อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ตำรวจอเมริกากับปัญหาต้องแก้ไข!

อาทิตย์นี้มาว่ากันต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว เเม้ว่าจะไม่บ้ายศบ้าอย่าง และเปิดโอกาสให้ตำรวจได้มีเสรีภาพ เเต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี พุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น.


อาทิตย์นี้มาว่ากันต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว แน่นอนว่า ระบบตำรวจอเมริกานั้นกระจายอำนาจ ไม่บ้ายศบ้าอย่าง และเปิดโอกาสให้ตำรวจได้มีเสรีภาพ ไม่ใช่ฟังนายอย่างเดียว ผลักดันให้ตำรวจได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ไม่แบ่งเพศ แบ่งการทำงานอย่างระบบ และ ใช้ระบบนิติวิทยาศาสตร์ ความก้าวหน้าใหม่ ๆ มาช่วยในการจับกุมคนร้าย

ความก้าวหน้าใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ก็คือ ระบบดีเอ็นเอ ผู้อ่านอาจคิดว่าระบบดีเอ็นเอนั้นมีมานานแล้ว มันจะใหม่ตรงไหน ช้าก่อนครับ ขณะนี้มีบริษัทเอกชนประกอบทำธุรกิจดีเอ็นเอ หมายความว่าเราทั่วไป สามารถเดินไปให้เขาตรวจดีเอ็นเอเก็บไว้ได้ เพื่อทำการไล่ประวัติว่าต้นตระกูลเราแท้จริงนั้นมาจากไหน หรือตามหาว่าญาติพี่น้องคนรู้จักทางสายเลือดที่หายไปนั้น เขาอยู่ที่ไหน หลายครั้งก็เก็บไว้ในระบบเพื่อว่าในอนาคตอาจจะได้ใช้ประโยชน์ เผื่อรุ่นลูกหลานเรามาตามหาเราที่เป็นบรรพบุรุษ

สมมุติหนอนโรงพักย้ายไปเป็นประชากรสหรัฐอเมริกา แล้วตายจากโลกนี้ไป ดีเอ็นเอของหนอนโรงพักก็จะถูกเก็บไว้ในระบบของบริษัทเอกชน เผื่อวันข้างหน้าญาติมิตรอีกหลายชั่วรุ่นจากเมืองไทยมาตามหาบรรพบุรุษคนหนึ่งที่เดินทางมาอเมริกา ก็จะได้เจอดีเอ็นเอของหนอนโรงพัก จะได้รู้ว่าเป็นใครทำอะไรไว้บ้างกับประเทศและโลกใบนี้



เจ้าระบบนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาเอามาสืบคดีย้อนหลัง โดยหลักฐานดีเอ็นเอที่พบในคดีที่ยังปิดไม่ลงหลายอย่าง เขาก็เอาดีเอ็นเอเข้าระบบไว้ และเอาไปตรวจเช็กกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งในคดีหนึ่งพวกเขาพบความเชื่อมโยงของดีเอ็นเอที่เกิดเหตุกับดีเอ็นเอในฐานระบบ จึงไล่ตรวจสอบไปเรื่อย ๆ ไปหาตัวเจ้าของดีเอ็นเอที่แท้จริงนี้แล้วพบว่ามีบางส่วนตรงกับชายคนหนึ่ง จึงทำการสร้างประวัติสาแหรก ตรวจสอบพบว่าชายคนนี้เป็นญาติห่าง ๆ กับฆาตกรคนหนึ่ง เมื่อเอาดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยไปตรวจก็พบว่าถูกต้องตรงกับดีเอ็นเอที่พบในจุดเกิดเหตุ จึงนำไปสู่การไขคดีจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด

เทคโนโลยีนี้อาจถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่เจ้าหน้าที่ก็เอามาใช้งานได้เป็นอย่างดี ของไทยนี่คงอีกนาน...

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าตำรวจอเมริกาจะไม่มีปัญหาทุกอย่างสมบูรณ์ไปหมด ซึ่งไม่มีระบบหรือคนประเทศไหนในโลกจะเป็นได้แบบนี้ เขาถึงต้องมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลกัน

อย่างตำรวจอเมริกาปัญหานั้นก็คือ การที่ถูกฝึกถูกสอนให้ยิงก่อนทันที หากสงสัยว่าจะถูกเผชิญหน้า ดังนั้นตำรวจอเมริกาจะถูกฝึกให้ระงับเหตุโดยการใช้ปืนแก้ปัญหา เพราะเป็นวิธีการหยุดยั้งคนร้ายได้ดีที่สุด ขณะที่หลายประเทศไม่ได้ถูกสอนให้ระงับแบบนั้นนะครับ อย่างตำรวจไทยเราจะเห็นว่า เจ้าหน้าที่มีการระงับเหตุที่ไม่เดือดเลือดพล่านแบบตำรวจอเมริกา

ทีนี้พอฝึกแบบนั้น ตำรวจอเมริกาก็นำข้อมูลการจับกุมแล้วพบว่าส่วนใหญ่ ย่านที่มีปัญหาถูกจับกุมเยอะสุดเป็นคนดำ พอคนดำติดคุกมาก ๆ ขึ้นเรื่อย มันก็เกิดภาพฝังหัวว่าคนดำนี่แหละตัวปัญหา เป็นอาชญากรเป็นโจร ตำรวจก็คิดแบบนั้น เราจึงเห็นว่าเวลาตำรวจควบคุมปัญหาคนดำนั้น จะรุนแรงกว่าควบคุมตัวคนขาว อย่างที่เราได้เห็นใน ข่าวจอร์จ ฟลอยด์ ที่เสียชีวิต จากการโดนตำรวจเข้าจับกุมเพียงเพราะเอาแบงก์ปลอมไปซื้อบุหรี่ เขาโดนตำรวจเอาเข่ายันที่คอนานกว่า 9 นาทีจนเสียชีวิต คดีนี้เป็นคดีใหญ่ในอเมริกา และตำรวจที่ก่อเหตุถูกตัดสินติดคุก ส่วนหนึ่งเพราะภาพการก่อเหตุมันชัดมาก ปกติตำรวจจะรอดจากคดีนี้ได้เสมอ



อย่างไรก็ดี ภาพลักษณ์ระหว่างคนดำกับตำรวจนั้นก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ยังมีการไล่ยิงคนดำของตำรวจอยู่เป็นประจำ อย่างตำรวจหญิงคนหนึ่งแกเลิกงานแล้วเข้าห้องผิดชั้น เห็นคนดำซึ่งเป็นเจ้าของห้องนั่งดูทีวีอยู่ ด้วยความตกใจ และอคติทางสีผิว จึงเอาปืนยิงคนดำซึ่งเป็นเจ้าของห้องเช่าตายเสียซะงั้น

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาตำรวจอเมริกา คือ อคติทางสีผิว การซ้อมคนดำโดยตำรวจผิวขาว ถึงขั้นทำให้เมืองลอสแอนเจลิส เกิดจลาจลเผาเมืองกันมาแล้ว และอคตินี้ก็ยังคงมีอยู่ในสังคมอเมริกา

ส่วนตัวคาดว่าปัญหานี้ยังไม่เกิดกับตำรวจไทยในเร็ววันนี้ แต่ไม่แน่ในอนาคตที่ประชากรไทยมีจำนวนน้อยลง จนต้องนำแรงงานข้ามชาติมาทำงานมากขึ้น และต้องให้สวัสดิการเชิญชวนให้พวกเขามาเป็นพลเมืองมีความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อจะได้ทำงานพยุงระบอบเศรษฐกิจไทย มันก็จะต้องมีอคติทางเชื้อชาติมาแน่ และต้องมีการปลุกปั่นความคลั่งชาติขึ้นมา

อันนี้เป็นปัญหาอนาคต แต่เราควรจะตระหนักเช่นกัน เพราะมันเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมากในสังคมไทย ที่ไม่ค่อยจะเรียนรู้อะไรเท่าไหร่นัก



ถามว่า ตำรวจอเมริกามีคอร์รัปชั่นไหม โธ่....ระบอบที่ไหนในโลกก็ล้วนมีปัญหาการฉ้อฉลกันหมด ในยุคหนึ่งตำรวจนิวยอร์กกินสินบนพ่อค้ายากันอย่างอิ่มเอม หรือในยุคหนึ่งนิวยอร์ก เมืองหลวงสื่อมวลชนโลก ถูกขนานนามว่าเป็น เมืองหลวงอาชญากรรมอเมริกา เลยด้วยซ้ำ เพราะตำรวจไม่ทำอะไรเลย ห่วยแตก

แต่ปัญหาเหล่านี้ก็แก้ได้ครับ ด้วย ระบบการปฏิรูปที่ตำรวจทำงานภายใต้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีระบบกระจายอำนาจในองค์กร มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลจากจเรตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไว้ตรวจสอบตำรวจด้วยกันเอง แต่มีอำนาจแยกออกมา ไม่ขึ้นตรงต่อสำนักงานตำรวจในรัฐนั้น ๆ ทำให้มีคนกล้าร้องเรียน มีตำรวจกล้าลุยงัดกับระบบฉ้อฉล เพราะมันมีช่องทางเอื้อให้เขาสามารถทำตามอุดมคติได้



แม้ปัจจุบันเราจะเห็นว่า งานตำรวจนั้นเป็นงานที่อาจโดนใครด่าไปทั่ว ชุมชนก็ไม่ชอบตำรวจ ความไว้เนื้อเชื่อใจไม่ค่อยมี แต่เรายังเห็นการทำงานของตำรวจดี ๆ ที่ทำงานเพื่อรับประชาชนและชุมชนปรากฏอยู่ให้เห็น โดยไม่ต้องกลัวว่าทำดีแล้วจะโดนย้ายไปไหน เพราะมัวแต่เอาใจประชาชนเพลินจนดันลืมเอาใจนาย

ผู้กำกับการโรงพักก็มุ่งมั่นพัฒนาโรงพักของตัวเองได้เต็มที่ ไม่ใช่ว่าต้องตามนาย หรือโครงการดี ๆ พอทำไปสักพัก ตัวเองย้ายไปโครงการก็ล่ม เนื่องจากมันเป็นโครงการเฉพาะคน ไม่ใช่โครงการที่ต่อยอด นี่คือปัญหาที่ตำรวจไทยสามารถเรียนรู้จากตำรวจอเมริกา หรือตำรวจจากประเทศที่เจริญแล้วในระบอบประชาธิปไตยนะครับ ไม่ใช่เอาแบบจีน ซึ่งเขารวบอำนาจแต่ก็มีการกระจายอำนาจในแต่ละเมืองมากกว่าประเทศไทย และเขามีระบบพรรคคอมมิวนิสม์ที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก อย่างไรก็ดี หนอนโรงพักก็ยังไม่สนับสนุนให้เลียนแบบจีนเท่าไหร่ เพราะมันคนละระบอบกัน

เขียนไปเขียนมาพื้นที่หมด ตอนหน้ามาว่ากันเรื่องเอฟบีไอกันต่อครับ
 
.........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay,Unsplash
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น