อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

เปิดประสบการณ์โควิดฯ งัดยาโบราณ-สมุนไพรสู้!

ในช่วงของยุคสังคมโซเชียล มีการเผยแพร่ข้อมูลสารพัดมากมาย ส่งต่อ ๆ กันไม่ว่าจะส่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือเฟซบุ๊ก ที่มีการแชร์ข้อมูลส่งต่อ ๆ กันอย่างรวดเร็ว จริงบ้าง เท็จบ้าง คละกันไป โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศไทย พุธที่ 5 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.


ตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตเริ่มขยับขึ้นแบบน่าเป็นห่วง ล่าสุดวันที่ 3 พ.ค. ยอดเสียชีวิตทุบสถิติวันเดียวมากถึง 31 ราย

ทีมข่าว 1/4  Special Report  พยายามเกาะติดนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 หลากหลายแง่มุมมารายงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองและครอบครัวในยามภาวะวิกฤติที่หากต้องกักตัวเองอยู่ในบ้าน แม้กระทั่งขออนุญาตนำเรื่องราวจากผู้ติดเชื้อที่ต้องถูกไปกักตัวอยู่ในรพ.สนาม มาถ่ายทอดการดูแลรักษาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้าง รวมไปถึงสัมภาษณ์มุมมองทั้งนักวิชาการ และบุคลากรทางการแพทย์หลากหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐและเอกชน นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมาเผยแพร่ให้ทราบกัน เพราะในอนาคตยังไม่สามารถมีใครคาดเดาได้ ปัญหาเจ้าโควิด-19 จะเป็นเช่นไร แต่อย่างน้อยก็ยังมีข้อมูลและเรื่องราวดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ มาเผยแพร่ให้ได้รับทราบ



แชร์ข้อมูลใช้สมุนไพรรักษาตัว

ช่วงปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ในสังคมโซเชียลโดยเฉพาะในไลน์ มีการส่งต่อข้อมูลทั้งคลิปเสียง และข้อความ เกี่ยวกับนายตำรวจท่านหนึ่ง ที่ทราบผลติดเชื้อโควิดฯ แต่ระหว่างกักตัวเองอยู่ห้องพัก ระหว่างรอส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลก็พยายามหายาแผนไทยโบราณ รวมไปถึงสมุนไพรสด ๆ มากินเพื่อต่อสู้กับอาการไข้อยู่หลายวัน จนสามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้แบบเหลือเชื่อ

ข้อความที่ถูกแชร์ส่งต่อกันในกลุ่มตำรวจ ก่อนจะกระจายไปในหลากหลายกลุ่มนั้น พอสรุปใจความได้ทำนองว่า ’เป็นการสนทนาของตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ภาษีเจริญ ติดเชื้อโควิด คุยกับอดีตผู้บังคับบัญชา ถึงการดูแลตัวเอง กินยาเขียว ฟ้าทะลายโจร และสมุนไพรไทย (กระชายปั่นสดผสมน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว) เพื่อรักษาอาการไข้ขึ้นสูงระหว่างรอเตียงจนมีอาการดีขึ้น และหายเป็นปกติ พอไปตรวจเชื้อรอบ 2 หมอบอกว่าหายแล้ว ให้กลับไปพักสังเกตอาการที่บ้านต่ออีก 14 วัน  (หมอคิดว่าเจ้าตัวไปรักษาที่ รพ.จนอาการดีขึ้น แต่ข้อเท็จจริงกักตัวเองอยู่ในห้องพัก กินยาเขียว,ฟ้าทะลายโจร และสมุนไพร) ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยอยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ทุกท่าน เผื่อเป็นทางเลือกหากโชคไม่ดี และไม่มีวิธีอื่นในการดูแลรักษาตัวเอง ระหว่างกักตัวเอง อาจนำวิธีนี้มาใช้ดูแลตัวเองครับ 

ในส่วนตัวผมก็เห็นด้วยกับประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยนะครับ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็คิดอีกมุมหนึ่งว่าร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของแต่ละอย่างอาจถูกกับคนบางคน แต่เห็นว่าเป็นประสบการณ์ตรงของคนที่ผมรู้จัก เลยขออนุญาตนำมาบอกเผื่อเป็นประโยชน์กับพวกเราครับ



ตามเจอ “ตร.” ต้นเสียงเล่าเหตุการณ์

จากการเผยแพร่คลิปเสียงและข้อความดังกล่าวทำให้ได้รับความสนใจอย่างมาก ทีมข่าว 1/4 Special Report ได้พยายามไล่ตามหาข้อมูลจนไปเจอเจ้าตัวทราบชื่อคือ .ต.อ.มนัส ศรีประภาคาร รอง สว.สส.สภ.ภาษีเจริญ หรือ ผู้กองจ๊ะ โทรศัพท์พูดคุยเปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าเกิดขึ้นจริง พร้อมไล่ไทม์ไลน์ข้อมูลว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. 64 ตนได้รับประทานอาหารกับเพื่อน ๆ ตำรวจด้วยกันตามปกติ ซึ่งเป็นช่วงแรก ๆ ของการระบาดโควิด ระลอก 3 กระทั่งวันที่  8 เม.ย. ช่วงเย็น ๆ ตัวเองได้รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ จึงไปหาซื้อยาแผนโบราณ ไม่ว่าจะเป็น ยาเขียวตราใบโพธิ์ 30 ซอง ยาฟ้าทะลายโจร 2 กระปุก และ ยาพาราเซตามอน 1 แผง มาเตรียมเอาไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้ แต่ก็ตัดสินใจเริ่มกินตั้งแต่ก่อนนอนตอนดึก พอตื่นเช้ามาวันที่ 9 เม.ย. เริ่มมีอาการปวดหัวตามมาและมีไข้สูง จากนั้นวันที่ 10 เม.ย. รับแจ้งว่าเพื่อนตำรวจที่ไปกินข้าวด้วยกันนั้นติดโควิดฯ ตนถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงจึงรีบไปตรวจหาเชื้อโควิดฯที่โรงพยาบาล  แล้วตัดสินใจกักตัวเองอยู่ในห้องพักตามลำพังเพียงคนเดียวระหว่างรอผลการตรวจ

ต่อมาวันที่ 11 เม.ย. เริ่มมีอาการหนักขึ้น ทั้งปวดหัว ปวดเนื้อตัว จมูกไม่ได้กลิ่น กินอาหารก็ไม่รับรส  กินอะไรก็อาเจียนออกมา ที่สำคัญเจ็บคอรู้สึกระคายคอแห้งเหมือนกับทราย หายใจก็ไม่ค่อยออก เลยคิดว่าติดโควิด-19 แน่นอน จึงรีบกินยาเขียว 1 ซอง ฟ้าทะลายโจร 5 เม็ด  เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน โดยช่วงกักตัวตามลำพัง จะกินอาหารหรือต้องการของอะไรก็จะไลน์ไปบอกญาติ ๆ ให้นำมาแขวนไว้ที่หน้าประตูห้อง ซึ่งญาติก็ไปซื้อหากระชายสด ๆ มาให้ไว้จำนวนมาก นำมาปั่นใส่น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ดื่มกินวันละ 4 มื้อ ตอนดึก ๆ เริ่มรู้สึกเผ็ดร้อนของกระชาย โดยวันที่ 12 เม.ย. ยังคงมีอาการป่วยไข้ขึ้นสูงอยู่ นอกจากนี้ระหว่างที่อาการหายใจไม่ค่อยออก ก็พยายามช่วยตัวเองใช้สมุนไพรไทย ๆ ทั้งหอมแดง, ตะไคร้, ใบมะกรูด, กะเพรา ฯลฯ ทุบต้มใส่น้ำร้อน เพื่อเอาไว้สูดเอาไอร้อนของสมุนไพร ทำให้ช่วยหายใจโล่งขึ้นมาจนปกติ



ยันใช้ยาแผนโบราณ-สมุนไพรไทย

วันที่ 13 เม.ย. อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลังจากใช้ยาแผนโบราณและสมุนไพรไทยรักษาตัวเองมาได้ 5 วัน แต่จะพบว่าระหว่างกินยาและน้ำกระชายสดปั่น จะมีอาการถ่ายท้องด้วย กระทั่งวันที่ 14 เม.ย. แพทย์จากโรงพยาบาลก็โทรฯมาแจ้งผลตรวจว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 พร้อมถามไถ่อาการปัจจุบัน เพื่อเตรียมหาโรงพยาบาลและเตียงเอาไว้ให้  อย่างไรก็ดีระหว่างกักตัวอยู่ตามลำพังตนก็ยังคงกินยาเขียว ฟ้าทะลายโจร และน้ำกระชายปั่นตลอด ซึ่งอาการก็ดีขึ้นจนไม่มีไข้ รู้สึกว่าเป็นปกติ พอกักตัวอยู่ในห้องจนครบ 14 วัน จากนั้นวันที่ 27 เม.ย. ได้ไปตรวจหาเชื้อรอบ 2 ก็พบว่าปลอดเชื้อโควิดฯแล้ว

ปัจจุบันผมอายุ 59 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนยาแผนไทยที่ใช้นั้น เคยกินมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วทั้งยาเขียว ฟ้าทะลายโจร เวลาไม่สบายแม่ก็ให้กินยาสมุนไพรไทย ๆ มาตลอด  ช่วงกักตัวเองตามลำพัง เพื่อน ๆตำรวจหลายคนโทรฯมาถามไถ่อาการตลอด ผมก็ได้เล่าลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะถูกโฉลกกับคนอื่น ๆด้วยหรือไม่ แต่ผมยืนยันใช้ได้ผลกับตัวเอง” ผู้กองจ๊ะ กล่าวทิ้งท้าย

นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากในอนาคตสถานการณ์วิกฤติ โรงพยาบาลสนามไม่เพียงพอจริง ๆ ถ้าจำเป็นต้องกักตัวเองอยู่กับบ้าน แล้วมีอาการไข้ขึ้นไม่ว่าจะเป็นยาแผนโบราณ ยาแผนปัจจุบัน หรือสมุนไพรไทย ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการรักษาอาการเจ็บไข้ได้ไม่มากก็น้อย



จากข้อมูลของบรรดาผู้ติดเชื้อโควิดฯ ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร ซึ่งส่วนใหญ่ถูกแยกให้ไปกักตัวอยู่ภายในรพ.สนาม หากมีอาการป่วยไข้ ทางแพทย์ก็รักษาตามอาการเจ็บป่วยเท่านั้น พออาการดีขึ้น กักตัวครบ 14 วัน เชื้อโควิด-19 ไม่สามารถแพร่เชื้อได้แล้ว ก็จะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกในหลายประเทศ ถ้าติดเชื้อโควิดฯไม่มีอาการรุนแรง ไม่มีโรคประจำตัว ก็จะให้กักรักษาตัวเองอยู่บ้าน แต่ข้อสำคัญ ทางแพทย์จะมีการติดต่อสอบถามเก็บข้อมูลกันตลอด จนครบระยะเวลากักตัว ดังนั้นช่วงนี้มีโอกาสได้เรียนรู้สรรพคุณต่าง ๆ ของทั้งยาแผนโบราณ สมุนไพรไทย และยาสามัญประจำบ้านบ้างแล้วก็ควรมีติดบ้านเอาไว้ฉุกเฉินก็หยิบใช้ได้ทันที.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

ความคิดเห็น