อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

กัญชากับการใช้ในสัตว์เลี้ยง..สพ.ย้ำ!! อาจเกิดภาวะพิษได้หากใช้อย่างไม่ถูกต้อง

ณ เวลานี้คงไม่มีพืชชนิดใดที่จะได้รับความสนใจเท่ากัญชา หลังจากที่กัญชาได้รับอนุญาตให้ใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ซึ่งอนุญาตให้ใช้กัญชาเฉพาะในทางการแพทย์ได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 จาก พ.ร.บ.นี้ทำให้มีการใช้กัญชาแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย จันทร์ที่ 5 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น.


รศ.สพญ.ดร.ปิยะรัตน์ จันทร์ศิริพรชัย ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลอย่างน่าสนใจว่า สำหรับในทางสัตวแพทย์นั้นมีรายงานการใช้กัญชาในการรักษาโรคบางชนิดเช่น ลดปวดในโรคมะเร็งบางชนิดและโรคกระดูกและข้ออักเสบ ลดความดันภายในลูกตาในโรคต้อหิน และระงับชักในโรคลมชัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้ได้แก่ การนำกัญชามาผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเช่น ขนม อาหาร หรือน้ำมันหยดเพื่อลดความเครียดและความดุร้ายในสัตว์ โดยอาศัยฤทธิ์ของกัญชาที่กดการทำงานของระบบประสาทส่งผลให้สัตว์สงบ สารออกฤทธิ์ในกัญชาคือ สารกลุ่ม cannabinoids ซึ่งพบว่ามีประมาณ 113 ชนิด โดยชนิดที่สำคัญที่สุด 2 ชนิด ได้แก่ cannabidiol (CBD) และ delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น
terpenes, flavonoids, fatty acid, steroids และ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น จากการศึกษาในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและมนุษย์พบว่า CBD และ THC ออกฤทธิ์ผ่าน cannabinoid receptors มีผลต่อความจำ อารมณ์ ความรู้สึก การเคลื่อนไหวร่างกาย และผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยช่วยลดการสร้างและหลั่งสารสื่อการอักเสบ



การใช้กัญชาในสัตว์สำหรับในประเทศไทยนั้นนิยมใช้เพื่อบรรเทาปวดจากมะเร็ง ซึ่งพบว่ามีประสิทธิผลดีมาก โดยสัตว์ป่วยที่เคยมีอาการเจ็บปวดรุนแรงกลับมีอาการปวดลดลงและสงบลงมากเมื่อใช้น้ำมันกัญชา เช่นเดียวกับการใช้บรรเทาปวดในสัตว์ที่เป็นโรคกระดูกและข้ออักเสบ จากข้อมูลที่มีการรายงานในต่างประเทศพบว่า กัญชามีความปลอดภัยสูง มีความเป็นพิษไม่รุนแรงจนถึงชีวิตหากไม่ได้รับกัญชาเข้าไปในปริมาณมาก อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลถึงผลจากการใช้กัญชาต่อเนื่องเป็นเวลานานในสัตว์ ดังนั้นจึงควรใช้อย่างระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ ผู้เขียนซึ่งเป็นสัตวแพทย์ขอเน้นเรื่องการใช้กัญชาอย่างระมัดระวังเพราะจากการศึกษาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า สุนัขมีความไวต่อสารออกฤทธิ์ในกัญชามากกว่าคน เนื่องจากสุนัขมีจำนวน cannabinoid receptors ในสมองมากกว่าคน โดยขนาดของ THC ที่ทำให้สุนัขตายเมื่อให้โดยการกินคือ มากกว่า 3 กรัมของพืชกัญชาต่อน้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม THC นี้มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า เมากัญชา ได้แก่ ซึม เดินวน ไวต่อแสงหรือเสียง ปัสสาวะบ่อย ม่านตาขยาย อาเจียน น้ำลายไหล อุณหภูมิร่างกายต่ำ หัวใจเต้นช้าหรือเร็ว ส่งเสียงร้องผิดปกติ มองเห็นเส้นเลือดในตาขาวชัดเจนซึ่งมักพบอาการภายใน 1 ชั่วโมงหลังได้รับกัญชา

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจในช่วงปี ค.ศ. 2010-2015 ที่มีรายงานจำนวนของสุนัขที่เกิดภาวะพิษจากกัญชาสูงขึ้นประมาณ 4 เท่า ซึ่งคาดว่าสุนัขได้รับกัญชาจากการบริโภคของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสูดดมควันบุหรี่ที่ผสมกัญชา การใช้กัญชาทางการแพทย์ หรือจากลำต้น ใบ และดอกกัญชาภายหลังการสกัดสารไปใช้ ส่วนภาวะพิษจากกัญชาในแมวนั้นยังไม่มีรายงาน ซึ่งน่าจะเกิดจากพฤติกรรมที่ต่างจากสุนัขเช่น แมวมักจะไม่คุ้ยขยะหรือกินสิ่งแปลกปลอม เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีรายงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นพิษของกัญชาในแมวในประเทศโปแลนด์เมื่อปี ค.ศ. 2018 พบแมวพันธุ์เปอร์เซียอายุ 6 ปีเข้ารับการรักษาที่คลินิกสัตวแพทย์ด้วยอาการกระวนกระวาย เดินวน และก้าวร้าวทำร้ายเจ้าของ นอกจากนี้ยังพบม่านตาขยาย น้ำลายไหลมาก และกลืนอาหารลำบาก สัตวแพทย์ได้ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และติดตามอาการเพื่อคัดกรองโรคพิษสุนัขบ้า ผลการตรวจดังกล่าวข้างต้นออกมาเป็นปกติ ระหว่างการพักรักษาตัวอยู่ในคลินิกแมวแสดงพฤติกรรมกระวนกระวายและดุร้ายซึ่งมักพบในเวลากลางคืน ต่อมาแมวไม่แสดงอาการดังกล่าวข้างต้นแล้วสัตวแพทย์จึงให้เจ้าของรับกลับบ้านและให้สังเกตอาการต่อไป รวมระยะเวลาที่แมวพักรักษาตัวอยู่ในคลินิกคือ 15 วันโดยยังหาสาเหตุการป่วยไม่พบ



จากนั้นในอีก 3 สัปดาห์ต่อมาแมวเริ่มแสดงอาการผิดปกติเช่นเดิม แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือ เลือดออกใต้ตาขาว สัตวแพทย์ได้ซักประวัติ และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูโดยละเอียดเพื่อประกอบการวินิจฉัย จึงพบว่าหนึ่งในเจ้าของแมวสูบกัญชาชนิด THC สูง จึงเป็นไปได้ว่าแมวได้รับสาร cannabinoids จากการสูดดมควันกัญชา สัตวแพทย์จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาสาร cannabinoids ผลตรวจพบว่า มี THC จึงสรุปได้ว่า แมวเกิดความเป็นพิษจากกัญชาจริง สัตวแพทย์ได้รักษาจนแมวหายเป็นปกติ จากนั้นให้เจ้าของรับกลับบ้านได้ โดยแนะนำว่าต้องหลีกเลี่ยงการใช้กัญชาในบริเวณที่สัตว์อยู่อาศัย

จากข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้เขียนนำเสนอสรุปได้ว่า การใช้กัญชาในสัตว์เลี้ยงนั้นแนะนำให้ใช้เพื่อการบรรเทาปวดและสงบประสาทภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ นอกจากนี้การที่กัญชามีการใช้อย่างแพร่หลายก็อาจส่งผลให้มีโอกาสที่สัตว์จะได้รับกัญชาและเกิดภาวะพิษขึ้นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมหากมีการใช้ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น