อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564

เร่งทะลายความกลัว-สร้างความเชื่อมั่น ดึงประชาชนฉีดวัคซีนโควิด-19

สวัสดีคุณผู้อ่านที่เคารพรัก วันนี้ “ผู้พันบานเย็น” มารายงานตัว ในคอลัมน์ “เลียบค่ายกองทัพ” วันเสาร์ที่ 15 พ.ค.2564  เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.00 น.


@@....ช่วงเวลานี้ รัฐบาลเรือเหล็ก ที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถือธงนำพร้อมระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วน ต่อสู้กับโรคระบาดไวรัสโคโรน่า-19 อย่างหนักหน่วง เพื่อต้องการให้ประเทศและประชาชนหลุดพ้นฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้ และ วัคซีน จะเป็นความหวังหนึ่งเดียวที่จะช่วยประครองสถานการณ์ให้รัฐบาลต่อลมหายใจไปได้  


 
@@....แต่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเห็นจังหวะ จ้องแซะ เตะตัดขาทุกรูปแบบ โจมตีถี่ยิบ ดิสเครดิตรัฐบาล การบริหารจัดการที่ผ่านมาล้มเหลว พร้อมสร้างความหวาดกลัวเรื่องการ ฉีดวัคซีน ทำให้ประชาชนคนไทย ต่างก็วิตกกังวล และไม่มันใจว่า ลังเลที่จะฉีด จะเห็นได้จากยอดตัวเลขหมอพร้อม กระทรวงสาธารณสุข เปิด ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 คิวแรก จำนวน 16 ล้านคน ณ วันที่ 12 พ.ค. พบว่ามีจำนวนการจองคิวฉีดวัคซีนสะสมรวม 1,924,538 คน โดยแบ่งเป็นจำนวนการจองคิวฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร 560,931 คน และจำนวนการจองคิวฉีดวัคซีนต่างจังหวัด 1,363,607 คน ยังไม่เข้าเป้า



@@....งานนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การสื่อสาร ช่องทางการประชาสัมพันธ์ หรือการเข้าถึงประชาชน ของภาครัฐมีปัญหา และเป็นจุดอ่อน ที่ผู้นำมาจากทหารต้องยอมรับ การที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศยกวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินการอย่างครบวงจรทั้งการจัดหา การกระจาย รวมไปถึงการฉีด เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชน  ดังนั้นถ้าอยากให้ประชาชนมั่นใจ “บิ๊กตู่” ก็ต้องสร้างและหาคนที่มีต้นทุนทางสังคม มีความน่าเชื่อถือออกมาให้ความรู้ สร้างความเชื่อมั่นให้ได้


 
@@....แม้ล่าสุด "3 หมอใหญ่" คณบดี 3 สถาบันแพทย์ "ศิริราช-จุฬาฯ-รามาฯ" “ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมด้วย ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ได้ออกมาวอนประชาชนให้เข้าใจสถานการณ์โควิด ตอนนี้ ว่า ภาระงานแพทย์ล้นมือ แนวโน้มอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ใน 4 ของผู้ป่วยหนัก และอัตราการติดเชื้อรอบนี้เพิ่มขึ้นถึง 15 เท่า ดังนั้นการฉีดวัคซีนเป็นอาวุธหยุดโรคได้


 
@@....มาถึงขณะนี้ “ผู้พันบานเย็น” เห็นว่า ภาครัฐควรเร่งขยับให้รวดเร็วกว่านี้  พร้อมปรับแผนใหม่ให้มีประสิทธิภาพ เร่งตีปี๊บ ระดมสรรพกำลังที่มีอยู่เคาะประตูบ้าน ออกสำรวจ ทำความเข้าใจ ทะลายกำแพงความกลัวให้เกิดความเชื่อมั่น ต่อรัฐบาล ก่อนที่จะสายเกินแก้


 
@@....จบเรื่องร้อนๆ มาดูกิจกรรมเหล่าทัพกันบ้างเริ่มจาก...ลอบเข้าเมือง พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการที่กองกำลังชายแดนกองทัพบกได้เฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายและป้องกันโรค โดยในห้วงที่ผ่านมา ปรากฏมีความพยายามลักลอบเข้าไทยโดยผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการคัดกรองและกองกำลังชายแดนตรวจสกัดจับได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ได้กล่าวผ่านการประชุมด้วยระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศไปเมื่อวันที่ 11 พ.ค.64 กำชับให้เฝ้าระวัง ตรวจสอบและควบคุมชายแดนในทุกช่องทาง ใช้มาตรการสูงสุดในการดำเนินการ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวใช้เป็นเส้นทางในการลักลอบมาเพื่อหางานทำในไทย โดยมีพื้นที่เพ่งเล็ง อาทิ ชายแดน จ.เชียงราย, จ.ตาก, จ.กาญจนบุรี, จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.สระแก้ว, จ.สงขลา และ จ.ระนอง



@@....รวมถึงกำชับให้ใช้กลไกกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในจังหวัดบูรณาการสกัดกั้นคัดกรองตามเส้นทางสู่พื้นที่ตอนใน อีกระดับหนึ่ง ด้วยมาตรการการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัดให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย ให้ทุกส่วนร่วมมือกันเข้มงวดในมาตรการยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวเล็ดลอดเข้ามาได้



@@....ขณะที่ พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 /ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ร่วมลาดตระเวนทางน้ำ พร้อมกำชับเพิ่มมาตรการ เข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย ตามลำน้ำตลอดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ตรวจสอบช่องทางข้ามธรรมชาติของแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยด้าน จ.นราธิวาส กับ รัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือว่าเป็นจุดสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะมีผู้ลักลอบเข้าประเทศ และเสี่ยงต่อการนำเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้ ข้ามฝั่งเข้ามาสู่ประเทศไทยได้



@@....เพราะขณะนี้ประเทศมาเลเซียกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จึงได้สั่งการให้ หน่วยทหารในพื้นที่ เพิ่มมาตรการคุมเข้มตลอดแนวชายแดน สกัดกั้น พื้นที่รับผิดชอบ อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวน โดยให้หน่วยได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด การเสริมกำลังตามแนวชายแดน โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชนหรือหมู่บ้านอาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน การจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด และการจัดตั้งแหล่งข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบการหลบหนีเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย



@@....ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด ซึ่งทาง รพ.ต้องการจำนวนมาก โดยสามารถร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือบริจาคเงินผ่านมูลนิธิสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อผู้ป่วยไวรัสโควิด-19” โดยบริจาคผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี มูลนิธิสมเด็จพระปิ่นเกล้า” เลขที่บัญชี 040-2-00002-0 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2475-2737 และ 06-2378-7364 ทั้งนี้สามารถร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของได้ที่ ศูนย์รับบริจาค โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2475-2576 และ 06-3442-2614 




@@....พล.ร.อ.ชาติชาย  ศรีวรขาน ผบ.ทร.พร้อมด้วย นางจุฬารัตน์  ศรีวรขาน นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เดินทางไปยังชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ หลังสั่งหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือจัดรถครัวสนาม ร่วมกับกำลังพลจิตอาสาของหน่วย ไปประกอบอาหารช่วยประชาชน





@@....พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 สั่งการให้ หน่วยกองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 ดำเนินการจัดยานพาหนะ รถตู้พยาบาล สำหรับใช้ในการเคลื่อนย้าย รับ-ส่ง ผู้ป่วยโควิด-19 ไปโรงพยาบาลสนาม ทบ. ค่ายลพบุรีราเมศวร์ จ.สงขลา ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบก
 
....................
ผู้พันบานเย็น


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 111