อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ทลายวงล้อม

เมียนมามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจีน ทั้งทางด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เป็นเส้นทางผ่านออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งรัฐบาลจีนได้สร้างทางรถไฟ ถนน และท่อส่งก๊าซ-น้ำมัน จากฝั่งทะเลเมียนมาไปยังมณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล เนื่องจากเรือขนส่งสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซ ไม่ต้องแล่นอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ผ่านทะเลจีนใต้ ไปขึ้นฝั่งหลายเมืองท่า ทางภาคตะวันออกของจีน อังคารที่ 6 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวทางการทูต ที่น่าสนใจจับตามอง กรณีที่รัฐบาลจีนโดยนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการประทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศของ 4 ชาติอาเซียน ประกอบด้วย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ไปประชุมหารือกัน ที่เมืองหนานปิง มณฑลฝูเจี้ยน หรือมณฑลฮกเกี้ยน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 31 มี.ค. – 2 เม.ย.ที่ผ่านมา
 
นักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายหลักงานนี้ ปักกิ่งต้องการสื่อให้เห็น ความพยายามยกระดับความร่วมมือกับ 4 ประเทศ เพื่อต่อต้านสหรัฐอเมริกา
 
จากรายงานของสำนักข่าวเดียวโด นิวส์ ญี่ปุ่น จีนหาแนวทางร่วมมือกับกลุ่มอาเซียน เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 และวิกฤติในเมียนมา ซึ่งหลายชาติสมาชิกของอาเซียน มีความสัมพันธ์ที่ดีทางเศรษฐกิจกับปักกิ่ง แต่ต้องพึ่งพาวอชิงตัน ทางด้านความมั่นคง
 
ในระหว่างการประชุม หวังกล่าวกับนายวิเวียน บาลากริชนัน รมต.ต่างประเทศสิงคโปร์ ว่า จีนสนับสนุนให้อาเซียนยึดหลักการ ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน รวมทั้งช่วยยุติวิกฤติ และสานต่อเสถียรภาพในเมียนมา

จีนและสิงคโปร์ควรร่วมมือกันต่อต้าน ลัทธิชาตินิยมวัคซีน (vaccine nationalism) และยกระดับความสัมพันธ์ จีน-อาเซียน


CGTN
 
คำพูดของหวังบ่งชี้ จีนมีเป้าหมายป้องกันกลุ่มอาเซียน ไม่ให้ใกล้ชิดมากขึ้นกับรัฐบาลใหม่สหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ปีนี้ ในกระบวนการแก้ไขปัญหาเมียนมา

ปักกิ่งกำลังมุ่งเน้นเสริมอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการบริจาควัคซีนต้านโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทในแผ่นดินใหญ่ ให้กลุ่มชาติสมาชิกอาเซียน  ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมนโยบาย “การทูตวัคซีน” ทั่วโลก
 
รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ยอมประณามการก่อรัฐประหารในเมียนมา ตรงข้ามกับญี่ปุ่น สหรัฐ และสหภาพยุโรป เนื่องจากปักกิ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งยาวนาน กับกองทัพเมียนมา ที่ปกครองประเทศนานกว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนที่จะผ่อนคลายให้อำนาจพลเรือน เมื่อไม่กี่ปีก่อน
 
โกลบอล ไทม์ส หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในจีน ที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลปักกิ่ง รายงานว่า ประเด็นปัญหาเมียนมา จีนกับบางชาติสมาชิกอาเซียน เห็นพ้องในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันอย่างเคร่งครัด ตรงกันข้ามกับสหรัฐ ที่แทกแซงกิจการภายในชาติอื่น อย่างไม่หยุดหย่อน โดยผ่านปฏิบัติการฝ่ายเดียว และการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ
 
เมียนมามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจีน ทั้งทางด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เป็นเส้นทางผ่านออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งรัฐบาลจีนได้สร้างทางรถไฟ ถนน และท่อส่งก๊าซ-น้ำมัน จากฝั่งทะเลเมียนมาไปยังมณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล เนื่องจากเรือขนส่งสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซ ไม่ต้องแล่นอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ผ่านทะเลจีนใต้ ไปขึ้นฝั่งหลายเมืองท่า ทางภาคตะวันออกของจีน
 
การนัดพบ รมต.ต่างประเทศ 4 ชาติอาเซียน ที่เมืองหนานปิงของหวัง เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการทูตเชิงรุกของจีน นับตั้งแต่การพบปะตึงเครียด กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนใหม่ ที่รัฐอะแลสกาของสหรัฐ เมื่อเดือนที่แล้ว


 
หวังต้อนรับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่เมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ในวันที่ 23 มี.ค. ก่อนจะออกเดินทางเยือน 6 ประเทศในตะวันออกกลาง เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ พล.อ.เว่ย เฟิ่งเหอ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีกลาโหม ออกเดินทางเยือน 4 ประเทศ ในยุโรปตะวันออก


South China Morning Post

บทบรรณาธิการของโกลบอล ไทม์ส ฉบับวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เขียนว่า จีนกำลังเอาชนะ ความพยายาม “โอบวงล้อม”ของสหรัฐ และเป็นเรื่องง่ายดายมากสำหรับจีน ในการทำลายวงล้อมดังกล่าว 
 
เนื่องจากการสร้างวงล้อมจีน เป็นแนวคิดที่ผิดพลาด ของคนที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน.

---------------------
         
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 85