อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 28 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 28 กันยายน 2564

Review : PlayStation 5 ของมันต้องมี จอยก็ดี 4k ก็มา!

เชื่อว่าหลายคนได้เห็นเเล้ว หลายคนได้ลองเล่นเเล้ว หลายคนได้สัมผัสเเล้ว แล้วมันจะดีเหมือนกับที่เรา Hype กันจริงๆหรือเปล่า ขอเชิญพบกับ PlayStation 5 Review อาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 17.00 น.


หลังจากที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปีที่เเล้ว ในที่สุด Playstation 5 ก็ได้ออกมาให้คนไทยได้ยลโฉมกันแล้วในโดยออกมา 2 รูปแบบด้วยกันทั้ง Digital Edition และ Standard Edition ที่สามารถใส่แผ่นไดัเจ้า PS5 เปิดตัวด้วยดีไซน์ สีขาวตัดกับสีดำวาวตรงกลาง ผลิตด้วยวัสดุที่เป็นพลาสติกแข็งมาพร้อมกับ DualSense Wireless Controller ที่มี Feature ใหม่ๆ อย่าง Haptic Feedback และ Adaptive Trigger มาช่วยให้เติมเต็มประสบการณ์การเล่นเกมของคุณ โดยทั้งหมดนี้ใน ราคาเพียง 16,900 บาทเท่านั้น (ไม่นับพวก resell ไปขายนะครับ)

ต้องยอมรับเลยว่าตอนผมเห็น tralier เเละเข้าไปชม Live Event ของ ทาง Playstation ครั้งแรกผมรู้สึก hype กับการแสดงผลที่ 4K 120 FPS มากกว่าส่วนอื่นๆ แต่พอได้มาลองเล่นจริงๆ สิ่งที่ผมว้าวกว่าภาพ 4K คือเจ้าตัว Dual Sense ของ PS5 เดื๋ยวค่อยในช่วงรีวิวบอกว่าทำไมแต่ตอนนี้เรามาดูสเปกของเจ้าเครื่องนี้กันดีกว่าครับ



Spec พื้นฐานของ Playstation 5
  • CPU : AMD Ryzen Gen 3 เเบบ Custom ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7nm มาพร้อม Cpu 8 Cores 16 Tread เเละ Clock Speed สูงสุดที่ 3.5 GHz
  • GPU : AMD (Radeon Navi) RDNA 2 มี Speed อยู่ที่ 10.3 TFLOPS ซึ่งถือว่าเร็วกว่า Console Gen ที่แล้วถึง 3 เท่ากันเลยทีเดียว
  • Ram : Ram 16 GB GDDR6 
  • Stoage : SSD NVME M.2 เเบบ PCIE ขนาด 825 GB และยังสามารถเพิ่มได้เพิ่ม SSD ได้อีก 1 ตัว ด้วยการนำ M.2 มาใส่เพิ่มบน Borad ซึ่งทาง Playstation เว้นที่ว่างไว้ให้ใส่แล้วเพียงเเต่ต้องรอ Update Frimware ก่อนถึงจะใช้ได้
  • Optical Drive : Blu-Ray ที่รองรับ 4K UltraHD
  • Sound System : Tempest 3D AudioTech 
  • Output Resolution :  สามารถรองรับการแสดงผลที่ความละเอียด 4K 120 FPS แบบ HDR เเละ 8K  รองรับเทคโนโลยีอย่าง Ray Tracing อีกด้วย



หลังจากฟังสเปกไปแล้วคงจะอยากรู้แล้วใช้ไหมล่ะครับว่า PS5 มันมีจุดเด่นและจุดด้อยอะไรบ้างถ้านั้นก็อย่ารอช้า เข้าสู่ช่วงรีวิวกันเลยดีกว่าครับผม

จุดเด่นและจุดด้อยของ PlayStation 5
  • จุดเด่น
    • การแสดงผลที่ความละเอียด 4K 120 FPS เเบบ HDR สามารถแสดงผลได้แบบลื่นๆ ไม่มีสะดุด แน่นอนว่าถ้าสามารถแสดงผลที่ 120 FPS ได้แล้ว 4K 60 FPS ก็สามารถทำได้แน่นอน แถมยังมี เทคโนโลยี Ray-Tracing ที่แสดงผลแบบ real-time ช่วยให้การแสดงผลส่วนมืดส่วนสว่างและการสะท้อนของวัตถุทั้งหมดภายในเกมนั้นดูสมจริงมากขึ้น ส่วนสำหรับ เกมบน PS4 ที่สามารถเล่นได้บนเครื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น God of War,Ghost of Tsushima,Call Of Duty Balck Ops หรือเกมอื่นๆ ก็ยังได้ framerate แบบเดียวกันกับเกม PS5 เหมือนกัน 


 
  • ระบบเสียงก็ถือว่าดีตรงมาตรฐานในปัจจุบัน เช่นกัน แต่จะยิ่งดีขึ้นไปอีกถ้าใส่ Headphone ของทาง PlayStation ด้วยมันก็จะให้ ความรู้สึกเหมือนกับเราได้ไปอยู่ในเกมๆนั้นจริงๆ
  • ระบบ Air-Flow ของ PS5 ต้องบอกเลยครับว่าการระบายความร้อนทำได้ดีมากๆ ไม่ว่าคุณจะเล่นเกมที่กราฟิกจัดเต็มแค่ไหนขนาดไหนก็ตาม แถมตัวพัดลมก็ยังเงียบมากๆอีกด้วย เรียกได้ว่า Sony ทำการบ้านมาได้ดีๆจริง
 
 
  • ความเร็วก็ถือว่าตรงตามมาตรฐานของ console ในยุคปัจจุบัน แถมถ้าคุณจะเล่นเกม PS4 บนเครื่องนี้แล้วไม่อยากเปลืองพื้นที่ เราก็สามารถเอา External SSD มาต่อได้ โดยที่ความเร็วนั้นจะไม่ต่างกันกับเกมที่อยู่ในเครื่อง PS5 เเบบชนิดที่ว่าหน้า Loading เเทบไม่ขึ้นเลย
  • เกม PS4 ก็ยังเล่นได้ สำหรับใครก็ตามที่มีเกมจาก PS4 ทุกรุ่น หรือเเม้เเต่มีเเผ่น PS4 ก็ตาม นอกจากนี้ เราก็สามารถโอนย้าย Saved Game ที่เคยเล่นเเล้วบน PS4 มาไว้บน PS5 ได้ โดยไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากมากมาย 

 
 
  • ข้อดีสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดคือ DualSense Wireless Controller เรียกได้ว่าทำเอาผมลืม DualShock ของ PlayStation 4 หรือ Joystick เเบบอื่นๆไปได้เลย อย่างเเรกเลยคือมันใหญ่ทำให้จับถนัดมือขึ้นมากกว่า ต่อมาคือ เทคโนโลยี อย่าง Haptic Feedback เรียกง่ายๆคือจะเป็นการสั่นแบบใหม่ ที่จะ จำลองความรู้สึกของทุกสิ่งสู่มือของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเหยียบบนพื้นหิมะ การรับดาเมจด้วยโล่ เสียงกระสุนผ่าอากาศ ทุกๆอย่างจะถูกส่งสู่มือคุณผ่าน Controller ตัวนี้ ส่วน Adaptive Trigger จะมีผลกับพวกอาวุธปืน ธนูหรือคันเร่งรถยนต์ ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าคุณกำลังเหนี่ยวไกปืนแข็งๆอยู่จริงๆ ซึ่งจากเท่าที่ทดลองมาความเเข็งในการกดจะขึ้นอยู่กับ Object นั้นๆด้วยว่าเป็นอะไร ซึ่งสำหรับผมมันโคตรจะวิเศษ และ รับรองได้เลยว่ามันจะทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมของคุณดีขึ้นแบบที่ไปหาที่ไหนก็ไม่มีวันได้เจอแน่นอน

เเต่ก็ใช่ว่าเจ้า Playstation 5 มันจะมีข้อดี  ข้อเสียมันก็มีเหมือนกัน
 
  • จุดด้อย
    • PlayStation 5 ค่อนข้างที่จะเถอะทะเเถมยังดูเเลรักษายาก โดยเฉพาะ Dual Sense ด้วยความที่ มันเป็นสีขาวทำให้จับบ่อยๆจะทำให้เหลืองได้ง่าย ส่วนตัวเครื่องถ้าเทียบกับ รุ่นก่อนๆคือว่าใหญ่มากเลยทำให้ พกพาไปไหนมาไหนได้ไม่สะดวก เเถมฝุ่นเเละเเมลงยังเข้าไปในได้เครื่องง่าย โดยเฉพาะถ้าตั้งเป็นแนวตั้งด้วยแล้วปัญหานี้ยิ่งไปกันใหญ่ ทางแก้ก็คือ พยายามดูเเลรักษาความสะอาดบ่อยๆ น่าจะช่วยได้ในระดับนึง
    • มาที่ตัว Dual Sense กันต่อ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่อัดเข้ามากก็คงไแปลกเท่าไรที่ แบตเตอรี่ของมันจะหมดเร็ว ต่ก็คงจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไรนักเพราะเราสามารถเสียบชาร์จและเล่นไปพร้อกันได้
    • พอพูดถึง Dual Sense ก็นึกขึ้นได้อีกเรื่องที่อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่น่าจะส่งผลกระทบในระดับนึงเลยก็คือทาง Sony ได้มีการ เปลี่ยนปุ่ม Intract หรือปุ่มตกลง จาก ปุ่ม X มาเป็น ปุ่ม O ตามฝั่งอเมริกา ซึ่งเกมเมอร์ชาวไทยรวมถึงฝั่งเอเชีย คงต้องปรับตัวกันสักพักใหญ่เลยทีเดียว
 
 
  • ปัญหาในเรื่องการใส่เเผ่น ซึ่งผมไม่ได้ประสบพบเจอมากับตัวเองเเต่ได้ยินจากเพื่อนเอามาเล่าให้ฟัง คือ เวลาจะ Eject เเผ่นออก เเต่เครื่องกลับไม่ดีดเเผ่นออกให้ จำเป็นต้องรีสตาร์ทเครื่อง หรือไม่ก็วางเครื่องในแนวนอนถึงจะดีดแผ่นออกมาได้ อีกอย่างนึงที่น่าหงุดหงิดมากๆคือตอนตั้งเครื่องเเนวตั้งสำหรับคนถนัดขวาเวลาใส่เเผ่นจะต้องกลับเเผ่นตลอด ต่พอวางแนวนอนกลับไม่ต้องทำ คือสำหรับผมมองว่าเครื่องมันออกแบบมาให้วางได้ทั้งแนวตั้งเเละแนวนอน แล้วไม่ทำให้การใช้มัน Support กับผู้ใช้ทั้ง 2 แบบไปเลย
  • เรื่องสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของ Stoage ที่มีมาให้น้อยซะเหลือเกิน จากที่ Specsheet เขียนไว้ว่า 825 GB พอเข้าไปจริงๆเ หลือ 600 กว่าๆซะงั้น เเถมถ้าอัพเกรดก็ยังต้องรอ Frimware อีก สำหรับทางเเก้ก็ยังพอมีวิธี ผมแนะนำเอา External SSD สัก 250 GB มาต่อเพิ่ม ก็น่าจะช่วยได้ เพราะอย่างที่กล่าวไปตอนต้น ความเร็วในการโหลดเกมของ เเบบ PCIE และเเบบ External นั้นไม่ได้ต่างกันเลย



สรุปเลยแล้วกันสำหรับเจ้า PlayStation 5 นับเป็นเครื่องคอนโซลที่ออกมาได้สมกับเป็นการเป็น Next-Gen Console จริงๆ ทั้งในเรื่องของกราฟิก ประสิทธิภาพที่สมกับการเล่นเกมในยุคปัจจุบันในระดับ 4K 60 FPS ไปจนถึง 120 FPS รวมถึงยังมี Ray Tracing มาให้เหมือนกับการ์ดจอ PC ประสิทธิภาพสูงด้วย ในขณะเดียวกันก็ยังรองรับการเล่นเกมเก่าบน PS4 ได้เกือบจะทุกเกมอีกต่างหาก เรียกได้ว่าซื้อเครื่องเดียว ก็มีเกมเล่นแบบลื่น ๆ ไปได้อีกนาน

ด้านการเชื่อมต่อก็ให้มาครบทั้ง WiFi 6 และ Bluetooth 5.1 ที่เป็นเทคโนโลยียุคใหม่ ที่สำคัญเลยก็คือจอย DualSense Wireless Controller ที่ได้รับการตีบวก Feature แบบจัดเต็มมาก ๆ เพื่อการเล่นเกมที่เต็มอิ่มที่สุด สำหรับผมถ้าใครอยากซื้อก็จัดเลยครับรับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน

ฟังรีวิวเต็มๆได้ที่นี่ :


 
------------------------------------------------
Playstation 5 Review BY INSIDE THE GAMES
คอมลัมน์โดย Wacther


ขอบคุณภาพจาก : Sony 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 30