อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

ปมร้อน"โควิด "เขย่าการเมือง

โกลาหลกันไปหมดกับคลัสเตอร์ใหม่ “ทองหล่อ” พ่นพิษ โควิดกระจายทั่วประเทศ พาคนไทยขนหัวลุก แพนิกกันยกใหญ่ เพราะเชื้อร้ายระลอกใหม่ คัมแบ๊กอาละวาดดกว่าเดิม ตัวเลขผู้ติดเชื้อทะยานกลับมาแตะเลขสามหลักต่อเนื่อง ดารา นักร้อง ไฮโซเซเล็บติดเชื้องอมแงม ลามถึง รัฐมนตรี นักธุรกิจ บิ๊กข้าราชการ พาเหรดเป็นผู้ติดเชื้อ  อังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 10.00 น.


โควิดระบาดกลบสถานการณ์ร้อนทางการเมือง ที่ม็อบ “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” นำโดย “จตุพร พรหมพันธุ์” อดีตแกนนำ นปช.ที่กำลังหลอมรวมทุกสีเสื้อรุกไล่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปักหมุดชุมนุมลากยาว เร้ากระแสไล่ “ผู้นำ” รายวัน

ยังต้องฉากหลบเชื้อโควิด ประกาศยุติชุมนุมชั่วคราว ปรับกระบวนทัพ หาทางคลิกให้ลงตัว หลังออกสตาร์ตชุมนุมไปไม่กี่แมตช์แล้วแป้ก เพราะแนวร่วมมาไม่ฟูลทีมอย่างที่หวัง


 
ทว่าหากประเมินแล้วต้องบอกว่า “ม็อบจตุพร” คราวนี้ มาในแบบ “ดาวกระจาย” และผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นการรวมพล “คนสูงวัย” ที่เป็ “ขาประจำ” ตามเวทีม็อบที่ผ่านมา หลายคนคุ้นหน้า

คาดตากันดี แทบทั้งหมดมาตั้งแต่ยุค นปช. คนเสื้อแดง ผสมผสานกับพวกที่ “ไม่ชอบลุงตู่” จากบางพรรคการเมืองที่มาผสมโรง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการชุมครั้งนี้ไม่มี “ม็อบสามนิ้ว” เข้ามาร่วมด้วย
 


นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า “ม็อบจตุพร” ไม่เน้นแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงจัง หรือ เดินหน้าต่อขบวนการล้มเจ้า แตะเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหลักใหญ่เหมือนทีมของ “คณะก้าวไกล-ก้าวหน้า”  ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ตั้งโจทย์เดินหน้า “ม็อบเด็ก” แต่แย่งซีนมุ่งเน้นเรื่องขับไล่ “ลุงตู่” ออกไปแทนเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการ “ชูสามนิ้ว” เป็นสัญลักษณ์ในการชุมนุม
 
หากพิจารณาจากภาพรวม โดยมองจากจำนวนมวลชน “ม็อบไทยไม่ทนฯ” ยังถือว่า “ไม่ผ่าน” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนคน รวมไปถึงเหตุผลในการขับไล่ “ลุงตู่”  ยังถือว่ามีความคลุมเครือ ยังไม่มีเหตุผลหรือมีเงื่อนไขรองรับที่หนักแน่นพอ ในแบบ “ทนไม่ไหว” ต้องออกมาขับไล่กันทันที หากไม่อคติจนเกินไป หลายโครงการจับต้องได้ บางโครงการสำเร็จ หรือใกล้เสร็จ เป็นรูปเป็นร่างแล้ว


 
แต่อีกมุมอาจมองได้ว่า “ม็อบจตุพร”  คัมแบ๊กกลับมาอีกครั้ง สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับสังคมว่ามีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่ หรือว่า “รับงาน” ใครมาหรือไม่ เพราะหากพิจารณาเงื่อนไขสาเหตุในการชุมนุมในครั้งนี้แล้ว ยังถือว่า “คลุมเครือ” ซึ่งด้วยเหตุผลหลากหลายประการที่กล่าวมาทั้งหมด จึงยังทำให้ยังจุดกระแสม็อบครั้งนี้ไม่ขึ้นเช่นที่ผ่านมา
 
เห็นได้จาก “จตุพร พรหมพันธุ์” ออกมาระบุว่า “โควิดไม่เคยมีประวัติการระบาดจากการชุมนุม แม้แต่การชุมนุมของราษฎรวันนี้เราจำเป็นต้องยุติก่อน ถ้าโควิดเลิกระบาด เราจะปฏิบัติการกันต่อ เราจะกลับมาหลังสงกรานต์ เป็นวันไหน เราจะแถลงให้ทราบต่อไป เพื่อสร้างความชอบธรรม ถ้าฝืนกระแสสังคม จะกลายเป็นไม่ชอบธรรม เราจึงต้องแสดงความชอบธรรม”


 
ขณะที่ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาโจมตีว่า การชุมนุมของนายจตุพร ไหนว่ามากันมืดฟ้ามัวดิน ผมนับไปนับมาขนรักแร้ผมยังมีมากกว่าเสียอีก หมดน้ำยาแล้วหรือ ไม่มีใครเชื่อน้ำคำแล้ว หลอกคนไว้มาก คนเสื้อแดงหลายกลุ่มก็ไม่เอาด้วย เพราะเขารู้ว่า ใครสู้แล้วรวยอยู่อย่างสุขสบาย ใครสู้แล้วต้องลำบากมีคดีความติดตัว คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้บนเวทีว่าจะช่วยเหลือดูแลคนเสื้อแดงมีบ้างไหม และฝากบอกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วยว่า จะใช้คนมาทำงานให้ดูศักยภาพด้วยมีความสามารถพอหรือไม่ ไม่เช่นนั้นก็ถูกหลอกเอาเงินอยู่เรื่อยไป
 


โจทย์โคตรยาก สมการหลายชั้น แก้ลำบากขึ้นทุกขณะ ไหนจะต้องต้องเผชิญมหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิด คลื่นม็อบรุ่นใหญ่ไล่ “นายกฯ” จุดติด เกมค่ายกลนักการเมืองจัดพิธีกรรมกดดันรื้อรัฐธรรมนูญ กฎหมายประชามติจ่อคาราคาซังจังหวะมะรุมมะตุ้ม เหมือนไฟไหม้ลามตึก จนหาทางออกแทบไม่เจอ.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น