อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

ย้อนรอยรักษาโรคไต จากล้มเหลว สู้เทคนิคก้าวหน้า

ปัจจุบันมีคนไทยเป็นโรคไต 8 ล้านคน ในจำนวนนี้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่ทำการฟอกเลือดอยู่กว่า 1 แสนคน ล้างไตทางช่องท้องกว่า 3 หมื่นคนและมีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไตกว่า 6 พันคน เสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 13.27 น.

โรคไตเป็นปัญหาทางสุขภาพที่มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมปัจจุบันเพราะลักษณะการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มและอาหารที่คล้ายคลึงกับโลกตะวันตก นำมาด้วย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตในอันดับต้น ๆ และนำมาสู่ภาวะไตวาย  


 
เรื่องนี้ “พญ.พิชชาพร นิสสัยสรการ” อายุรแพทย์โรคไตและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายไต ระบุว่า ปัจจุบันมีคนไทยเป็นโรคไต 8 ล้านคน ในจำนวนนี้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่ทำการฟอกเลือดอยู่กว่า 1 แสนคน ล้างไตทางช่องท้องกว่า 3 หมื่นคนและมีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไตกว่า 6 พันคน
 
“พญ.พิชชาพร” เล่าให้ฟังว่า กว่าที่วงการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าอย่างในปัจจุบัน แต่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา หากมองย้อนกลับไปจะพบว่าวิธีการรักษาโรคไตมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในปี ค.ศ.1945 เมื่อ “วิลเลียม คอลฟฟ์” แพทย์ชาวดัตช์ได้คิดค้นอุปกรณ์การฟอกเลือดและการทำฟอกไตทางเส้นเลือดได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก
 


และมีแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งที่พยายามทำการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยเริ่มครั้งแรกต้นคริสต์ศตวรรษ1900 ที่ประเทศออสเตรีย เริ่มจากการนำ “ไตจากสุนัขมาปลูกถ่ายในแพะ” จากนั้นมีความพยายามหลายครั้งในการปลูกถ่ายอวัยวะจากสัตว์สู่คน โดยใช้ไตแพะและไตหมู ในปี ค.ศ.1906 แต่ทั้ง 2 ก็เสียชีวิตภายในไม่กี่วันหลังผ่าตัด โดยตรวจพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เส้นเลือดของไต
 
ต่อมาในปี ค.ศ.1936 เริ่มมีการปลูกถ่ายไตจากคนสู่คน แต่อวัยวะเหล่านี้ไม่สามารถทำงานได้  จึงมีการศึกษาและมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ได้รู้ว่าสาเหตุหลักที่ทำให้การปลูกถ่ายอวัยวะจากคนสู่คนไม่สำเร็จ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง
 
“ในสมัยแรก ๆ ได้พยายามทำการปลูกถ่ายอวัยวะโดยที่หมู่เลือดของผู้ให้กับผู้รับไม่ตรงกัน ไตจึงทำงานไม่ได้  ต่อมาจึงเริ่มเรียนรู้ว่าอวัยวะที่จะทำงานได้ดีและนานที่สุดมักมาจากการปลูกถ่ายระหว่างคนที่มีเนื้อเยื่อที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด”  
 
ความรู้นี้นำไปสู่จุดพลิกผันของวงการปลูกถ่ายอวัยวะ เมื่อแพทย์ผ่าตัดที่ชื่อ “ดร.โจเซฟ เมอร์เรย์” ปลูกถ่ายไตจากคนสู่คนสำเร็จครั้งแรกในปี ค.ศ. 1954 ในคู่แฝดเหมือนที่โรงพยาบาลบริกแฮม เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
 


และศึกษาต่อยอด จนสามารถทำการปลูกถ่ายไตในคนไข้ที่ไม่ได้เป็นญาติกันได้สำเร็จ โดยใช้ยากดภูมิในปี ค.ศ. 1962 ความสำเร็จเหล่านี้ ทำให้ ดร.โจเซฟ เมอร์เรย์ ได้รับรางวัลโนเบล ในปี ค.ศ.1990 ด้านสรีรวิทยาหรือการแพทย์
 
ปัจจุบันการรักษาโรคไตได้พัฒนาการไปมาก ทั้งการใช้ยาและการผ่าตัด เช่นเดียวกับประเทศไทยได้พัฒนาการดูแลรักษารักษาโรคไตต่อเนื่อง ตั้งแต่การป้องกันโรค โดยรณรงค์ลดเค็ม การใช้ยาใหม่ๆ เพื่อชะลอไตเสื่อม ยากระตุ้นเม็ดเลือด การบำบัดทดแทนไต และการปลูกถ่ายไต ครอบคลุมผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษา และครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือโควิด-19 ที่มีภาวะไตวาย รวมถึงการปลูกถ่ายหัวใจและตับด้วย
 
ความรู้ทางโรคไตและการปลูกถ่ายยังคงมีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะนี้มีการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมายที่หากทำสำเร็จ จะนับเป็นก้าวสำคัญสู่การบุกเบิกทางการแพทย์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอวัยวะไตเทียมขนาดเล็กที่มีเนื้อเยื่อคล้ายไต สามารถพกพาติดตัวผู้ป่วยได้หรือการทำการปลูกถ่ายอวัยวะจากสัตว์สู่คน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนผู้บริจาคอวัยวะ ทั้งนี้จุดมุ่งหมายของการศึกษาและพัฒนาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ก็เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยโรคไต.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 58