อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

หุ้นส่วนวัคซีน

การเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้เพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีน กลายเป็นประเด็นที่มากลบหรือบดบังความสำคัญอื่น ๆ ในการประชุมสุดยอดร่วมกันครั้งแรก ของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกาที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 21 พ.ค.นี้ ศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.

เพราะมีกระแสกดดันอย่างมาก ให้ผู้นำจากโซลหาทางให้ได้มาซึ่งวัคซีนผลิตในสหรัฐ ให้ได้มากกว่าและเร็วกว่านี้

ประธานาธิบดีมุนจึงคาดหวังว่า นี่จะเป็นโอกาสที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก ในปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งของเขา

แต่ความไม่แน่นอนในการจัดฉีดวัคซีน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกยังขาดแคลนวัคซีนและการจัดส่งให้ก็ไม่เป็นไปตามกำหนด ยิ่งสั่นคลอนเป้าหมายของรัฐบาลโซล ซึ่งต้องการจะเห็นภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศให้ได้ภายในเดือนพ.ย.ปีนี้


Arirang News

กลายเป็นข้อเรียกร้องให้เกาหลีใต้ รีบทำข้อตกลงจัดหาและให้ได้มาเร็วกว่านี้ สำหรับวัคซีนผลิตในสหรัฐ ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีมุน กับประธานาธิบดีไบเดน  (เคยมีตัวอย่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นไปเยือนสหรัฐ และได้คุยกับผู้บริหารของไฟเซอร์ และทำข้อตกลงขอซื้อวัคซีน ) แทนที่จะเป็นนโยบายเกาหลีเหนือหรือความสัมพันธ์กับจีนและญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ เป็นโอกาสที่จะได้ตอกย้ำถึงความเป็นพันธมิตร ความร่วมมือในนโยบายเกาหลีเหนือและสร้างความสายสัมพันธ์ส่วนตัว แต่ครั้งนี้เราอาจจะวัดจากการจัดหาวัคซีน ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงที่ไม่ธรรมดา

เกาหลีใต้บริหารจัดการจัดฉีดวัคซีนได้เร็วนับตั้งแต่ได้รับมา แต่ก็ยังช้ากว่าของสหรัฐอเมริกาและที่อื่น ๆ เพราะถ้านับถึง 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถจัดฉีดวัคซีนไปแล้ว 7% เท่านั้น ของประชากร 52 ล้านคน ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ ตัวเลขนี้ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ได้ประเมินแล้ว ใกล้เคียงกับตัวเลขของเนปาลกับโคลอมเบีย

แต่รายงานข่าวทางหนังสือพิมพ์บอกว่า เกาหลีใต้จัดหาวัคซีนมาได้แล้วพอสำหรับฉีดให้คนทั้งประเทศแล้ว แต่การจัดหานั้นยังมาไม่ถึงได้เร็วพอ ทำให้รัฐบาลโซลต้องขอร้องรัฐบาลวอชิงตันว่า ให้ช่วยหาวัคซีนผลิตในสหรัฐ เป็นข้อตกลงแลกเปลี่ยนแล้วจะผลิตในประเทศทดแทนให้ในเวลาต่อมา

ลี โฮ-ซุง หัวหน้าเลขานุการฝ่ายนโยบายของประธานาธิบดีมุนบอกว่า การเป็นหุ้นส่วนวัคซีนกับวอชิงตันจะเป็นหัวข้อสำคัญอันดับแรกของการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยสหรัฐมีทั้งเทคโนโลยีต้นแบบและวัตถุดิบ ส่วนเกาหลีใต้ก็มีศักยภาพในการผลิตไบโอเทคอันดับ 2 ของโลก หากนำมารวมกันแล้ว จะทำให้เกาหลีใต้ได้เป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนของโลก

แต่จนถึงขณะนี้สหรัฐยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่วอชิงตันบอกว่า ยังมีอุปสรรคปัญหาในประเทศอยู่ และไม่มีวัคซีนจัดเก็บไว้

บริษัทซัมซุง ไบโอโลจิกส์ จำกัดบอกว่ารายงานว่าที่มีการพูดคุยกันแล้วกับไฟเซอร์ เรื่องผลิตวัคซีนโควิด-19 ในเกาหลีใต้ได้เร็วที่สุดก็เดือน ส.ค.นี้ ข่าวนี้ไม่เป็นความจริง

ส.ส.ฝ่ายค้านเสนอทางเลือกต่าง ๆ ในการเชิญชวนให้สหรัฐมาทำข้อตกลง เช่น เข้าร่วมกลุ่ม Quad ที่มีทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย ให้มาทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตวัคซีน รวมถึงข้อเสนอให้อภัยโทษเจย์ วาย. ลี ประธานซัมซุงซึ่งติดคุกอยู่ข้อหาฉ้อโกงและปั่นหุ้น และใช้อิทธิพลเข้าไปลงทุนในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ช่วงชิพขาดแคลนทั่วโลก
แต่ประธานาธิบดีมุนได้ขอปฏิเสธข้อเสนอเหล่านี้ แล้วบอกว่าจะพิจารณาหลังรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

เรื่องขาดแคลนวัคซีนไม่ได้ปัญหาใหญ่ทางการเมืองของประธานาธิบดีมุน ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนักอยู่แล้วเรื่องราคาอสังหาริมทรัพย์ กรณีอื้อฉาววงในหุ้น และวิกฤติแรงงาน ส่วนเป้าหมายภูมิคุ้มกันหมู่ในเดือน พ.ย.นี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยืนยันว่า ยังมีทางที่จะประสบผลสำเร็จได้.

-------------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 36