อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

คนไข้ใส่ขดลวดเส้นเลือดหัวใจอยู่ๆแน่นอกล้มตาย

เรื่องเส้นเลือดหัวใจตีบตันก่อให้เกิดอาการแน่นเจ็บอกไม่ค่อยสบาย เป็นที่รู้กันมานานว่า ผู้สูงอายุวันหนึ่งอาจจะต้องประสบปัญหาแบบนี้ เวลาเดินหรือทำงานหนักจะต้องพักบ่อย ผิดปกติไปจากเดิม อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 10.00 น.

 
เรื่องเส้นเลือดหัวใจตีบตันก่อให้เกิดอาการแน่นเจ็บอกไม่ค่อยสบาย เป็นที่รู้กันมานานว่า ผู้สูงอายุวันหนึ่งอาจจะต้องประสบปัญหาแบบนี้ จะคอยแน่น เหนื่อยง่ายเวลาออกกำลังหรือเมื่อเดินขึ้นที่สูง โดยเฉพาะบันไดบ้าน จะเหนื่อยมากกว่าปกติ เวลาเดินหรือทำงานหนักจะต้องพักบ่อย ผิดปกติไปจากเดิม สุดท้ายจะไปให้แพทย์ทางหัวใจตรวจ ตรวจหลาย ๆ อย่างจนสรุปได้ว่า เส้นเลือดหัวใจตีบตันอาจเป็นจากน้อยไปหามาก อาจจะอุดตันเพียงเล็กน้อย หรือมากหน่อย มีเส้นเลือดอยู่ 3 เส้นก็เป็นหมด อยู่ในดุลวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เท่าที่ได้ทราบเมื่อจำเป็นจะต้องรักษา มักจะใส่ขดลวดนำเข้าเส้นเลือดหัวใจ เพื่อไปขยายส่วนที่อุดตัน แล้วค้างหลอดยางทิ้งไว้ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก อาการเจ็บอก แน่น เหนื่อยง่าย ก็จะค่อย ๆ จางหายไป
 
หลังขยายหลอดเลือดหัวใจ แพทย์มักจะแนะนำให้ดูแลสุขภาพให้ดีไว้ เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย ทำให้จิตสงบ ไปจนถึงการตรวจเลือดดูค่าต่าง ๆ ที่มีความสำคัญของร่างกาย เบาหวาน ความดัน ไขมัน และอื่น ๆ ที่แพทย์เห็นว่ามีความสำคัญ ตรวจเป็นระยะแล้วรายงานให้แพทย์ทราบ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสุขภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด แม้จะมีความเสื่อมของร่างกายตามมาบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา บางรายอาจให้ยาละลายลิ่มเลือดเข้ามาด้วย


 
ตัวอย่างคนไข้ เป็นชายอายุ 73 ปี สุขภาพสมบูรณ์ดีมาตลอด วันหนึ่งเกิดมีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะการออกกำลังกาย เดินขึ้นที่สูง เช่น บันไดบ้าน จะเหนื่อยมากกว่าปกติ แพทย์ทางหัวใจได้ตรวจสอบดู ลงท้ายมีความเห็นว่า เส้นเลือดหัวใจทั้ง 3 เส้นเลือดไหลเวียนไม่ค่อยสะดวก ได้แนะนำขยายเส้นเลือด แล้วใส่เครื่องขยายหลอดเลือดคาไว้ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก คนไข้ก็ได้ทำตามคำแนะนำสามารถเดินไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ช่วยตัวเองได้ ออกกำลังกายทุกวัน อาหารการกินก็คอยระมัดระวังไม่กินหวาน ไขมันมากจนเกินไป และจะตรวจเลือดหาค่าน้ำตาล ไขมัน และอีกหลาย ๆ อย่างที่แพทย์ต้องการ ไปให้แพทย์ตรวจทุก 3 เดือนก็ปฏิบัติตัวดีมาตลอด
 
จนวันหนึ่งภรรยาคนไข้ได้โทรฯ มาเล่าอาการให้ฟังว่า ตอนค่ำราว 4 ทุ่ม คนไข้เดินไปที่โรงรถ สักพักหนึ่งออกไปดู เห็นนอนอยู่ที่โรงรถ ไม่หายใจแล้ว ดูศีรษะก็ไม่มีบาดแผล เข้าใจว่าคงเป็นลมแล้วล้มลงไปตรงนั้น ได้จากไปอย่างกะทันหันด้วยความเสียใจและอาลัยอย่างมาก ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเร็วมากขนาดนั้น


 
ผมได้ถามแพทย์ทางหัวใจท่านหนึ่ง อดีตเคยเป็นหัวหน้าอายุรศาสตร์หัวใจศิริราช ท่านให้ความเห็นว่า คงเป็นเรื่องเดิมคือหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง รักษากันมา 13 ปีแล้ว ความเสื่อมของร่างกายและวัตถุที่ใส่คาไว้อาจเสื่อมไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เส้นเลือดที่หัวใจอาจขัดข้องไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ปกติเหมือนเดิม ทำให้หัวใจขาดเลือดหยุดเต้นทันที เป็นผลให้สมองและร่างกายขาดเลือดไปเลี้ยงไปด้วย เป็นการจากไปอย่างกะทันหัน เป็นที่เสียใจกับครอบครัวอย่างมาก
 
เป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้ ว่าร่างกายที่ถูกใส่เครื่องมือไว้ในร่างกายมานานหลายปี มีเวลาก็ต้องไปให้แพทย์ตรวจดูสุขภาพบ้าง ผลเลือดต่าง ๆ ความดัน เบาหวาน ไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด ฯลฯ ต้องหมั่นตรวจดูและให้แพทย์ดูเป็นระยะ ร่างกายก็ต้องได้ออกกำลังกาย ได้พักผ่อนเพียงพอ ไม่เครียด ไม่หักโหมงานจนมากเกินไป พยายามให้ร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด


 
เรื่องหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ พบบ่อยในผู้สูงอายุ มีการรักษากันอยู่เป็นประจำด้วยการขยายหลอดเลือดแล้วคาวัตถุที่ขยายหลอดเลือดไว้ เพื่อให้หลอดเลือดกว้างไหลเวียนได้สะดวก ทำมาแล้วก็ต้องหมั่นดูแลคอยรายงานแพทย์เป็นระยะ พร้อมปฏิบัติตัวให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ชีวิตจะได้อยู่ยาวนาน.

--------------------------------
นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 64