อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ดราม่าวัคซีนวัดรบ.รอดหรือร่วง?

สถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ผุด “คลัสเตอร์ใหม่” ไปทั่วเมืองหลวง  โดยเฉพาะคลัสเตอร์ “ชุมชนแอดอัดคลองเตย” พื้นที่แพร่เชื้อใหม่ กระตุกต่อมขวัญผวาคนกรุงเทพฯเพราะมีโอกาส “ซุปเปอร์สเปรดเดอร์” เชื้อกระจายลามขยายวงกว้าง ​​​​​​​แม้จะเร่งฉีดวัคซีนดับตั้งแต่ต้นลม แต่ดูเหมือนว่า “ไวรัสมรณะ” บุกทะลวงไปทั่วจนเหมือนจะคุมไม่อยู่หรือไม่ อังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.

 
ตามไฟต์บังคับ “ไวรัสมรณะ” ล้อมเมืองสะท้อนภาวะตึงเครียดทั้งประเทศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการ “วัคซีนโควิด” ล่าช้า จน “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สวมบทวันแมนโชว์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ตั้งคณะกรรมการเร่งหา “วัคซีนโควิด-19” กันตาหูเหลือก ตามสภาพผิดพลาดเชิงบริหารจัดการ


 
จนเกิดดราม่าในโลกโซเชียลมีเดียเรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพราะประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงประชาชนได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่ประเทศไทยคนไทยยังไม่ได้รับวัคซีน เพราะรัฐบาลมัวแต่ “ล็อกยี่ห้อ” ทำให้วัคซีนส่งช้าไม่ทันกาล แถมมีปัญหาเมื่อบุคลากรทางการแพทย์ฉีดไปแล้วมีผลข้างเคียง


 
แต่เมื่อสถานการณ์กลับตาลปัตร “รัฐบาล”  เพิ่งตื่นตั้งหลัก เริ่มนับหนึ่งวิ่งไล่หาซื้อ “วัคซีนทางเลือก” ตัดสินใจตอนไวรัสมรณะตีเมืองแตก ยอมปลดล็อกให้โรงพยาบาลเอกชนเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในการจัดหาวัคซีน แต่ปัญหาคือจะไปแย่งจองวัคซีนกันทันหรือไม่ เพราะประเทศอื่นเขาออกตัวจองข้ามปีกันไปก่อนหน้านี้แล้ว


 
ตามมาติดๆกับดราม่าโครมใหญ่โลกโซเชียล กับการจัดแพ็คเกจบินไปสหรัฐอเมริกาเป็นกลุ่ม เพื่อรับการฉีดวัคซีน "โมเดอร์นา" ฟรี  ร้อนถึง “กระทรวงด่านหน้า” อย่างกระทรวงสาธารณสุข “นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์” อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาชี้แจงทันทีว่า  “ยืนยันว่าการบินไปฉีดวัคซีนโมเดอร์นาฟรี ที่สหรัฐอเมริกาไม่เป็นความจริง หากเราใช้สามัญสำนึกเล็กน้อยวิเคราะห์สหรัฐอเมริกายังฉีดคนของเขาไม่ถึงครึ่ง แล้วเขาจะไปแจกฉีดฟรีให้คนชาติอื่นได้อย่างไรไม่สมเหตุสมผล”


 
งานนี้ “ผู้นำประเทศ” เลยต้องออกมาการันตีความพร้อมของรัฐบาลสยบกระแสข่าว ว่า “จะเดินหน้าจัดหาวัคซีนจากที่ปัจจุบันตั้งเป้าสั่งซื้อวัคซีนที่ 100 ล้านโดส  และจะต้องหาวัคซีนเพิ่มอีกให้เป็น 150 ล้านโดส หรือมากกว่านั้นให้ได้แม้ว่าบางส่วนอาจจะส่งมอบให้ได้ในช่วงปีหน้าก็ตาม และเรามีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนจำนวนถึง 7 ราย และกำลังหาเจรจาเพิ่มอีก รวมถึงวัคซีนใหม่ๆ จากผู้ผลิตรายใหม่ๆ ด้วย”


 
แต่ “ฝ่ายค้าน” ยังจ้องแซะปมวัคซีน “ไฟเซอร์” ก่อนหน้านี้ “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกในคลับเฮาล์ว่าประเทศไทยได้รับวัคซีนไฟเซอร์แล้ว ก่อนที่บรรดา “ลูกสมุนรัฐบาล” ดาหน้าออกมาตอบโต้ และบริษัทต้นสังกัดวัคซีนไฟเซอร์ จะออกมาชี้แจงว่า “ไม่เป็นความจริง ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา” 
 


เท่านั้นยังไม่จบ “ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร” ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย งัดหลักฐานไล่บี้รัฐบาล ปล่อยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย นำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ ทั้งที่กฎหมายไม่ได้กำหนดให้มีเอกสิทธิทางการทูตคุ้มครอง การนำเข้าต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังทราบ
 
ในจังหวะสถานการณ์ไหลมาถึงจุด “วัดใจ” ท้าอารมณ์สังคม “วัคซีนโควิด” ที่ยิ่งมาเร็วได้เท่าไหร่ เป็นทางรอดเดียวของประเทศและเป็นเดิมพันชี้ขาดความอยู่รอดของ “บิ๊กตู่” เช่นกัน หากขืนยังบริหารจัดการวัคซีนล้มเหลว  ปล่อยให้ภาพพจน์รัฐบาลติดลบในสังคมไปเรื่อยๆ อีกไม่นานอาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพรัฐบาลแน่นอน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น