อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

โควิดขวิดพรรคร่วมสะเทือนไทยคู่ฟ้า

ภาพตรงนี้ยิ่งสะท้องความเชื่อมั่นที่มี ต่อ “บิ๊กตู่” ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลติดลบอย่างหนัก แม้กระทั่งคนในทีมรัฐบาลเดียวกัน ยังแอบเมาท์ประจานความล้มเหลวเข้าทำนอง “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น”  ส่อบานปลายร้าวลึก ศุกร์ที่ 30 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.


ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะ โควิด-19 รายวันที่กำลังทะลัก 2 พันต่อวัน คนตายทะลุสิบคนทุวัน  ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนประจานความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด เฟส 3  ของรัฐบาล “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ส่อวิกฤติขึ้นทุกวัน  จาก “กองเชียร์”กลายเป็น “กองแช่ง” หมดหวังกับฝีมือรัฐบาล เขย่าบัลลังก์ “ผู้นำท็อปบู๊ต” ไม่สมราคาคุย



จะเห็นได้ว่าอาการ “บิ๊กตู่”ตอนนี้ระแวง ไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่คนในรัฐบาล ด้วยกัน ชวนทะเลาะไปทุกพรรค เพราะสดๆร้อนๆ กับความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จากกรณีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2564 เรื่องการมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันในระดับพื้นที่จังหวัด ยิ่งกว่าเห็นผี เมื่อ “หนุ่มพระเยา” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์  จากเดิมดูแล “พะเยา- เชียงราย –หนองบัวลำภู” แต่เปลี่ยนมาให้ดูแล “สงขลา- นครศรีธรรมราช-ภูเก็ต” ถูกเจ้าของพื้นที่มองว่าตีท้ายครัว หวังเจาะไข่แดงภาคใต้ปูฐานเสียง เลือกตั้งสมัยหน้า

สุดท้าย “บิ๊กตู่”ก็ยอมถอยรักษาน้ำใจ เคลียร์แบ่งพื้นที่รมต.ดูแลใหม่ แต่ก็ยังให้ “ร.อ.ธรรมนัส”ยังคุมบางจังหวัดภาคใต้

ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ระหองระแหงการแก้ไขปัญหาโควิด เฟส 3 ที่ “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข  ก็ไม่พอใจที่ถูกล่อเป้าเป็น “ตำบลกระสุนตก” อยู่คนเดียว  ทั้งๆที่  “บิ๊กตู่” คือผู้มีอำนาจสูงสุด ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร และในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. โดย “หมอหนู” ไม่มีอำนาจและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีมาตลอด



3 พรรคร่วมรัฐบาล  “พปชร. -ปชป. – ภท.” ฟัดกันเละ โต้ตอบกันไปมา จนสุดท้าย “แกนนำ” ต้องเคลียร์ใจสงบศึก ไม่เช่นนั้นจะไปกันใหญ่  วันนี้ต้องหยุด - เลิกทะเลาะกัน เพราะประชาชนจับตาอยู่ อย่าให้บรรยากาศของประเทศต้องหมดหวังไปมากกว่านี้

โดยสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนเวลานี้คือทำอย่างไรที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลงให้ได้มากที่สุด  รวมถึงการขยายการรองรับจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงเร่งจัดหา วัคซีน มาสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่” ให้คนไทยทั้งประเทศโดยเร็วและเท่าเทียมกัน

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโควิด เฟส 3 ประจานความล้มเหลว การแก้ปัญหาของรัฐบาล โดนกระหน่ำทุกสารทิศ ทั้งประชาชน  ภาคธุรกิจ นักวิชาการ  นักการเมือง ฯลฯ จนทำให้ “บิ๊กตู่” หงุดหงิด ถึงขนาดพูดกลางที่ประชุม ครม.วันที่27 เม.ย.ที่ผ่านมา  ประกาศฟัน “รมต.ปากเสีย” แอบนินทา  ขู่ริบโควตาเก้าอี้พรรคคืนเอามาเป็นโควตา “นายกรัฐมนตรี” ทันที  พร้อมๆกับส่งสปายไปคอยสอดส่องดูเฟซบุ๊ก รมต. และพรรคการเมือง เป็นการปรามห้ามประจาน “ท่านผู้นำ”เพราะลงเรือลำเดียวกันมาแล้วเกือบ 2 ปี



ภาพตรงนี้ยิ่งสะท้องความเชื่อมั่นที่มี ต่อ “บิ๊กตู่” ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ติดลบอย่างหนัก แม้กระทั่งคนในทีมรัฐบาลเดียวกัน ยังแอบเมาท์ประจานความล้มเหลวเข้าทำนอง “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น”  ส่อบานปลายร้าวลึก

วันนี้ “บิ๊กตู่”และ “ครม.” ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ทำงานแบบมืออาชีพ  ยิ่งล่าสุดยึดอำนาจกินรวบกฎหมายแก้ปัญหา โควิด –19ไว้ในมือ 31 ฉบับ จากทุกหน่วยงาน มาอยู่ในมือ “บิ๊กตู่” เพียงคนเดียว เพื่อมีอำนาจทุบโต๊ะ ชี้ขาดความเป็นความตายของประเทศ ตรงนี้ถือเป็น “ไม้ขีดไฟก้านสุดท้าย” ที่ “บิ๊กตู่” ต้องทำให้ดีที่สุด

เพราะถ้ารวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จแล้วยังทำงานล้มเหลว ซ้ำซากแบบเดิม ก็ถึงจุดสิ้นสุดของรัฐบาล  โอกาสแก้ตัวไม่ได้มีพร่ำเพรื่อ!!.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

ความคิดเห็น