ และการเอาเปรียบแรงงาน
 
ฮาร์โมโน่ กล่าวว่า ไบโอดีเซลไม่ควรถูกมองว่าเป็นทางเลือกสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล และการใช้เชื้อเพลิงทั้ง 2 ประเภทต้องลดลง ทางที่ดีรัฐบาลอินโดนีเซียควรหันไปมุ่งเน้นความพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ที่ท้าทายมากกว่า
 
นับตั้งแต่ปี 2561 อินโดนีเซียกำหนดให้ไบโอดีเซล เป็นพลังงานภาคบังคับ สำหรับทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถยนต์ธุรกิจ ตอนนี้สัดส่วนของไบโอดีเซลในประเทศ ยังอยู่เพียงแค่ 30 % แต่เมื่อความต้องการสูงขึ้น แน่นอนว่าความต้องการน้ำมันปาล์มจะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
 
จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา LMC International ปริมาณผลิตไบโอดีเซลของอินโดนีเซีย ในปี 2563 ใช้น้ำมันปาล์มเพียงแค่ 7 ล้านตันเศษ ๆ จากผลผลิตน้ำมันปาล์มทั้งประเทศ 41.4 ล้านตัน จากที่ใช้ประมาณ 1.4 ล้านตันในปี 2558
 
หลายฝ่ายเชื่อว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะไม่เปลี่ยนแผนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนน้ำมันดีเซลนำเข้า ขณะที่กระทรวงพลังงานอินโดนีเซียประเมินว่า ต้องใช้ที่ดินอีก 15 ล้านเฮกตาร์ (91.5 ล้านไร่) ทำสวนปาล์มใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายโครงการไบโอดีเซลของรัฐบาล.

------------------                          
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



            

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 53