อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

Crypto Café ร้านกาแฟยุคใหม่

การทำงานในปัจจุบันของผมมีเรื่องที่ต้องศึกษาเกี่ยวกับกาแฟดริป โชคดีที่มีร้านกาแฟเปิดใหม่อยู่ไม่ไกลบ้านผมนัก Crypto Café Specialty Coffee ตั้งอยู่ที่ Grand Market รามอินทราซอย 5 เลี้ยวขวาที่ทางเข้าตลาดแล้วตรงเข้าไปเลยครับอยู่เกือบสุดซอย สังเกตโรงเรียนสอนเทควันโดด้านซ้ายมือ จะมีร้านกาแฟสวย ๆ ที่อยู่ติดกัน จันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น.


(บทความนี้ เขียนก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศห้ามนั่งกินในร้าน)
วันนั้นผมได้พูดคุยกับบาริสต้าประจำร้านชื่อ “คุณปั๊ก” ธีระนิตย์ เวชสิทธิ์ ผมสอบถามว่าร้านกาแฟนี้เปิดมานานหรือยัง คุณปั๊กบอกว่าเพิ่งเปิดเมื่อต้นเดือนเมษายน มีหุ้นส่วนกัน 4 คนและทุกคนชอบการเทรด Crypto และดื่มกาแฟ จึงเกิดร้านนี้ขึ้นมา ผมทักว่า “Specialty Coffee” มีอะไรพิเศษบ้าง



คุณปั๊กบอกว่า วัตถุดิบกาแฟของร้านนี้ค่อนข้างพิเศษ เพราะมีเมล็ดพันธุ์ดี ๆ มาจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเอธิโอเปีย กัวเตมาลา ปานามา เมียนมา ฯลฯ และมีการ blend หรือผสมผสานกันให้กาแฟออกมารสชาติกลมกล่อมที่สุด และที่สำคัญทางร้านมีโรงคั่วกาแฟของตัวเองที่จังหวัดพิษณุโลก เน้นการคั่วอ่อนและคั่วกลาง เพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติกาแฟแบบดั้งเดิมมากที่สุด เมื่อตัววัตถุดิบต้นทางมีความโดดเด่นแล้ว ทางร้านมีการลงทุนเครื่องชงกาแฟระดับท็อปอย่าง LA MARZOCCO LEVA S 2G จากประเทศอิตาลี (ผมแอบถามราคา เกือบหกแสนบาทนะครับ!!) เป็นระบบไฮดรอลิก ควบคุมแรงดันการสกัดกาแฟออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ต้องถือว่าที่นี่มีอุปกรณ์ครบเครื่อง

นอกจากนี้ตัวคุณปั๊กเอง เป็นบาริสต้าที่มีประสบการณ์ด้านการชงกาแฟและเทรนนิ่งมาเกิน 10 ปี เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการแข่งบาริสต้าของ True Coffee และได้รางวัลชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยด้าน Aromaster ไปแข่งที่ประเทศเกาหลี ต้องว่าเขามีฝีมือพอตัว

คุณปั๊กบอกว่า เขาดีไซน์เมนูกาแฟในร้านเองทั้งหมด โดยเรียกว่าเป็นกาแฟยุคใหม่ เพราะอยากทำกาแฟให้มีคาแรกเตอร์ มีการฟิวชั่นกับผลไม้ มีการผสมผสานวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้าด้วยกัน ทำการชั่งตวงวัดที่มีมาตรฐาน ไม่เน้นอารมณ์ของบาริสต้าเพียงอย่างเดียว เพื่อให้รสชาติของแต่ละเมนูคงที่ คุณปั๊กบอกว่า กาแฟของเขามี signature คือรสชาติกลมกล่อม อยากนำเสนอให้กับลูกค้าได้ลองชิม



คุณปั๊กพูดขนาดนี้ ผมต้องขอลองก่อนเลยว่าอะไรคือ กาแฟยุคใหม่ คุณปั๊กเข้าไปหลังบาร์แล้วทำเมนูที่ชื่อว่า Paradise ให้ผม เริ่มจากนำน้ำเสาวรสผสมกับมะนาวโซดา ใส่ไซรัป มีการชั่งตวงวัดทุกขั้นตอน แล้วพักน้ำผลไม้ไว้ หันไปชงกาแฟเอธิโอเปียผสมกับเมียนมา ได้มาชอตหนึ่ง แล้วนำไปเทใส่ที่เชคผสมรวมกับน้ำผลไม้ที่เตรียมไว้ ใส่โรสแมรี่ลงไป ก่อนที่จะเขย่าเข้าด้วยกัน สุดท้ายตกแต่งด้วยผลเสาวรสและโรสแมรี่อีกหนึ่งก้าน

พอนำแก้วมาเสิร์ฟ ผมดูแล้วว้าวเลยครับ สวยงามมาก แต่สวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอร่อยด้วย ก่อนจะจิบ ผมได้กลิ่นโรสแมรี่อ่อน ๆ สัมผัสกับจมูก ส่วนรสชาตินี่ผิดคาดมาก ผมเดาทางว่าต้องเปรี้ยวแน่ ๆ “รสชาติละมุนและสดชื่นมาก” ผมบอกคุณปั๊กไป บาริสต้ายิ้มเลยครับ เพราะเขาดีไซน์รสชาติให้เป็นแบบนั้น ยังไงกาแฟก็ต้องเป็นพระเอก ไม่โดนกลบด้วยความเปรี้ยวของผลไม้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว กาแฟเอธิโอเปียมีความโดดเด่นตรงที่มีความเป็นผลไม้เมืองร้อน ฟรุตตี้สูง ออกรสเปรี้ยว ไปได้ดีกับพวกซิตรัส เช่น มะนาว เสาวรส จึงเทไซรัปใส่เข้าเพื่อไปลดความเป็นกรด เมื่อผสมรวมกันแล้วรสชาติของกาแฟคุมอยู่ น่าสนใจมากครับ คุณปั๊กบอกว่ามีเมนูคล้าย ๆ แบบนี้ แต่เป็นกาแฟส้มยูสุ (Sunday Morning) และกาแฟสับปะรดมะพร้าว (Monday Mousy)



ผมถามถึง กาแฟดริป คุณปั๊กบอกที่ร้านก็มีครับ จะได้รสชาติกาแฟไปเต็ม ๆ ไม่ต้องผสมกับอะไร ตัวที่เลือกมาให้ชิมคือ กาแฟปานามา มีชื่อว่า PANAMA ESMERALDA GEISHA เมล็ดกาแฟจะคั่วอ่อนเพื่อให้ได้รับรสชาติคาแรกเตอร์ของกาแฟมากที่สุด คุณปั๊กกรอกเมล็ดกาแฟลงถ้วยแล้วนำไปบด ขณะที่รอเมล็ดกาแฟก็เช็คอุณหภูมิน้ำร้อนให้ได้ประมาณ 90 องศา แล้วเทล้างฟิลเตอร์ก่อน เมื่อได้กาแฟที่บดมาเรียบร้อยแล้วนำมาเทลงที่กระดาษกรอง ใช้น้ำร้อนเทผ่านเนื้อกาแฟให้ค่อย ๆ หยดผ่านฟิลเตอร์ลงไปในเหยือกทีละหยด ถือว่าเป็น Slow Bar ครับ ค่อย ๆ ทำไป ผมคอยได้...ไม่รีบ เมื่อได้ปริมาณที่ต้องการแล้ว คุณปั๊กให้ผมชิมช็อตแรก รสชาติไม่เปรี้ยวมากนะครับ แค่เปรี้ยวปลายลิ้นและหอมดอกไม้ มีกลิ่นหอมละมุนในปาก เมื่อดื่มน้ำเปล่าตาม รสจะกลายเป็นหวานทันที



ผมถามถึงเมนูยอดฮิตนอกเหนือจากที่ชงให้ผมมา 2 แก้ว คุณปั๊กบอกว่าลูกค้าชอบ เอสเพรสโซ่ลาเต้ โดยเขาเลือกเมล็ดกาแฟจากเมียนมาที่กำลังมาแรงในขณะนี้ body จะแน่น นำมา blend กับเมล็ดกาแฟกัวเตมาลาจากอเมริกาใต้ที่มีความหอมวอลนัท อัลมอนด์ จะช่วยยกรสชาติกาแฟขึ้นไปอีกระดับและมีการคั่วแบบปานกลาง คำว่า “ลาเต้” ที่แปลว่านม เพราะฉะนั้นจะเตรียมสตีมนมให้ร้อนเตรียมไว้ประมาณ 65 องศา คุณปั๊กได้โชว์ทำลาเต้อาร์ตใส่แก้วมาให้ด้วยครับ รสชาติกลมกล่อมเหมือนเนยถั่ว มีความเป็นช็อกโกแลตตบท้าย

คุณปั๊กบอกว่า ถ้าลูกค้าไม่ดื่มกาแฟ ก็มักจะสั่งชาเขียว ทางร้านสั่งมัชชะเกรดพรีเมี่ยมนำเข้ามาจากญี่ปุ่นยี่ห้อ NIKO NEKO ผมชิมแล้ว ชาเขียวรสเข้มข้นมากและไม่หวาน (ผมไม่ชอบกินชาเขียวหวาน ๆ) คุณปั๊กบอกว่าจริง ๆ แก้วนี้ก็ใส่ไซรัปแต่ปริมาณน้อย อยากให้ลูกค้ารับรสชาติอูมามิของชาเขียวเต็ม ๆ มากกว่า

ผมประทับใจร้านกาแฟเปิดใหม่ร้านนี้มากครับ เห็นด้วยว่าวัตถุดิบดี บาริสต้าเก่ง ตอบคำถามอธิบายได้หมด บรรยากาศในร้านสบาย ๆ จอดรถง่าย มานั่งคุยนั่งทำงานได้ …เห็นว่าถ้าใครชอบเล่นหุ้นหรือเทรด Crypto มาคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะกับเจ้าของร้านได้เลย สมแล้วครับที่บอกว่าเป็น Crypto Café เป็นร้านกาแฟยุคใหม่จริง ๆ.

.......................................
คอลัมน์ :
ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย "น้าเมฆ"
https://facebook.com/cloudbookfanpage

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 40