อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อย่าละเลยผู้สูงอายุ ดูแลสุขภาพใจรับ'โควิด'

อย่าเพิ่งมองข้ามและละเลย "ผู้สูงอายุ" กับสุขภาพใจ ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่บาดของโควิด-19 เสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น.


เป็นที่ทราบกันดีว่าในสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เราต้องระวังตัวและเว้นระยะห่างกันมากขึ้น รวมถึงต้องระวังการติดเชื้อของคนที่รักภายในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่ม "ผู้สูงอายุ" ที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก

แต่นอกจากการเฝ้าระวังดูแลสุขภาพกายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คนใกล้ชิดหรือบุตรหลานมักจะไม่ทันนึกถึงก็คือ "สุขภาพใจ" ของท่าน แต่จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้การดูแลควบคู่ทั้งกายและใจอย่างสมดุล.. วันนี้ "Healthy Clean" มีคำตอบมาฝากกันค่ะ

โดย นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ เปิดเผยแนวทางการดูแลผู้สูงอายุภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ว่า ในช่วงระยะเวลาเช่นนี้ สิ่งที่ส่งผลกระทบกับผู้สูงอายุนอกจากทางร่างกายที่ผู้สูงอายุจะมีโอกาสติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มวัยอื่นแล้ว ยังกระทบกับสุขภาพสมองและสุขภาพจิตอีกด้วย เนื่องด้วยสภาพสังคม เศรษฐกิจจากมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การไปมาหาสู่ในหมู่ญาติมิตรเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงการเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจของลูกหลานที่กระทบถึงความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อสภาพจิตใจของผู้สูงอายุได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นความเหงา ความเครียด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า


    
โดยลักษณะของผู้สูงอายุที่พบได้ทั่วไปมักแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 
1.กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามปกติ
2.กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพทั้งแข็งแรงและไม่แข็งแรง แต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง และมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่อนข้างติดบ้าน
3.กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง และมีภาวะติดเตียง

โดยแต่ละกลุ่มของผู้สูงอายุตามที่แจ้งก่อนหน้า ต้องบอกเลยว่าแต่ละกลุ่ม ต่างมีความต้องการด้านวิธีปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพกาย สมอง และสุขภาพจิตแตกต่างกันออกไป โดยกลุ่มแรก ได้แก่ "กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง" มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามปกติ เป็นกลุ่มที่ต้องการกิจกรรมที่ค่อนข้างสร้างความตื่นตัว สอดคล้องกับสุขภาพกายที่ยังแข็งแรง อยู่ในภาวะ Active aging จึงเหมาะกับกิจกรรมเช่น การเดินเร็ว ออกกำลังกายทั้งในและนอกบ้าน การปลูกต้นไม้ ซึ่งอาจเลือกทำกิจกรรมในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้าตรู่ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อลดการพบปะและการสัมผัสกับผู้อื่น 

กลุ่มที่สอง คือ "กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพทั้งแข็งแรงและไม่แข็งแรง" แต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง และมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่อนข้างติดบ้าน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความต้องการกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องออกแรงมาก แต่เน้นไปที่การดูแลสุขภาพจิตใจ กล่าวคือ การมีงานอดิเรกที่สามารถทำได้เองที่บ้าน เช่น ร้องเพลง ทำงานศิลปะที่แปลกใหม่เพื่อฝึกสมอง หรือหากออกกำลังกาย ควรเป็นไปในลักษณะไม่หักโหม และมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด 



และกลุ่มสุดท้ายคือ "กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงและมีภาวะติดเตียง" กลุ่มนี้จะไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ที่ออกแรงได้มากอยู่แล้ว หัวใจสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะเน้นที่ผู้ดูแลเป็นสำคัญ การรักษาความสะอาด การกายภาพบำบัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะข้อติดและการพลิกตัวเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ คือภารกิจสำคัญของผู้ดูแล 

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่างทางสังคม บุตรหลานยังควรให้ความใส่ใจในเรื่องการติดต่อสื่อสารอย่างสม่ำเสมอแม้ไม่ได้พบปะ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุกลุ่มใด ควรโทรศัพท์ หรือ สื่อสารทาง VDO Call เมื่อสะดวกเพื่อประคับประคองสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ

สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกทำกิจกรรมนอกบ้าน สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ ได้จัดทำแอพพลิเคชั่น "สูงอายุ 5G" สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นใช้สำหรับประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการสูงอายุและแนวทางการจัดการ ทั้งยังมีเกมฝึกสมอง รวมทั้งเกมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายได้เองที่บ้าน ซึ่งสามารถดูแลสุขภาพกาย-ใจ ของผู้สูงอายุได้พร้อมๆ กันได้อีกด้วย 



ส่วนประเด็นเรื่องข้อสงสัย ว่า "การฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ" ต้องบอกว่าสามารถช่วยลดอัตราการติดเชื้อ และเสียชีวิตจากโควิดได้ค่อนข้างมาก แต่ขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของแต่ละบุคคล ซึ่งบางโรคอาจมีผลทำให้วัคซีนตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันได้น้อย แต่ถึงแม้ว่าวัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100% แต่ก็ช่วยลดความรุนแรงในการต้องนอนโรงพยาบาลหรือห้องไอซียูได้ถึง 80-90% แต่สิ่งที่สำคัญคือผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อและนำเชื้อมาแพร่สู่ผู้สูงอายุ แม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว เพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้น 

ฉะนั้น ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นนี้ การดูแลผู้สูงอายุที่ดี นอกจากที่จะต้องระวังในเรื่องของสุขภาพกายแล้ว.. "สุขภาพใจ" ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรละเลยเช่นเดียวกัน...

................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 119