อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

กัมพูชาเลื่อนชั้น

รัฐบาลกัมพูชาประกาศ มีความพร้อมเต็มที่ และเตรียมการไว้ดีแล้ว สำหรับการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เมื่อ “สำเร็จการศึกษา” เลื่อนสถานะหลุดออกจากกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดของโลก ตามการจัดระดับของสหประชาชาติ พุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.

บทความของ Thou Vireak ในหนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ ฉบับวันที่ 9 พ.ค. 2564 บอกว่า 4 ประเทศของเอเชีย ที่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด หรือ แอลดีซี (Least developed country : LDC) ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว บังกลาเทศ และเนปาล ประชุมร่วมเชิงปฏิบัติการ ผ่านระบบจอภาพทางไกล เมื่อช่วงต้นเดือนนี้  โดยหัวข้อหลักของการหารือคือ การหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการ การหลุดพ้นอย่างราบรื่นจากสถานะแอลดีซี รวมทั้งความท้าทายที่น่าจะเกิดขึ้น หลังหลุดพ้นไปแล้ว และประเมินผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม

เจ้าภาพร่วมจัดการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา องค์การการค้าโลก สหประชาชาติ  สำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ อังค์ถัด หรือ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา และศูนย์พาณิชยกรรมระหว่างประเทศ (ไอทีซี)
 
นายพิช ฤทธิ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะประธานร่วมการประชุม กล่าวย้ำถึงความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ในการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชา และสิทธิเศษทางพิกัดอัตราภาษีศุลกากร สำหรับปริมาณสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น

การหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุดในโลก อาจสร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจแก่กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อสิทธิเศษทางพิกัดศุลกากร กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (rules of origins) แรงดึงดูดการลงทุน รวมทั้งความได้เปรียบในการแข่งขัน และโอกาสสำหรับความช่วยเหลือทางการค้า
 
เท่ากับจะเพิ่มความเสียหาย ผลกระทบจากผลกระทบวิกฤติโควิด-19 ต่ออุตสากรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ที่สร้างรายได้หลักเข้าประเทศ
 
เพื่อจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กำหนดแนวนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ เพื่อกระชับจุดยืนในการแข่งขันของประเทศ และเตรียมพร้อมเพื่อให้การหลุดพ้นจากสถานะแอลดีซี เป็นไปอย่างราบรื่น โดยหนึ่งในแผนที่กำหนดไว้คือ แสวงหาตลาดส่งออกใหม่และหลากหลาย ผ่านข้อตกลงการค้าเสรี ทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคี
 
แคง โมนิกา รองเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้ากัมพูชา กล่าวว่า การพัฒนาของธุรกิจเอกชน เป็นกลไกหลักสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชา และยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตของประชากร ทุกคนได้ประโยชน์จากการเติบโต ไม่เพียงแค่เฉพาะคนงงานในอุตสาหกรรม และสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ร่วมทำงานกับรัฐบาล เพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม
 
กัมพูชากำลังเติบโตและพัฒนา การหลุดพ้นจากสถานะแอลดีซีถือเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชม แม้ว่าจะต้องสูญเสียผลประโยชน์บางอย่าง เช่น สิทธิพิเศษทางพิกัดอัตราศุลกากร ที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วให้กัมพูชาฝ่ายเดียว
 
แต่เรื่องนี้มีทางแก้ และรัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการรักษาการลงทุนที่ดีกว่า และกว้างขวางกว่า และการเข้าถึงตลาด โดยผ่านทั้งข้อตกลงทวิภาคี และข้อตกลงการค้าในภูมิภาค
 
โมนิกากล่าวว่า การพัฒนาทักษะแรงงาน การปรับปรุงผลิตผล และการปฏิรูประบบปกครองภายใน จะเป็นเป้าหมายดำเนินการหลักต่อไป
 
จากข้อมูลของกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา ในระยะ 3 เดือนแรกของปี 2564 กัมพูชาส่งออกสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และสินค้าสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว รวม 2,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (75,368 ล้านบาท) ลดลง 6.48% จาก 2,577 ล้านดอลลาร์ จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563
 
และเมื่อแยกแยะเป็นรายสินค้า พบว่า การส่งออกเสื้อผ้าลดลง 6.43 % จาก 1,897 ล้านดอลลาร์ เหลือ 1,775 ล้านดอลลาร์ รองเท้าลดลง 7.33 % จาก 341 ล้านดอลลาร์ เหลือ 316 ล้านดอลลาร์ ส่วนสินค้าสำหรับการท่องเที่ยว เช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้สะพาย กระเป๋าถือ และกระเป๋าสะตางค์ ลดลง 5.89 % จาก 339 ล้านดอลลาร์ เหลือ 319 ล้านดอลลาร์.

----------------
        
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 84