อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

ปัญหาใหญ่ "โควิด" คนแก่ รับเชื้อในบ้าน-เสี่ยงตาย!

อยากแนะนำคนที่ป่วยเป็นไข้ โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ได้ออกไปในพื้นที่เสี่ยง ควรมาตรวจหาโควิดด้วย เนื่องจากหลายคนมีอาการไข้ 5–6 วัน แต่ยังหาสาเหตุไม่เจอ จนสุดท้ายต้องมาโรงพยาบาลและตรวจพบ อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.


การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบนี้ นอกจากความรุนแรงจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานของทีมแพทย์และพยาบาลก็ลำบากยากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากคนไข้หลายราย ไม่ได้ไปในพื้นที่เสี่ยง แต่ได้รับเชื้อมาจากสมาชิกในครอบครัว ทำให้คนไข้มาพบแพทย์ช้า จึงเสี่ยงที่จะเสียชีวิต



ภูมิต้านทานไม่ดีเชื้อโควิดโจมตีเร็ว

ทีมข่าว “1/4  Special Report” มีโอกาสคุยกับ นพ.นิพนธ์ จิริยะสิน อายุรแพทย์ระบบโรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลนครธน ให้ข้อมูลน่าสนใจว่าการแพร่ระบาดรอบนี้ค่อนข้างหนักมาก แม้ตอนแรกจะแพร่กระจายในสถานบันเทิง โดยคนที่ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและคนทำงานกลางคืน แต่หลังจากนั้นเชื้อโควิดจากคนเหล่านี้แพร่กระจายมาสู่คนที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งหลายคนมีโรคประจำตัว สิ่งนี้ทำให้แพทย์ค่อนข้างประสบปัญหาในการรักษา เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่ จะไม่รู้ว่าตัวเองติดมาจากไหน ทำให้การไล่ “ไทม์ไลน์” ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนครั้งก่อน  

“ผู้สูงอายุที่ติดโควิดหลายคน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่สามารถไล่ไทม์ไลน์ได้ เพราะหลายคนอยู่บ้าน แต่พอตรวจแล้วเจอ ทำให้การวินิจฉัยโรคค่อนข้างยาก หากคนไข้มีอาการใกล้เคียงกับโควิด เช่น มีไข้ ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา จึงต้องสันนิษฐานและเฝ้าระวังคนไข้เป็นพิเศษก่อน ยิ่งคนไข้สูงอายุ ตอนนี้ที่มาโรงพยาบาลมักจะมาด้วยอาการจำเพาะ เช่น มาด้วยผื่น ท้องเสีย หรือเป็นไข้ โดยไม่มีอาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีมาเรื่อย ๆ

โดยกลุ่มเสี่ยงในครอบครัวจะเป็นคนที่มีโรคเบาหวาน มีการควบคุมโรคที่ไม่ดี หรือมีโรคตับ หัวใจ ไต ปอด เช่นเดียวกับคนที่มีภาวะอ้วน ที่ได้รับเชื้อกว่า 50% จะมีอาการรุนแรง รวมทั้งอาการทรุดหนักอย่างรวดเร็ว ที่น่าสังเกตคือ คนไข้ที่ได้รับเชื้อรอบนี้ หลายคนมีไข้ในวันแรกแล้วหายไป แต่กลับมามีไข้อีกวันที่ 8 ของการรักษา ซึ่งจากการรักษาวิเคราะห์ได้ว่า ตัวเชื้อโควิดที่แสดงอาการในวันแรก ๆ เป็นการติดเชื้อที่อวัยวะ เช่น ปอด โดยอวัยวะนั้นจะสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านเชื้อ

แต่การที่เชื้อกลับมาโจมตีร่างกายผู้ป่วยอีกครั้งในวันที่ 8 ของการติด มีสาเหตุมาจากภูมิต้านทานโดยรวมของคนไข้ หากมีภูมิต้านทานที่ดี ลักษณะอาการจะไม่แรงนัก แต่ถ้ามีต้นทุนภูมิต้านทานไม่ดี หรือต้องกินยากดภูมิต้านทาน  จะทำให้เชื้อโควิดโจมตีร่างกายอย่างรวดเร็ว จนคนไข้มีอาการทรุด แล้วเสียชีวิตในที่สุด



เป็นไข้-ไม่ได้ไปพื้นที่เสี่ยง! ควรมาตรวจ

ปัจจุบันสถานที่เสี่ยงนอกจากชุมชน และพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมกันเยอะแล้ว ร้านอาหารถือเป็นอีกจุดเสี่ยง เพราะเป็นสถานที่ต้องถอดหน้ากากเพื่อทานอาหาร ในช่วงเวลานี้อาจมีภาวะต่าง ๆ ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้นเป็นอีกสถานที่ที่จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับการทานอาหารที่บ้าน ซึ่งบางครั้งคนในครอบครัวที่ออกไปทำงานข้างนอกอาจรับเชื้อมา แล้วแพร่กระจายในระหว่างทานอาหารได้

“อยากแนะนำคนที่ป่วยเป็นไข้ โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ได้ออกไปในพื้นที่เสี่ยง ควรมาตรวจหาโควิดด้วย เนื่องจากหลายคนมีอาการไข้ 5–6 วัน แต่ยังหาสาเหตุไม่เจอ จนสุดท้ายต้องมาโรงพยาบาลและตรวจพบ แต่บางคนมีอาการผื่นแดง หรือตาแดงอย่างใดอย่างหนึ่งมาก่อน ดังนั้นถ้าคนไข้มีอาการแปลก ๆ ควรมาตรวจหาโควิดด้วย เพื่อความปลอดภัย

ยิ่งถ้าผู้ป่วยมีการตรวจเลือด ลักษณะของผู้ป่วยโควิดจะมีเม็ดเลือดขาวต่ำ และเกล็ดเลือดต่ำ นี่เป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่ง หลายคนอาจมองว่าลักษณะนี้คล้าย ๆ อาการไข้เลือดออก โดยลักษณะไข้จะคล้าย ๆ กัน แต่ถ้าแพทย์ตรวจดูแล้วไม่ใช่ไข้เลือดออก แสดงว่าผู้ป่วยเป็นโควิด



รู้จักการประเมินตัวเองเพื่อกักตัว

นพ.นิพนธ์แนะนำว่า สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโควิดแล้ว สามารถสังเกตอาการของตัวเองได้ว่า อยู่ในกลุ่มที่ดูแลตัวเองอยู่บ้าน หรือกลุ่มที่ต้องรีบมาพบแพทย์ได้จากอาการ คือ คนที่เป็นวัยรุ่น มีร่างกายแข็งแรง แม้ตรวจเจอแล้วแต่ยังไม่มีอาการของโรค ยังสามารถกักตัวเองอยู่ที่บ้านได้ เพื่อรอเตียงจากโรงพยาบาลสนาม

สำหรับคนอายุน้อย มีไข้สูงเกิน 2 วัน หรือมีอาการไอมาก หอบเหนื่อย สังเกตได้จากการทำกิจวัตรประจำวันเคยทำแล้วไม่เหนื่อย แต่พอมาทำแล้วเหนื่อยหอบมาก มีอาการหายใจแน่นหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เช่นเดียวกับคนที่มีโรคประจำตัว มีน้ำหนักเกิน 90 กก. แม้จะมีอาการน้อย เช่น ไอ คัดจมูก ควรรีบไปพบแพทย์

แต่ในกรณีที่รอรถมารับ ผู้ป่วยโควิดจะต้องพยายามแยกที่อยู่ ที่กิน ที่ขับถ่ายจากคนปกติ ถ้าสามารถทำได้ครบถ้วนจะสามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้ ในการส่งอาหารให้ผู้ป่วยจะต้องวางไว้ข้างนอก เมื่อทานเสร็จนำจานมาวางไว้ที่เดิม และคนที่เก็บจานจะต้องใส่ถุงมือ

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องอยู่บ้าน แต่ไม่สามารถแยกห้องน้ำได้ ต้องเข้าห้องน้ำหลังสุด หลังจากเข้าเสร็จควรทำความสะอาดห้องน้ำด้วยน้ำสบู่  น้ำยาขัดห้องน้ำ ซึ่งบางคนแนะนำว่าให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฟอกขาว จะได้ผลดีเช่นกัน

ส่วนการจัดการขยะที่สำคัญคือ หน้ากากอนามัย และกระดาษชำระ ที่มีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งภายในร่างกายของคนไข้ โดยหน้ากากอนามัยควรให้คนไข้พับส่วนที่สัมผัสกับใบหน้าไว้ด้านใน แล้วพับทบกันให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่นเดียวกับกระดาษชำระ จะต้องมีกระดาษห่ออีกชั้นก่อนทิ้งลงถังขยะ โดยถุงขยะจะต้องซ้อนถุงเพื่อป้องกันการฉีกขาด โดยข้างถุงต้องเขียนป้ายบอกว่าเป็นขยะของผู้ป่วยโควิด เพื่อให้ผู้จัดเก็บนำขยะไปเผาทำลาย

หากคนไข้ได้เตียงในโรงพยาบาลสนามแล้ว ต้องมีการทำความสะอาดทางเดิน หรือราวบันไดที่คนไข้จับด้วยแอลกอฮอล์ 70% ส่วนห้องที่คนไข้พักอาศัย หรือยังไม่มีเวลาทำความสะอาด อาจต้องปิดห้องไว้ 3 วัน แล้วค่อยเปิดมาทำความสะอาด เพราะเชื้อเมื่ออยู่ภายนอกร่างกาย 3 วัน จะตายหมด



รักษา-กักตัวถูกต้อง-ไม่ต้องกลัวแพร่เชื้อ

นพ.นิพนธ์มองว่า หลังจากคนไข้ทำการรักษาแล้ว เมื่อกลับไปบ้าน บางรายยังต้องกักตัวอยู่ที่บ้านต่อ โดยต้องปฏิบัติตัวเหมือนเดิม หลังจากกักตัวเองครบ 24 วัน จะเหลือแค่ซากเชื้อที่ไม่แพร่กระจาย ดังนั้นหากมีการกักตัวที่ถูกต้องตามระยะเวลาที่กำหนด คนในชุมชนก็ไม่ต้องกลัวว่าผู้ป่วยที่หายแล้วจะกลับมาแพร่เชื้อ

“ตอนนี้ในคนไข้หนัก ด้วยความที่มีมาเยอะมาก ทำให้ต้องขยายไปยังห้องไอซียูอื่น ๆ ซึ่งคนไข้ที่อาการหนัก ๆ จะต้องอยู่ในห้องไอซียูที่มีความดันลบ และต้องกันไม่ให้ผู้ป่วย หรือเจ้าหน้าที่เข้าออกในพื้นที่นั้น เพื่อป้องกันการติดต่อที่จะตามมา

ขณะนี้ภาครัฐมีมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งต้องรอดูอีก 14 วันข้างหน้า ว่าปริมาณคนที่ติดเชื้อจะลดลงหรือไม่ ถ้าปริมาณไม่ลดลง อาจจะต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นกว่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือการป้องกันตัวเองของทุกคน จะเป็นส่วนช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

โดยการแพร่ระบาดในรอบนี้ ผู้ป่วยหลายคนอาจมีคนในครอบครัวต้องเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว และจากไปโดยไม่ได้ร่ำลาถือเป็นความรู้สึกที่หลายคนต้องบอบช้ำ ทั้งที่ตัวเองยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล นี่ถือเป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของตนเอง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น