อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

ตำรวจอเมริกา เป็นอย่างไรกัน?

คำถามที่ว่าตำรวจต่างประเทศนั้นมันเหมือนกับตำรวจไทยไหม เดื๋ยวหนอนโรงพักจะเเถลงไขให้ทุกท่านได้ฟังก็เเล้วกัน พุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น.


อาทิตย์นี้กลับมาทำหน้าที่ หนอนโรงพัก กันสักตอน เขียนเกี่ยวกับตำรวจหลังไปเถลไถลทำข่าวต่างประเทศมานมนาน ที่ผ่านมาอดีตถึงปัจจุบันผู้เขียนมักจะเจอคำถามจากเพื่อนพ้องนักข่าวด้วยกันเองและคนอื่นทั่วไป ที่มักจะถามว่า ตำรวจต่างประเทศนั้นมันเหมือนกับตำรวจไทยไหม

“เอาประเทศไหนล่ะ”

นี่ไม่ได้ดูเหมือนคำถามกวนบาทา แต่เป็นคำถามจริง ๆ เพราะมีหลายประเทศมีตำรวจเหมือนกับไทย คือ มีโครงสร้างแบบกองทัพ ยศไต่เรียงลงกันมา อย่างไรก็ดี คนถามส่วนใหญ่มักจะถามเน้นไปว่า ฝรั่ง และ ส่วนใหญ่ก็คือในอเมริกา

อันนี้ก็พอจะให้คำแนะนำได้ เพราะอ่านกันมา แล้วเขาก็พ่วงว่าเจ้าเอฟบีไอกับซีไอเอนี่มันทำงานกันอย่างไร?

หนอนโรงพักจะอธิบายคร่าว ๆ แล้วกัน



ตำรวจอเมริกาไม่มียศเยอะเหมือนตำรวจไทย จบมาเริ่มจากงานสายตรวจกันก่อน

ต้องออกตัวก่อนนะว่า ตำรวจอเมริกานี่จะเอามาเทียบกับตำรวจไทยไม่ได้ทั้งหมด 100% แต่ก็พอสามารถได้ อเมริกานั้นเป็นสหรัฐ คือแต่ละรัฐเขารวมตัวกันก่อกำเนิดเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา มี 50 รัฐกับ 1 การปกครองพิเศษ ก็คือ เมืองหลวงวอชิงตัน ดีซี (ซึ่งในอนาคตกำลังจะรณรงค์ให้สภาโหวตแยกตัวเป็นรัฐที่ 51) แต่ละรัฐเขาก็จะมีโรงเรียนสอนตำรวจ จะเรียกว่านายร้อยไม่ได้ เพราะ จบมาไม่มีใครได้ประดับนายร้อย แต่เริ่มจากยศเล็กสุดเท่านั้น เขาเรียกกันว่า Cadet ซึ่งแปลความแล้วอาจใกล้เคียงกับนายร้อยได้ แต่แปลว่า นักเรียนพลตำรวจ จะคุ้นหูคนไทยกว่า

ฝึกกันไม่นานครับ 8 เดือนกว่า ๆ ก็จบ เขาก็จะสอนทุกอย่าง หลายคนมาเป็นก็อายุเยอะ บางคนเป็นทหารมาก่อน ต้องสอบ ต้องวัดสรรถภาพร่างกาย ต้องดูสภาพจิตใจ เพราะตำรวจเป็นคนถือปืน ดังนั้นก็ต้องมีวุฒิภาวะอย่างมากในการควบคุมเหตุการณ์ หลังฝึกจบก็จะต้องสาบานตนว่าจะรับใช้ประชาชนผู้เสียภาษีอย่างเต็มที่ ก่อนจะถูกส่งไปประจำในเมืองของรัฐนั้น ๆ



เริ่มแรกทุกคนเป็น สายตรวจ กันก่อน เพราะ งานสายตรวจคืองานที่ต้องลงพื้นที่รู้จักกับประชาชน คุณต้องทำเรื่องเล็ก ๆ เช่นแมวปีนขึ้นต้นไม้แล้วเจ้าของแมวโทร.แจ้งตำรวจ ก็ต้องมีการประสานสายตรวจไปดูเรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ เช่น การไล่ล่าคนร้าย ระบบการแจ้งเรื่องผ่านโทรศัพท์ ตำรวจอเมริกาก็ทำงานดีมากนะครับ แต่จะไว้ว่ากันอีกที

ทั้งนี้ อย่าลืมว่าสหรัฐอเมริกานั่น การถือครองอาวุธปืนเป็นสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มันจึงไม่ได้มีตำรวจถือปืนอย่างเดียว คนทั่วไปก็ถือปืนกันได้ ในรัฐตอนใต้ คนธรรมดาอย่างเรา ๆ สามารถเดินไปซื้ออาวุธสงครามมาได้เลยจากห้างที่ขายอาวุธปืน ดังนั้นตำรวจอเมริกาจึงต้องมี ยุทธวิธีจับกุมคนร้าย หมั่นซ้อมตลอดเวลา เพราะพลาดมาโดนยิงตายได้นะครับ

ตำรวจอเมริกาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งในชุมชนนั้น ๆ เลิกงานก็ถอดเครื่องแบบเก็บปืน ไปสังสรรค์ทำอย่างอื่นได้ พอเข้างานก็มาที่โรงพัก ซึ่งเป็นสถานที่ใหญ่ มีสัดส่วนให้ตำรวจอย่างดี แต่งตัวใส่เครื่องแบบ เอาปืนไปลองยิง ซึ่งเขาจัดไว้เป็นสัดส่วน ไม่ใช่มั่วทำงานได้ตลอด แบบตำรวจบางประเทศเวลาทำงานไม่ทำ ออกเวรไปเนียนตั้งด่าน อันนี้ไม่ได้นะครับ ถ้าตำรวจอเมริกาไปทำแบบนี้ผิดกฎหมาย โดนไล่ออกเผลอ ๆ ติดคุกด้วย

ยังไม่นับว่าตำรวจอเมริกามีสหภาพดูแลข้ารัฐการของตัวเอง แถมมีสิทธิพิเศษหลายอย่าง ฝรั่งเขาไม่ซีเรียสจะสักตามร่างกายก็ทำงานได้ ยศไม่สูง ไม่มาตะเบ๊ะกันบ่อยให้เปลืองระคายตา ทีนี้พอทำงานสายตรวจสักพัก หากใครแววดี และสนใจงานสืบสวนก็ต้องไปเรียนเพิ่ม เพื่อเป็นนักสืบ ยศก็จะสูงมานิด ทีนี้คุณไม่ต้องใส่เครื่องแบบแล้ว แต่งตัวเรียบร้อยสืบคดี เวลามีคนฆ่ากันตาย เราจะเห็นสายตรวจไปก่อนเพื่อกั้นที่เกิดเหตุ แล้วรอนักสืบ ในหนังฝรั่งจะดูเท่ ๆ หน่อยไปตรวจ



นักสืบอเมริกา ไม่เหมือนนักสืบไทย ไม่ทำงานหลายอย่าง แล้วคำว่าสืบสวนคือสืบคดีแบบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ไม่ใช่ลงไปในพื้นที่ปลอมเป็นคนอื่น ไปม็อบก็ปลอมตัว อันนี้ไม่ใช่หน้าที่นักสืบ เขามีให้ไขคดี ซึ่งในแต่ละรัฐ ก็จะมีหน่วยสืบสวนเฉพาะทางหลายด้าน เช่น ฝ่ายแผนกอาชญากรรมการเงิน แผนกยาเสพติด แผนกฆาตกรรม แผนกชิงทรัพย์ นักสืบบางคนไม่ได้ทำทุกหน้างาน มันอยู่ที่ความชำนาญ ตำรวจไทยเราทำหลายหน้างานไปหน่อย และเอาเข้าจริง นักสืบไทยก็รู้ว่าตัวเองถนัดหน้างานไหน 

ไม่ต้องนับว่าในรัฐที่ลงทุนเรื่องงานตำรวจ จะมีผู้เชี่ยวชาญมากมาย เช่น พนักงานเก็บพิสูจน์หลักฐาน คนดูวิถีปืน คนเชี่ยวชาญด้านเลือด พยานหลักฐานต่าง ๆ นั่นก็เพื่อให้ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้น คุณขึ้นโรงพักคุยกับตำรวจได้อย่างแน่นอน โรงพักอเมริกาไม่อยู่ลึก อยู่ริมถนนหาง่าย สายตรวจทำคดีได้เอง นักสืบเขียนสำนวนได้เอง อัยการลงมาดูคดีแล้วก็สั่งฟ้อง ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

ยศแค่ร้อยตรี เป็นผู้หมวด (Lieutenant) ก็ใหญ่แล้ว ไม่ออกภาคสนามแล้ว ยิ่งผู้กองไม่ต้องพูดถึงแทบจะคุมโรงพัก ระดับบริหารแล้ว ผบ.ตร.ตำรวจในรัฐนั้น ๆ ทำงานบริหารได้รับการแต่งตั้งมาจากผู้ว่าการรัฐซึ่งทำงานภายใต้คะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกมา ผู้ว่าการเมืองก็แต่งตั้งตำรวจในเมือง เขาไม่โยกย้ายกันข้ามประเทศแบบนั้น



ทีนี้แต่ละรัฐเขามีกฎหมายของตัวเอง ผู้ว่าการรัฐสามารถยุติการประหารชีวิตใครได้ ในอดีตยุคเศรษฐกิจอเมริกาตกต่ำ มีโจรปล้นธนาคารกันเยอะ แล้วปล้นกันหลายรัฐ ข้ามแดน ตำรวจแต่ละรัฐก็ไม่ค่อยได้ประสานกัน จึงมีการมอบอำนาจให้กับสำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (Federal Bureau of Investigation) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอยู่นานแล้วในสังกัดกระทรวงยุติธรรม แต่มีการเพิ่มอำนาจยกระดับหน่วยงานให้ใหญ่ขึ้น เพื่อทำคดีที่คนร้ายก่อเหตุข้ามรัฐ รวมถึงคดีลักพาตัว หรือเหตุอุกฉกรรจ์ใหญ่ ๆ เพราะเอฟบีไอมีงบประมาณมหาศาล ภายใต้การนำขอ เจ เอดการ์ ฮูเวอร์ ที่เป็น ผอ.คนแรก

ฮูเวอร์แกมีแนวคิดก้าวหน้า เรื่องสร้างฐานข้อมูลจากบัตรประชาชนและใบขับขี่ ทำให้ตำรวจรู้ว่าใครเป็นใคร มีประวัติอะไรบ้าง หรือเรื่องการเก็บพยานหลักฐาน เปลี่ยนงานสอบสวนของตำรวจทั้งโลกเลยก็ว่าได้ แต่ตัวแกก็มีความอื้อฉาวคือใช้วิธีการดักฟัง สอดแนมเหล่าผู้นำองค์กรฝ่ายซ้าย ขบวนการคนผิวดำ รวมถึงชู้รักของประธานาธิบดีด้วย เอฟบีไอนี่เก่งขนาดเขียนตำราฆาตกรต่อเนื่องได้ และคดีสำคัญ ๆ เช่นการก่อการร้ายในประเทศ เอฟบีไอมีอำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่

เขียนไปเขียนมาพื้นที่หมดครับ อาทิตย์หน้ามาว่ากันต่อถึงปัญหาตำรวจอเมริกาที่ถูกสอนให้ยิงก่อนว่ากันทีหลัง จนเกิดอคติมีคนดำโดนฆ่ามากมาย หรือเอฟบีไอที่หลายครั้งก็ทำงานพลาดจนเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น พบกันตอนหน้าครับ สวัสดี..

.........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 142