อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

โควิดขวิดวิกฤตรัฐบาล ศรัทธาขาลง

​​​​​​​เจอโควิดขวิดเมืองระลอกใหม่ ทำหลายคนอกสั่นขวัญแขวน! ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งต่อเนื่องคาดแตะหลักพันแน่ไม่กี่วัน มารอบนี้“บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดไม่มีล็อกดาวน์  ลั่น“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”   จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.


ทำให้หลายคนตีความที่หลุดคำนี้ เพราะรัฐบาลหมดทางสู้แล้วหรือไม่ เพราะดูตามสถานการณ์การระบาดในระลอก 3 ขณะนี้ หลักๆ มาจากคลัสเตอร์ทองหล่อ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการเชื่อมโยงคนที่วนอยู่รอบๆ ตัวรัฐบาล จากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง กลายเป็นดราม่าทำลายศรัทธารัฐบาล
 
โควิดลามเข้าทำเนียบจนทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โหรงเหรง ขณะที่ฝั่งสภาก็ไม่ต่างกัน การประชุมสภาผู้แทนราษฎรหวิดล่มจนนายชวน หลักภัย ประธานรัฐสภา รีบปิดประชุม ส่งผลให้กฎหมายประชามติค้างอยู่ในสภา
 
เท่านั้นยังไม่พอ วันนี้คลัสเตอร์ทองหล่อออกฤทธิ์หนักทำเชื้อกระจายไปแล้วเกิน 60 จังหวัด แทบทั่วทั้งประเทศ โดยแหล่งแพร่เชื้อหลักไม่พ้นกรุงเทพฯ ที่พบผู้ป่วยมากสุด รองลงมานราธิวาส สมุทรปราการ ชลบุรี และเชียงใหม่ และยอดผู้ติดเชื้อยังมีแนวโน้มสูงขึ้นได้อีกต่อเนื่อง
 
ที่สำคัญการแพร่ระบาดในรอบนี้เป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ ที่แพทย์ชี้ชัดว่า เชื้อตัวนี้แพร่ได้เร็ว ไม่แสดงอาการ ทำให้ติดต่อกันง่าย กระจายไว ซึ่งจะเห็นได้จากสถานการณ์ในตอนนี้ที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดเข้าขั้นวิกฤต  แถมยังมี 4 อาการใหม่ที่แพทย์แนะสังเกตเพิ่มเติมจากอาการที่พบในสายพันธุ์ปกติ คือ มีอาการตาแดง มีน้ำมูกไหล มีไข้และผื่นขึ้น 
 
ทว่าแม้เชื้อกระจายรุนแรง แต่ “บิ๊กตู่”ยังคงไม่ใช้ยาแรงจัดการ ไม่สั่งล็อคดาวน์ปิดพื้นที่ หรือห้ามคนเดินทางข้ามจังหวัด แต่โยนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนจัดการ โดยอ้างว่าคนในพื้นที่จะรู้สถานการณ์ในพื้นที่ของตัวเองดีที่สุด 
 
โควิดลาม ประจวบเหมาะเข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ เชื้อมรณะเดินทางไหลออกจากกรุงเทพฯ และพื้นที่เสี่ยง กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งแค่ช่วงที่เชื้อยังไม่กระจายคนยังไม่เริ่มเดินทาง ก็จะเห็นว่าโรงพยาบาลเอกชนหลายแหล่ง ออกมาประกาศไม่รับตรวจโควิด โดยอ้างว่าเตียงเต็ม น้ำยาตรวจไม่เพียงพอ 
 
ครั้งนี้เมื่อ “บิ๊กตู่”กล้าแลกในการไม่ใช้ยาแรงหยุดเชื้อ ไม่ใช้มาตรการเข้มข้นขึ้น เพราะยอมรับว่าได้บทเรียนจากปีที่แล้วที่ใช้ยาแรงควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ แต่ทำภาคธุรกิจและคนหาเช้ากินค่ำโอดครวญ
 
มารอบนี้เลยเลือกใช้ไม้อ่อน เน้นป้องปรามแทนการห้ามและการสั่งล็อคดาวน์ แค่หลับตาก็พอนึกได้แล้วว่าผลที่จะตามมาหลังสงกรานต์หายนะวิกฤตผู้ติดเชื้อจะเกิดขึ้นอย่างไร 
 
ดังนั้น เมื่อกล้าเสียก็ต้องมีสิ่งที่จะได้กลับมา “บิ๊กตู่” เองต้องมีไม้สองแผนสำรอง แต่ตอนนี้เรายังมองไม่เห็น ซึ่งหากเป็นการแจกเงินเยียวยา โปรยเงินลงไป อาจทำให้คนมีความสุขจริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ได้ทำคนฮือฮา แต่กลายเป็นเรื่องรูทีนไปแล้ว
 
ดังนั้นเมื่อกล้าแลกปล่อยให้คนไหล เชื้อกระจาย หลังจากนี้ก็ต้องมีตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่ายังคุมได้ พร้อมแผนที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศบูมขึ้นได้ท่ามกลางวิกฤตโควิดระลอกใหม่ 
 
อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องยอมรับว่าศรัทธาของรัฐบาลลดลง ทั้งจากวิกฤตโควิดปัญหาปากท้อง และเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง ถือเป็นการบ้านข้อใหญ่ 
 
แต่ถ้า “บิ๊กตู่”ทำได้ก็จะทำให้ประเทศชาติลืมตาอ้าปากได้ รัฐบาลก็จะโกยคะแนนไปเต็มๆ แต่ถ้าทำไม่ได้อาจต้องโกยเถอะโยม...
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น