อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

ชำแหละงบฯ 65 ไทยรอดหรือร่วง?

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 พ.ค.-มิ.ย.นี้ ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19  ที่ซ้ำเติมวิกฤติปากท้องของประชาชน เสาร์ที่ 22 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.


“ทีมการเมืองเดลินิวส์” ถือโอกาสนี้สนทนากับพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถึงมุมมอฝ่ายค้านที่มีต่อร่างกฎหมายสำคัญฉบับนี้ ว่า ควรจะจัดสรรงบประมาณอย่างไรจึงจะนำพาประเทศชาติพ้นวิกฤตใหญ่ครั้งนี้ไปได้



โดย “รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล” เปิดฉากกล่าวว่า  
ผิดหวังกับการจัดสรรงบประมาณของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  “ผมนิยามงบประมาณปี 2565 ของรัฐบาลพล..ประยุทธ์ว่า เป็น “งบประมาณแห่งความฝัน” มีทั้งฝันหวาน ฝันลมๆ แล้งๆ ฝันกลางวัน และฝันร้ายของประชาชน”  คือ ยังคงมีการตั้งเป้าอยู่ว่าจีดีพีปี 2564 จะได้อยู่ที่ 2.5-3.5 % ทั้งๆ ที่ตอนนี้หลายสำนักก็บอกแล้วว่าน่าจะไม่ถึง 2 %  ในขณะที่จีดีพีปี 2565 ก็ยังคาดการณ์อยู่ว่าจะเป็น 4-5 %  ต้องบอกได้เลยว่าในปี 2565 จีดีพีจะเป็นเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการเรื่องวัคซีนของรัฐบาล ว่าในท้ายที่สุดแล้วภายในไม่เกินปี 2565 จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศได้หรือเปล่า

ดังนั้นคิดว่าถ้าภูมิคุ้มกันหมู่ไม่เกิดขึ้นภายในปี 2565 เราไม่น่าจะเห็นจีดีพีถึง 4 % เมื่อคุณจัดสรรงบประมาณตามฐานคิดแบบนี้ก็เรียกว่ายังฝันหวานอยู่  ส่วนที่เรียกว่าฝันลมๆ แล้งๆ ก็คือนโยบายในการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ ที่เป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล ต้องมีการกู้ชดเชย แต่บอกว่ายังจะยืนอยู่บนวินัยการเงินการคลัง จะทะลุเงื่อนไขวินัยการเงินการคลังไม่ได้  พอฝันลมๆ แล้งๆ ว่าจะต้องอยู่บนกรอบนี้ให้ได้ ก็เลยกลายเป็นที่มาว่า งบประมาณเหลือแค่ 3.1 ล้านล้าน เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ที่งบประมาณลดลง เราไม่เคยจัดงบประมาณลดลงมีแต่เพิ่มขึ้นๆ   ในขณะที่งบปี 2564 เกิดปัญหาล่าช้าเบิกจ่ายไม่ทัน และสิ่งนี้จะเกิดซ้ำในปีงบประมาณ 2565


           
ส่วนการฝันกลางวัน คือ พล..ประยุทธ์ ยังไม่ตื่นและยังนอนกลางวันอยู่ ยังทำตัวเหมือนกับว่าวิกฤติที่ประเทศกำลังเจออยู่นี้เล็กน้อยเหลือเกิน ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็เลยจัดสรรงบประมาณแบบไม่ได้ลำดับความสำคัญใหม่ และยังมีการนำงบไปซื้ออาวุธในภาวะวิกฤติโควิด ซึ่งถือเป็นฝันร้ายของประชาชน สิ่งที่สะท้อนให้เห็นเลยก็ คือ 5 กระทรวงแรกที่ได้งบประมาณสูงสุดก็ยังเป็น 5 กระทรวงเดิม ในงบประมาณปี 2564 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม 

@ การจัดสรรงบประมาณในส่วนของกองทัพแตกต่างจากที่ผ่านมาหรือไม่

งบประมาณฯ ปี 2565 ที่ลดลงเหลือ 3.1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 5.67 % แต่พอไปดูจะเห็นว่ามีบางกระทรวงได้เพิ่ม บางกระทรวงลด ลดมากลดน้อยต่างกันไป แต่แน่นอนว่ากระทรวงกลาโหมลดไป 5.24 % โดยเมื่อเข้าไปดูในแผนงานของกระทรวงจะเห็นว่าทุกแผนงานลดลงหมด แต่แผนงานด้านบุคลากรภาครัฐหรือเงินเดือนลดไม่ได้ แต่สูงขึ้น 1.73 % สะท้อนให้เห็นว่ากองทัพมีกำลังพลมากเกินไป อุ้ยอ้ายเกินไป



ส่วนการจัดซื้ออาวุธในภาพรวมลดลงไป
14.67 % ลดลงก็จริง แต่ถ้าเรามาดูไส้ในก็จะเกิดคำถามว่าทำไมลดลงอีกว่านี้ไม่ได้ ในส่วนของกลาโหมแม้ว่าจะมีการลดงบประมาณไปแล้ว 5.24 % แต่เราคิดว่า น่าจะลดลงไปได้มากกว่านี้ เพราะยังมีการจัดซื้ออาวุธอยู่เยอะ  โดยเฉพาะงบผูกผันเดิมของกองทัพเรือ จากยอดมูลค่าจะยังมีเรือดำน้ำอยู่ แค่เลื่อนออกไปในปี 2566 ซึ่งน่าจะของบเข้ามาใหม่ไม่ใช่งบผูกพันต่อเนื่อง  

ทั้งนี้ในส่วนของงบยุทโธปกรณ์ จาก 7139.20 ล้านบาท ในปีงบฯ 2564 เหลือ 6932.80 ล้านบาท  ในปีงบฯ 2565  โดยรายละเอียดคือ กองทัพบกเพิ่มจาก  2,881 ล้านบาทในปีงบฯ  2564 เป็น  3,147.00 ล้านบาท ในปีงบประมาณฯ 2565 คิดเป็น 9.23 % และยังมีงบซ่อม อีก 1,790 ล้านบาท ซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีงบส่วนนี้   กองทัพเรือจาก 533.40 ล้านบาท  เพิ่มเป็น  1,406.00 ล้านบาท คิดเป็น 163.59%  ด้านกองทัพอากาศ ลดลงจาก  2,875.00 ล้านบาท  เหลือ  1,931.00 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย ลดจาก 849.40 ล้านบาท เหลือ 448.80 ล้านบาท 



ขณะที่งบผูกพันเดิมของทั้ง 4 หน่วยงาน  ตั้งแต่ปี 2562 ที่ต้องจ่ายในปีงบฯ 2565 จำนวน 24,217.50 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ยกเลิกโครงการไม่ได้แล้ว และกมธ.จะต้องเข้าไปดูว่ามีการเบิกจ่ายอย่างไร เพราะปีที่แล้วก็ตัดไปได้เป็นพันล้านบาทที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า ส่วนงบผูกพันใหม่ในปีงบฯ 65 มีของกองทัพบก 4 โครงการ ตั้งแต่ปี 65-67  มูลค่า 4,408 ล้านบาท ต้องจ่ายในปี 65  จำนวน 881.70 ล้านบาท  กองทัพเรือ 4 โครงการ  รวมมูลค่า 4,665 ล้านบาท ผูกผันตั้งแต่ 65-68   ต้องจ่ายในปี 65 มูลค่า 933 ล้านบาท  คิดเป็นเงินที่ 2 หน่วยงาน ต้องจ่ายในปี 65 จำนวน 1,814.70 ล้านบาท ซึ่งเราเห็นว่าเงินจำนวนนี้สามารถตัดได้เลย เพราะยังไม่ได้เริ่มจ่ายงบผูกพัน ถ้าเรายอมที่จะไม่จัดซื้ออาวุธใหม่ในช่วงนี้ เงินจำนวนนี้สามารถนำไปคืนให้บัตรทองที่หายไป 1,800 ล้านบาทได้หรือส่วนอื่นๆ ได้  ในสิ่งที่ประชาชนควรได้รับได้ ตนคิดว่าการจัดสรรงบประมาณที่ยังให้ความสำคัญในเรื่องความมั่นคงอยู่ มันคือฝันร้ายของพี่น้องประชาชนภายใต้วิกฤติโควิด

@ฝ่ายค้านได้มีการจัดสรรเวลาอย่างไรในการอภิปรายซักฟอกงบประมาณ

ยังไม่ได้พูดคุยกันในฝ่ายค้าน แต่ในระดับพรรคเรารู้ว่าการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ จะเริ่มต้นในวันที่ 31 พ.ค.  1 และ 2 มิ.ย. เราคิดว่าเวลายังไม่มากพอ ดังนั้นจึงต้องอภิปรายกันคาดว่าข้ามวันข้ามคืน  ในช่วงวันที่ 31 พ.ค.-1 มิ.ย.  สำหรับพรรคก้าวไกลเตรียมผู้อภิปรายไว้ 15-19 คนตามกรอบเวลาที่มีอยู่  และตามวิธีการทำงานของพรรคการอภิปรายก็พยายามจะทำงานกันเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างพูด แต่พยายามทำให้ประชาชนที่ได้รับฟังเห็นความต่อเนื่องในภาพรวมถึงปัญหาของในแต่ละกระทรวงแต่ละประเด็นและมาตบท้ายด้วยข้อเสนอว่ารัฐบาลควรทำอะไร หรือหากเรามีอำนาจเราจะทำอะไร



@ วิกฤติครั้งนี้รัฐบาลอาจไปไม่รอด และรัฐบาลพยายามให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2565 ผ่านการพิจารณาของสภาไปก่อน หลังจากนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการยุบสภาหรือไม่


มีความเป็นไปได้ที่การเมืองจะเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่าผลงานของรัฐบาลในเรื่องโควิด-19 ชัดเจน คือประชาชนแม้แต่ประชาชนที่เคยชมชอบในรัฐบาลนี้ก็ยังรับไม่ได กับการจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ตนลงพื้นที่ชุมชนพบชาวบ้านที่ไม่มีแม้เงินที่จะซื้อข้าวให้ลูกกิน  ทั้งเรื่องโรงพยาบาลและเตียงผู้ป่วยที่มีไม่มีเพียงพอ การจัดการโควิดระลอกนี้มีความบกพร่องอย่างมาก เราไม่ได้โจมตีแต่เป็นข้อเท็จจริง คุณยังซื้ออาวุธอยู่แบบนี้ เรือดำน้ำคุณยังไม่เลิกซื้อแทนที่คุณจะจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนก็ไม่ทำ ส่วนเรื่องการเยียวยาก็มีปัญหาในเรื่องการจัดการ การเยียวยาไม่ใช่จุดจบของปัญหา ดังนั้นหลังจากการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 65 ก็มีความเป็นไปได้ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้หารือกันในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 89