อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

สารปราบศัตรูพืช

ผู้สื่อข่าวแอนนา ลาปเป ได้เผยแพร่บทความเรื่องผลวิจัย เกี่ยวกับความเสี่ยงของอันตรายจากยาฆ่าแมลง ในเว็บไซต์ civileats เมื่อ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าหลายปีมาแล้วข้อมูลเปิดเผยเรื่องยาฆ่าแมลงยังคลุมเครือและไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง แต่เธอก็ได้สอบถามจากนักวิจัยหลายคน จนได้ข้อมูลจำนวนผู้เสียหายจากการใช้ยาฆ่าแมลงอย่างไม่ตั้งใจ จนเป็นพิษและเสียชีวิตได้ทั่วโลก พฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.


เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว นักวิจัย 4 คนจากเยอรมนี มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกาได้ตีพิมพ์ผลของการพิจารณาทบทวนระบบประเมินถึงผลที่ได้รับ จากการเป็นพิษโดยไม่ได้ตั้งใจและเสียชีวิตทั่วโลก ผลที่ออกมาน่าตกใจมาก เพราะประเมินว่าร้อยละ 44 ของเกษตรกร คนงานภาคการเกษตรและผู้ใช้งานยาฆ่าแมลงนั้น จะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 1 ครั้งเกี่ยวกับอันตรายของยาฆ่าแมลงในทุก ๆ ปี และคนถึง 11,000 คนต้องมาเสียชีวิต เพราะอุบัติเหตุจากยาฆ่าแมลง

ซึ่งทั้งหมดนั้นเราก็ทราบอยู่แล้วว่าถึงผลกระทบของยาฆ่าแมลง ซึ่งจะมีกับสัตว์จำพวกแมลงและชีวิตสัตว์อื่น ๆ ในธรรมชาติและระบบนิเวศ แต่การวิจัยครั้งนี้ได้มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบอีกอย่าง ที่กลายเป็นข้อวิตกกังวลอย่างมาก ราวกับระเบิดเวลาเมื่อใช้ยาฆ่าแมลงทั่วโลก นั่นคือผลกระทบกับคน


ABC News In-depth


ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากหลากหลายข้อมูลและรายงาน สะท้อนออกมาว่าในแต่ละปีจะมีคนได้รับผลกระทบจากยาฆ่าแมลง 1 ล้านคน และเสียชีวิต 200,000 คน กลายเป็นข่าวพาดหัวซึ่งล่าสุดในปี 2560 สหประชาชาติถึงกับเผยแพร่รายงานเรื่องยาฆ่าแมลงและสิทธิมนุษยชน และยังมีบทความที่นำประเด็นนี้ไปเล่นข่าวว่า รายงานของสหประชาชาติระบุว่ายาฆ่าแมลงคร่าชีวิตประชาชนไปปีละ 200,000 คน

รายงานฉบับใหม่นี้ซึ่งได้นำผลการพิจารณาทบทวนกว่า 170 รายงาน จาก 140 ประเทศ ได้ให้ข้อมูลทันสมัยจนสามารถประเมินจากอุบัติเหตุของการใช้ยาฆ่าแมลง และเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจจนเกิดการเสียชีวิต ข้อมูลตรงนี้จึงควรที่จะได้กระตุ้นและแจ้งเตือนให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้กำหนดนโยบาย ขอให้ออกมาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อกำจัดยาฆ่าแมลงที่มีพิษอันตรายที่สุดในโลก เช่น คลอร์ไพริฟอส วัตถุมีพิษทางการเกษตรเป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งยังคงมีใช้กันอย่างกว้างขวาง แม้จะมีสารเคมีที่ทำลายสมอง และไม่มีระดับความปลอดภัยสำหรับเด็ก หากได้รับหรือปนเปื้อน

แต่ที่เป็นคดีความจนมีคำตัดสินเมื่อ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา คือการฟ้องร้องบริษัทไบเออร์ มอนซานโต บริษัทในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นของบริษัทไบเออร์แห่งประเทศเยอรมนี โดยศาลอุทธรณ์ของสหรัฐที่เมืองซานฟรานซิสโกได้พิพากษายืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้น ให้จ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นชาวอเมริกันจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ฟ้องร้องว่า ยาฆ่าหญ้าราวด์อัพของบริษัทไบเออร์/มอนซานโต ก่อให้เกิดเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอค์จกิน กระทบความหวังของบริษัทที่จะควบคุมความเสี่ยงในทางกฎหมายเกี่ยวกับยาฆ่าหญ้าตัวนี้

ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้อง ทนายความของผู้เสียหายจำนวนมากได้ฟ้องบริษัท หาว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทก่อให้เกิดเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอค์จกิน และมะเร็งอื่น ๆ โดยมีสาเหตุมาจากไกลโฟเซต สารเคมีในกลุ่มสารปราบศัตรูพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบในยาฆ่าหญ้าราวด์อัพ

ศาลยังได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของบริษัทว่า คดีที่ผู้เสียหายฟ้องนี้ไม่ควรขึ้นสู่ศาล เพราะกฎหมายเรื่องยาปราบศัตรูพืชห้ามกล่าวหาบริษัทผู้ผลิต ซึ่งไม่ได้แจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์จนอาจป่วยเป็นมะเร็งได้

แม้ไบเออร์/มอนซานโตจะอ้างว่า หลายสิบปีของการวิจัยและพัฒนาพบว่า ราวด์อัพและยาฆ่าหญ้าอื่น ๆ ที่มีสารไกลโฟเซต ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ในตลาดนั้น ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ผู้ใช้งาน เพราะได้รับการรับรองจากสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแล้วว่าปลอดภัยสำหรับมนุษย์ ซึ่งบริษัทก็ต้องใช้เวลาหลายปี ในการสู้คดีฟ้องร้องเรื่องยาฆ่าหญ้าราวด์อัพ ที่มีการฟ้องร้องมากถึง 125,000 คดี เรียกค่าเสียหายมากถึง 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แล้วเมื่อชื่อเสียงนั้นเสียไปแล้ว บ้านเราก็ต้องระวังเอาไว้ด้วย ถ้าสั่งห้ามใช้แล้ว นำกลับมาใช้กันอีก แสดงถึงความไม่ชอบมาพากลแล้ว.

---------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 75