อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

เรือเฟอร์รี่ข้ามภาค"สัตหีบ-สงขลา" ย่นทาง"สิบล้อ"เปิดมิติเที่ยวทางน้ำ

สงกรานต์อีกปีที่ไม่ได้ชุ่มฉ่ำเพราะโควิด-19 จากคลัสเตอร์สถานบันเทิงถล่มคนไทยระลอก3 พาไปชุบชูใจกับมิติใหม่ของการเดินทางทางน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้กับโครงการเดินเรือเฟอร์รี่จาก จ.ชลบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-สงขลา อังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น.

วันที่ 10  เม.ย. ที่ผ่านมา บริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ภาคเอกชนที่สนใจเปิดบริการขนส่งทางน้ำข้ามภูมิภาคตะวันออกกับภาคใต้เส้นทางแรกของประเทศไทย ได้เริ่มเคลื่อนย้ายเรือต้นแบบในการให้บริการจากท่าเรือแฉลมฉบัง อ.ศรีราชา ไปยังท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ (ท่าเรือจุกเสม็ด) อ. สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อทดสอบการจอดเทียบท่าและเข้าออกท่าเรือ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อยให้ระบบมีความพร้อมสมบูรณ์ ก่อนเริ่มทดสอบเดินเรือทางไกลจากท่าเรือจุกเสม็ดไปยังท่าเรือสวัสดิ์วัฒนา อ.เมือง จ.สงขลา

โครงการเดินเรือเฟอร์รี่ข้ามภูมิภาค เป็นอีกนโยบายที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. 2562 มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC) เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor, SEC) และเพิ่มศักยภาพของการขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุนด้านการขนส่ง ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5

เรือลำนี้เป็นเรือมือสองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีชื่อว่า “เดอะบลู ดอลฟิน” (The Blue Dolphin) ราคา 200 ล้านบาท มีความยาว 136.60 เมตร ขนาด 7,003 ตันกรอส ความเร็ว 17 น๊อต (31.48 กม.ต่อ ชม.) รองรับรถบรรทุกได้ประมาณ 80 คัน รถยนต์ส่วนตัว 20 คัน ผู้โดยสารประมาณ 586 คน และผ่านการตรวจรับรองความปลอดภัยจาก กรมเจ้าท่าแล้ว ขณะเดียวกันคนประจำเรือได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัยตามข้อกำหนด นอกจากนี้ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุน อาทิ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก บีโอไอด้วย



ระยะ (เฟส) แรก จะให้บริการจากชลบุรี-สงขลา ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบถึง จ.สงขลา ประมาณ 20 ชม. ต่อเที่ยว ช่วยร่นระยะทางการใช้ถนนจาก 1,128 กม. เหลือ 609 กม. (ร่นระยะทางได้ 519 กม.) คำนวณแล้วใช้เวลาน้อยกว่าที่รถบรรทุกเดินทางทางถนน (ซึ่งต้องรวมเวลาพัก) ประมาณ 5 ชม.

ดังนั้นการให้บริการเบื้องต้นของเฟอร์รี่จะให้บริการกับรถบรรทุกก่อน เปิดมิติใหม่ของการขนส่ง เพราะการลดจำนวนรถบรรทุกบนท้องถนนได้ เท่ากับช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนได้ ขณะเดียวกันต้นทุนค่าขนส่งจะลดลงด้วย อย่างไรก็ตามการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนนั้นต้องส่งเสริมให้มีการส่งสินค้าทางเรือและรถไฟเป็นหลัก ในอนาคตการใช้ถนนเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าต้องน้อยลง



จากประโยชน์ใช้สอยของเรือออกแบบให้มีห้องนอน สิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทาง ไม่ต่างจากเรือสำราญ ภายในเรือยังให้บริการรถยนต์สี่ล้อเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับคนที่จะเดินทางจากภาคตะวันออกไปยังภาคใต้สามารถนำรถโดยสารมากับเรือเฟอร์รี่ แล้วใช้บริการห้องพักบนเรือ ซึ่งบริการนี้มีแผนเปิดบริการประมาณเดือน พ.ค. นี้หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

เรื่องค่าบริการ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเสนอกรมเจ้าท่าพิจารณา อย่างไรก็ตามได้รับคำยืนยันว่าบริษัทจะเก็บค่าบริการถูกกว่าเครื่องบินแน่นอน แต่แพงกว่ารถทัวร์ เบื้องต้นจะเน้นลูกค้ารถบรรทุกในเครือข่ายบริษัทก่อน 

วิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) บอกถึงความคืบหน้าการเปิดให้บริการ พร้อมระบุว่า ได้ย้ำบริษัทให้ทดสอบระบบให้มีความพร้อมมากที่สุดจนแน่ใจ 100% เนื่องจากให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจะจัดสรรให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งประชาชนทั่วไปมาใช้บริการ หากเป็นไปได้ด้วยดี บริษัทมีแผนจัดซื้อเรือลำที่ 2 มาให้บริการเพิ่ม



อธิบดีกรมเจ้าท่า  บอกด้วยว่า บริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด สนใจเดินเรือเฟส 2 จาก ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จ.ชลบุรี–ท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 400 กม. ถือเป็นการเพิ่มเส้นทางใหม่ที่เป็นทางเลือกในการเดินทางพร้อมเปิดบริการประมาณปลายปี 2564 จากแผนเดิมที่จะเดินเรือเส้นทางเดียวจาก จ.ชลบุรี-ประจวบฯ-สงขลา

พร้อมกันนี้กรมเจ้าท่าจะเปิดเชิญชวนเอกชนเดินเรือเฟอร์รี่ จากท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ ไปเกาะช้าง ระยะทางประมาณ 92 ไมล์ทะเล หรือ 165 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ ชมทั้งนี้ถ้าใช้เส้นทางถนนเชื่อมกับการขึ้นเรือข้ามเกาะจะใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 300-400 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ ชมขณะที่ถ้าใช้บริการเรือเฟอร์รี่วิ่งตรงจากท่าเรือจุกเสม็ด-เกาะช้าง จะใช้เวลา เดินทางประมาณ ชม.30 นาที-3 ชมเป็นอีกมิติของการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ

สำหรับท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ (ท่าเรือจุกเสม็ด) เป็นท่าเทียบเรือที่อยู่ในการควบคุมดูแลของกองทัพเรือโดยแบ่งส่วนพื้นที่เพื่อใช้สำหรับเป็นท่าเทียบเรือเฟอร์รี่จำนวน 2 ท่า มีความยาว 75 เมตร ความกว้างหน้าท่า 30 เมตร ความกว้างหน้าแลมป์ 30 เมตร ระดับน้ำลึกหน้าท่า วัดจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ด้านนอกลึก 10 เมตร และด้านในลึก 8 เมตร มีขีดความสามารถ รองรับการจอดเรือเฟอร์รี่
 
โปรเจคท์สดใหม่ เปิดประสบการณ์การเดินทางที่ได้พักผ่อนบนผืนน้ำ

---------------------------------
คอลัมน์ มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น