อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

เผ่าพันธุ์มังกร

ผลการสำรวจสำมะโนประชากรสาธารณรัฐประชาชนจีน ทุก 10 ปี ครั้งล่าสุดซึ่งเป็นครั้งที่ 7 จัดทำระหว่างเดือน พ.ย.–ธ.ค. 2563 พบว่า ปัจจุบันจีนมีประชากรประมาณ 1,412 ล้านคน เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 72.06 ล้านคน หรือคิดเป็นอัตราเพิ่ม 0.53% เมื่อเทียบกับผลการสำรวจครั้งที่ 6 เมื่อ 10 ปีก่อน หรือปี 2553 จันทร์ที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.

นั่นหมายความว่า รัฐบาลจีนไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ในปี 2559 ที่ต้องการให้จำนวนประชากรอยู่ที่ประมาณ 1,420 ล้านคน เมื่อถึงสิ้นปี 2563 โดยเป้าหมายถูกกำหนด หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายจนยกเลิก นโยบายครอบครัวมีลูกคนเดียว เมื่อปี 2558
 
ตัวเลขล่าสุดบ่งชี้ว่า อัตราการขยายตัวของประชากรจีนในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เชื่องช้าสุดนับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 และอัตราการเกิดเด็ก 1.3 คน ต่อผู้หญิง 1 คนในปี 2563 เท่ากันกับ 2 ประเทศอุตสาหกรรม ที่กำลังมีปัญหาสังคมผู้สูงอายุ คือญี่ปุ่นและอิตาลี


CGTN
 
ตอกย้ำความเสี่ยงที่จีน ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในภาวะประชากรถดถอย โดยไม่อาจฟื้นกลับได้ และโดยที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย รายได้ครัวเรือนสูง ระดับมาตรฐานกลุ่มประเทศ จี-7
 
แหล่งข่าวจากในตำหนักจงหนานไห่ กรุงปักกิ่ง เผยว่า ตอนนี้กลุ่มผู้นำระดับสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กำลังหารือกันเกี่ยวกับแผนจัดการความท้าทายทางด้านประชากร ซึ่งรวมถึงวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการกระตุ้นให้ประชาชนมีลูก ด้วยการแบ่งเบาภาระทางด้านการเงินแก่สามีภรรยา แทนที่จะเพียงแค่ยกเลิกการควบคุมการเกิด


CGTN
 
นอกจากนั้น การเพิ่มเกณฑ์อายุเกษียณทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยชะลอการลดลงของทัพแรงงาน และท้ายที่สุดจะลดแรงกดดัน ต่อระบบบำเหน็จบำนาญ ที่มีเงินทุนไม่เพียงพอ
 
รัฐบาลจีนเริ่มบังคับใช้นโยบาย “ครอบครัวมีลูกคนเดียว” ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 แต่ผ่อนคลายในปี 2559 โดยให้มีลูกได้ 2 คน ในความความปรับสมดุล ในขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถยับยั้งอัตราการเกิดที่ลดลงได้
 
ผลการสำรวจสำมะโนประชากรจีนครั้งที่ 7 พบว่า สัดส่วนของประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป สูงขึ้นผ่านหลัก 13.5%  ในปี 2563 จาก 8.87% ในปี 2553
 
หลายฝ่ายคาดว่า รัฐบาลจีนจะกระตุ้นอัตราการเกิดเพิ่ม ภายใต้กรอบนโยบายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก่อนจะยกเลิกข้อจำกัดการมีบุตรโดยสิ้นเชิง ในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า
 
แหล่งข่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับการประชุมหารือนโยบาย แต่ไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจขั้นตอนสุดท้าย เผยอีกว่า การยกเลิกข้อจำกัดการมีบุตร อาจส่งผลกระทบโดยไม่ได้ตั้งใจ ผลกระทบในวงจำกัดต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง ที่ไม่ต้องการมีลูกเพิ่ม เนื่องจากปัญหาค่าใช้จ่ายสูง ขณะเดียวกัน ครอบครัวในชนบทจะขยายตัวรวดเร็วกว่า เพิ่มแรงกดดันด้านความยากจน และการจ้างงาน
 
พรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งเป้าหมาย สร้างงานใหม่ในท้องถิ่นชนบททั่วประเทศ อย่างน้อยอีก 10 ล้านตำแหน่งในปีนี้ แม้ว่าประชากรในวัยทำงานกำลังหดลดลง
 
นายหลิว ฮ่วน ที่ปรึกษาคณะมนตรีแห่งรัฐ หรือคณะรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า ปัญหาใหญ่เกี่ยวกับประชากรของจีน ไม่ใช่จำนวนมากหรือน้อย แต่เป็น “ผู้สูงวัย” ซึ่งมีแนวโน้มสร้างแรงกดดันมหาศาล ต่อสถานะการเงินการคลังของรัฐบาล และปัญหากระตุ้นการเกิด ยากที่จะแก้ไข เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงด้านที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาลและการศึกษา ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องกำหนดนโยบายแบบครอบคลุม

เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารประชาชนจีน หรือ ธนาคารแห่งชาติ (The People's Bank of China : PBOC) ออกหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้เปิดเสรีและกระตุ้นการมีบุตรอย่างเต็มที่ เพื่อชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจ และรัฐบาลควรนำบทเรียน 20 ปีที่หายไป (lost 20 years) ของญี่ปุ่น มาเรียนรู้.

----------------------
             
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 55