อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

ถึงวาระจับตากระแสยุบสภา! อะไรส่งสัญญาณ?

อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน สำหรับบิ๊กตู่ว่า “รัฐบาลจะอยู่อีกปี” ทำให้เริ่มมีการจับตาว่าน่าจะมีการยุบสภา ซึ่งคาดว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า? พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 08.00 น.

ตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจคือ “กำลังมีกระแสยุบสภา” มันเริ่มจากการที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำนองว่า “รัฐบาลจะอยู่อีกปี” ซึ่งนับกันจริงๆ มันไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลเหลือวาระอยู่ ทำให้เริ่มมีการจับตาว่าน่าจะมีการยุบสภา ซึ่งคาดว่า อาจปลายปี รอให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 บังคับใช้แล้ว และการฉีดวัคซีนที่เละเทะตอนนี้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น

ถามว่าทำไมต้องยุบสภา? มันก็มีหลายเหตุผลในขณะนี้ โดยเฉพาะ รัฐนาวาเรือแป๊ะนี่โดนพายุกระหน่ำจนอ่วม คนในเรือแป๊ะก็ไม่ค่อยจะสามัคคีกันเท่าไร อย่างเรื่องปัญหาโควิดนี่ พรรคภูมิใจไทยเขาก็แสดงท่าทีว่า “เป็นเรื่องของ ศบค.ที่นายกฯ คุม บริหารเป็นหลัก ไม่ใช่สาธารณสุข” แล้วภูมิใจไทยก็แสดงอาการบ่จอยเป็นรายแรกๆ เรื่องการจัดงบว่า ลดงบกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในงบปี 65

เอาแค่เรื่องบริหารจัดการสถานการณ์โควิด ก็ทำให้รัฐบาล เกิดวิกฤตศรัทธา บางที..การยุบสภาเกิดขึ้นเพื่อหวังให้เกิดภาพ “การยืนยัน” อีกครั้ง ว่าประชาชนยังเอาด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.) และอีกอย่าง อาจมีการ “จัดตั้งขั้วรัฐบาลใหม่” ซึ่งอาจมีเซอร์ไพร้ส์อะไรที่เปิดมาแล้วเหวอก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า การเมืองมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เขาคุยกันลงตัวเขาก็อยู่ด้วยกันได้แล้วก็พล่ามว่า เพื่อผลประโยชน์ประชาชนๆๆๆ



ตอนนี้สิ่งที่เป็นสัญญาณของการเตรียมพร้อมในการจัดทัพของแต่ละพรรคก็เริ่มค่อยๆ ทยอยออกมา โดยเฉพาะ พรรคประชาธิปัตย์ ที่แทบจะเรียกได้ว่าพังพาบในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด คราวนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคเดินสายทำผลงาน เรื่องช่วยค่าผลผลิตทางการเกษตรอย่างหนัก และเตรียมเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส.ฝั่งอันดามัน แล้ว พรรคเองก็ประกาศสร้างคนรุ่นใหม่ ที่น่าจับตาก็มีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ

ส่วนพรรค พปชร.นั้น ไม่รู้จะเข้มแข็งดีหรือพรรคแตกดี เพราะไอ้ที่เตรียมประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 18 มิ.ย.มีวาระที่ต้องจับตาคือการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค เอานายอนุชา นาคาศัย จากกลุ่มสามมิตรออก แล้วเอา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งอาจสร้างความบาดหมางให้กลุ่มสามมิตรที่ร่วมหัวจมท้ายตั้งพรรคมาแต่แรก เรื่องอำนาจ เรื่องสมบัติผลัดกันชมมันทำให้คนแตกแยกกันได้ง่ายๆ  

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค พปชร. แกนนำกลุ่มสามมิตร ก็แสดงอาการไม่ค่อยสบอารมณ์กับเรื่องนี้นัก บอกว่า เรื่องการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคเป็นเรื่องของการปล่อยข่าว แต่ขอเตือน (บางคนในพรรค) ว่า หากมัวมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของพรรค อยากเป็นตำแหน่งนี้นั่น ก็จะไม่ส่งผลดี  ควรสังวรไว้ว่าประชาชนกำลังมองอยู่ อย่าไปคิดว่าวันนี้เดินได้สบาย อยู่กับสิ่งที่มีอำนาจ แต่สิ่งที่ทำไว้จะส่งผลต่อวันเลือกตั้งวันหน้า เพราะยังมีฝ่ายที่รอโจมตีอยู่  

พรรคเพื่อไทยเขาก็ขยับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค ยืนยันว่า คราวนี้เพื่อไทยพร้อมส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต และถ้าสังเกตดีๆ ช่วงนี้ “โทนี่ วู้ดซัม” หรือนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ค่อนข้าง ออกมาเทคแอ๊คชั่น สร้างความนิยมให้เพื่อไทยบ่อยขึ้น หลังจากกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคออกไปตั้งพรรคใหม่



อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญก่อนที่จะมีการยุบสภาได้ ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน โดยเบื้องต้น เพื่อไม่ให้มีภาระด้านการทำประชามติ  พรรค พปชร. จะเสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ พปชร.จะยึดร่างของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นหลัก ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญคือการแก้ไขบัตรเลือกตั้งให้เป็นสองใบ คือ เลือกคนที่รัก (เขต) พรรคที่ชอบ (ปาร์ตี้ลิสต์)

ซึ่งกรณีนี้ จะตัดปัญหาภาระของพรรคเล็กที่ต้องส่ง ส.ส.หลายๆ เขตเพื่อเอาคะแนน แล้วคนก็เลือกตัวขายในบัญชีรายชื่อได้ ดูอย่างพรรคเสรีรวมไทย คนก็อยากได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มาเป็น ส.ส.หรือพรรคเศรษฐกิจใหม่ ตัวขายก็คือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ .. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล บอกว่า พรรคอื่นจะเสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญก็ได้ (ทำนองว่ามัดรวมพิจารณากันได้  ส.ส.ขาด พปชร.จะลงชื่อให้ แต่ต้องอยู่บนหลักการไม่แตะอำนาจ ส.ว.

ยืนยันว่า  พปชร. ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการลดหรือตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ  เพราะถ้าไปตัดอำนาจของ ส.ว. ใครจะมาโหวตให้ เนื่องจากการรับหลักการวาระแรกต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 83 เสียง เห็นชอบด้วย ..อันนี้ก็ต้องวัดใจว่า ส.ว.จะเอาอย่างไร เมื่อกระแสของสังคมเอนไปในทางว่ส.ว.ไม่ได้มาจากประชาชน เป็นส่วนในการสืบทอดอำนาจของ คสช. ดังนั้น ส.ว.จะยอมกลืนเลือดตัดอำนาจตรงนี้ของตนหรือไม่ถ้ามีร่างที่ตัดอำนาจนี้ของ ส.ว.เสนอมา



ส่วนพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน บอกว่า พรรคจะส่งแก้ไขทั้งหมด 5 ร่าง ร่างที่ 1 แก้ไขมาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร. ไปยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่าง 2 เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในด้านต่างๆ เช่น การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ กรณี กมธ.ห้ามเรียกองค์กรอิสระ หรือศาลมาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ร่างที่ 3 ระบบการเลือกตั้งให้กลับไปใช้ตามรัฐธรรมนูญ ปี 40 ร่างที่ 4 ที่มาของนายกฯ ตัดอำนาจ ส.ว.ในการร่วมโหวตเลือกนายกฯ และ ร่างที่ 5 มาตรา 279 ยกเลิกอำนาจ คสช. ต้องรีบยื่นภายในสัปดาห์หน้า

พรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยก็มีร่างของเขา แต่การเคลื่อนไหวล่าสุด ในวันที่ 14 มิ.ย.ที่พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติ ให้ประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติเสียก่อน เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จค่อยพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระถัดไป ซึ่งคาดว่า เพื่อเป็นการให้ทำประชามติว่า ประชาชนต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ แล้วจากนั้นก็แก้ไขมาตรา 256 ให้มีการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างใหม่



นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า ไม่ร่วมสังฆกรรมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมรับสภาในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ยืนยันว่าต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติก่อน ต้องจัดลำดับความสำคัญของกฎหมาย และโจทย์ของพรรคฝ่ายค้านคือแก้วิกฤติการเมือง โดยแก้ไขปัญหาอำนาจ ส.ว. และ ขอให้จับตาการแก้รัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิดว่า จะเป็นการแก้ปัญหาของประเทศจริงหรือสืบทอดระบอบ คสช.ต่อไป

ในสัปดาห์นี้จะต้องมีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของทุกพรรค เพื่อนำมาพิจารณา “มัดรวมกัน” ว่าจะรับรองมาตราไหน ให้มาตราไหนตกไป ซึ่งหากมีการเร่งแก้รายมาตราก็น่าจะเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งไวๆ เนื่องจากหากจะร่างใหม่ ต้องทำประชามติมันจะช้า มีกระบวนการซับซ้อน ดังนั้น ทิศทางการจับตาการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเตรียมยุบสภาคือ จะยอมตัดอำนาจของ ส.ว.หรือไม่ และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบหรือไม่

ก็น่าสนใจว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะทำให้เกิด การเปลี่ยนขั้วอำนาจหากรัฐบาลยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หรือไม่ แต่ถ้าเอาอำนาจเลือกนายกฯ ของ ส.ว.ออกไปไม่ได้ พรรคการเมืองต้องรวมเสียงกันเกิน 376 เสียงที่จะ ไม่เอา “บิ๊กตู่” อีก

............................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 93