อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564

ตรวจทัพการเมืองรับมือยุบสภา

กระแสข่าวเรื่อง “ยุบสภา” ที่จริงก่อนหน้านี้มีออกมาให้ได้ยินได้ฟังเป็นระยะๆ แล้วก็เงียบหายกันไปหาย   อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 15.11 น.


แต่ระยะหลังๆ ข่าวลือดังกล่าวกลับออกมาถี่และดังขึ้นเรื่อยๆ คงเพราะมาจากบรรยากาศบ้านเมืองที่อบอ้าวด้วยมวลปัญหาสารพัดเรื่อง อาทิ วิกฤติโรคโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องยังฝืดเคือง ปัญหาต่างๆ การเมืองที่ยืดเยื้อ

ล้วนส่งผลให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลงเรื่อยๆ

ก็คงเป็นไปตามที่คอการเมืองต่างเห็นว่า เพราะยามนี้เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังของวาระรัฐบาลแล้ว แต่ละพรรคเร่งเดินเครื่องเตรียมระดมสรรพกำลังพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป ความชื่นมื่นใดๆ ในรัฐนาวาจึงไม่หลงเหลือ ขณะที่ประชาชนก็เบื่อหน่าย ส่ายสายตามองหาทางเลือกใหม่ให้มาบริหารประเทศ พร้อมเร่งสะสางปัญหาต่างๆ ไปเสียที

ทันทีที่ “พล.อ.ประยุทธ์” เอ่ยปากหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงการย้ำการทำงานของบรรดารัฐมนตรีว่าในอีก 1 ปีนี้ จะต้องมีผลสำเร็จที่จับต้องเป็นรูปธรรมได้ว่าเรามีการแก้ไขปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง และอีก 1 ปี ข้างหน้าจะทำอะไร

ทำเอาหลายๆ คนหูผึ่ง ตื่นตะลึงว่าสัญญาณการยุบสภาคงใกล้เข้ามาถึง ส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลถูลู่ถูกัง ยังกอดคอลากยาวไปถึงปี 2565

เพราะจนถึงตอนนั้น ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ก็คงลอยลำผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ได้เดินหน้าออกดอกอกผล การแก้รัฐธรรมนูญก็คงสำเร็จในบางมาตราที่นักการเมืองเห็นพ้อง

น่าสนใจที่บรรดาพรรคการเมืองสำคัญๆ มีความพร้อมรับมือการล้มกระดานไปสู่การเลือกตั้งใหม่มากแค่ไหน เริ่มที่ซีกรัฐบาล พรรคต่างๆยังคงแย่งกันเดินเกมเคลมผลงาน เก็บแต้มคะแนนเสียงจากประชาชน

แกนนำหลักอย่าง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังถือว่ามีความได้เปรียบมากกว่าใคร มีทรัพยากรทางการเมืองที่ดึงดูดใจนักเลือกตั้งให้ตบเท้าย้ายเข้าบ้าน บวกกับขณะนี้กำลังจะมีการปรับทัพภายใน ซึ่งมีข่าวว่า “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินเกมเตรียมผงาดนั่งเก้าอี้ เลขาธิการพรรค สยายบารมีนำพรรคเข้าโหมดเลือกตั้งเต็มสูบ

ด้าน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่นำโดย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ถืออีกพรรคหนึ่งที่เนื้อหอม มีทั้งทุนและทั้งอำนาจ พร้อมปูฐานการเมืองไว้กว้างขวาง บวกกับเร่งปั๊มผลงานจากการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 แถมจะมี ส.ส.อีกหลายคนจากพรรคอื่นๆ เตรียมย้ายซบ

มาที่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่ง หัวหน้าพรรค “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เร่งตีปี๊บผลงานตามนโยบายตัวเอง พร้อมประกาศหน้าฉากว่าเตรียมคนพร้อมสู้ทุกเขตเลือกตั้งแล้ว แต่เบื้องลึกวงในรู้กันดีว่ายังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ ขณะเดียวกันก็มีข่าวคราวให้เฝ้าระวังว่าอาจเกิดภาวะ “เลือดไหล” ให้เห็นกันอีกครั้ง

ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เหนียวแน่นมาตั้งแต่ต้น แม้ได้แรงเชียร์จากมวลชลฝั่งตรงข้ามรัฐบาล แต่ยังไม่สามารถแสดงฝีมือในการอภิปรายนัดสำคัญๆในสภา ยังไม่มีพลังพอที่จะคว่ำเรือเหล็กลำนี้ได้ แถมพรรคอนาคตใหม่และพรรคเล็กๆร่วมฝ่ายเจอปัญหา “ส.ส.งูเห่า” ฝูงใหญ่เตรียมย้ายหนีออก

พรรคเพื่อไทย ยังมีปัญหาภายในไม่สิ้นสุด และมีข่าวลูกพรรคเตรียมจะลาออกไปพรรคใหม่หรือย้ายค่าย ขณะที่นายใหญ่อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ไม่เปิดท่อน้ำเลี้ยงไหลสะดวกให้เหล่าสมาชิกเหมือนเคย

เห็นอย่างนี้คงเดาไม่ยากว่าความพร้อมยุบสภาอยู่ที่ใครเป็นสำคัญ.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 27