อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ข้อขัดแย้งวัคซีนพาสปอร์ต

วัคซีนพาสปอร์ตกำลังได้รับการพัฒนา เพื่อตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีนโควิด-19 และทำให้คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว สามารถเดินทางได้อย่างเสรีขึ้น ช็อปปิ้งตามร้านค้า หรือรับประทานอาหารนอกบ้านได้ กำลังกลายเป็นข้อขัดแย้งล่าสุดในการเมืองสหรัฐอเมริกา เพราะพรรครีพับลิกันกลับมองว่า วัคซีนพาสปอร์ตที่ว่าได้รุกล้ำ หรือจะเรียกว่าก้าวล่วงอย่างมากก็ว่าได้ เข้าไปในเสรีภาพส่วนบุคคล และทางเลือกส่วนตัวด้านสาธารณสุข ศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.

ข้อขัดแย้งเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตนั้น เป็นเรื่องตอบสนองที่รับฟังได้ ในช่วงแพร่ระบาดใหญ่และการเข้าถึงของภาครัฐ ซึ่งช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมาก็เห็นกันแล้วว่า สองพรรคการเมืองใหญ่ของอเมริกานั้น เห็นต่างกัน เรื่องหน้ากากอนามัย คำสั่งชัตดาวน์ หรือแม้แต่วัคซีน

วัคซีนพาสปอร์ตแท้จริงแล้ว ก็คือแอปพลิเคชันที่มีรหัสแสดงสามารถพิสูจน์หรือตรวจสอบได้ว่า บุคคลคนนั้นได้ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว หรือไม่ก็มีผลตรวจล่าสุดเป็นลบจากโควิด-19 มีใช้กันแล้วในประเทศอิสราเอล และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาในหลายพื้นที่ของยุโรป เพราะนี่คือวิธีการที่แสดงถึงความปลอดภัย ในอันที่จะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักมาแล้ว จากการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19


CBS News

จุดมุ่งหมายของวัคซีนพาสปอร์ต ก็เพื่อให้ธุรกิจร้านค้าสามารถเปิดบริการได้อย่างปลอดภัย เพราะวัคซีนจะช่วยนำความได้เปรียบในการสู้กับไวรัสตัวร้ายกลับมาได้ และยังสะท้อนถึงมาตรการที่ใช้กันแล้วในโรงเรียนสถานศึกษา และการเดินทางต่างประเทศซึ่งจะต้องมีข้อพิสูจน์ว่า คุณมีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อแล้ว

แต่สมาชิกรัฐสภาทั่วประเทศมีความเห็นต่างและคัดค้านเรื่องนี้ เช่น วุฒิสมาชิกหลายคนแห่งรัฐเพนซิลเวเนีย จากพรรครีพับลิกัน กำลังร่างกฎหมายออกมาบังคับใช้ เพื่อห้ามวัคซีนพาสปอร์ต ซึ่งถือว่าเป็นใบประกันด้านสุขภาพหรือการเดินทาง แล้วยังห้ามผู้คนทำกิจกรรมที่เคยปฏิบัติด้วย

เคอร์รี เบนนิงฮอฟฟ์ ผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน และรัฐเพนซิลเวเนีย บอกว่า เรามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายส่วนบุคคลเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ควรหายไปในช่วงวิกฤต แล้วใครจะไปรู้ได้ว่า วัคซีนพาสปอร์ตซึ่งอาจเริ่มขึ้นมาจากโควิด-19 แต่มันจะไปจบลงตรงไหน ข้อกังวลของเขาก็คือการนำเงินภาษีของประชาชนไปสร้างระบบขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องไปอยู่กับหน่วยงานหรือองค์กรไฮเทคขนาดใหญ่ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่แล้วเรื่องโดนแฮก ข้อมูลและข้อมูลความมั่นคงอยู่แล้ว


Washington Post

ขณะที่ส.ส.คริส แรบบ์ จากพรรคเดโมแครต และเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย กลับมองเห็นคุณค่าหรือความสำคัญของวัคซีนพาสปอร์ต ถ้ามีการนำมาใช้อย่างถูกต้อง เพราะมันเป็นหน้าที่ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีหรือวิธีการอื่น ๆ เพื่อยืนยันสถานะของผู้คน แต่ก็มีข้อกังวลเช่นกันในเรื่องความเป็นส่วนตัว การถูกตรวจตรา และเข้าถึงอย่างไม่ถูกต้อง

สมาชิกรัฐสภาของรีพับลิกันในรัฐอื่น ๆ ก็กำลังร่างกฎหมาย เพื่อห้ามใช้หรือไม่ก็จำกัดการใช้ เช่น ร่างกฎหมายเสนอในรัฐอาร์คันซอจะห้ามเจ้าหน้าที่รัฐขอดูวัคซีนพาสปอร์ต จะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม หรือห้ามใช้วัคซีนพาสปอร์ตเป็นเงื่อนไข สำหรับการเข้าถึง เดินทาง การศึกษา จ้างงานหรือบริการ

นอกจากนั้น ก็ยังมีวุฒิสมาชิกของรีพับลิกัน เทรนต์ การ์เนอร์ จากรัฐอาร์คันซอ บอกว่า วัคซีนพาสปอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ใช้โควิด-19 มาเป็นกฎระเบียบหรือการควบคุมคนอเมริกันได้ทุกวัน

ส่วนแอนดี้ สลาวิทท์ รักษาการผู้บริหารศูนย์แพทยศาสตร์ และบริการช่วยเหลือทางการแพทย์ บอกว่า โครงการวัคซีนพาสปอร์ตในความเห็นของเขาแล้ว ก็คือโครงการของภาคเอกชนต่างหาก ไม่ใช่ของรัฐ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่พิจารณาให้คำแนะนำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการที่เกี่ยวกับวัคซีนพาสปอร์ต และหนึ่งในข้อกังวลของเขาก็คือ ใช่ทุกคนที่มีพาสปอร์ตจะต้องมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน พาสปอร์ตควรจะเป็นอิสระและหลากหลายภาษา และข้อมูลส่วนตัวด้านสุขภาพควรจะได้รับการคุ้มครอง.

----------------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 42