อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

ไปต่อยังไง? รถไฟฟ้า 2 สี

ถ้ายังติดหล่มไปถึง “ผู้แกร่งที่สุดในปฐพี” งานนี้ต้องมีรายการเสียหน้ากันหลายคน เเน่นอน! เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 11.00 น.


การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ให้คนไทยจะล่าช้าอืดอาดแค่ไหนก็ว่ากันไป เพราะงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กระโดดลงมาคุมเองในฐานะผอ.ศบค. (ศูนย์ปราบโควิด) จึงต้องรับผิดชอบไปเต็ม ๆ

แต่ยังมี “เผือกร้อน” ในความรับผิดชอบของ พล..ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกเหมือนกัน คือโครงการรถไฟฟ้า 2 สี สายสีเขียวและสายสีส้ม ยัง “ติดหล่ม”อยู่ เนื่องจากถูกลากถูลู่ถูกังไปเป็นประเด็นทางการเมืองแล้ว

ประเภทที่เมาท์กันว่า 2 พรรคการเมืองใหญ่ร่วมรัฐบาล หวังแบ่งเค้กรถไฟฟ้ากันพรรคละสาย พรรคละสี! เพราะนี่คือ “หม้อข้าว” สำคัญ ไม่ต่างอะไรกับ “เสบียงกรัง” ที่ต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับศึกการเลือกตั้งใหญ่ในคราวหน้า

โครงการแรกคือการประมูลหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงินลงทุน 1.42 แสนล้านบาท ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลุยถั่วมากว่า 1 ปี แต่ปัจจุบันกลับถอยหลังลงคลอง ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ไม่รู้จะประมูลกันได้เมื่อไหร่?



หลังจากมีการล้มเลิกการประมูลออกไป เพราะกรณีการฟ้องร้องคากันอยู่ใน 2 ศาล คือ ศาลปกครองกลาง เนื่องจาก “บีทีเอส” ไปร้องว่ามีการเปลี่ยนทีโออาร์ล้มประมูลงานก่อสร้าง จากนั้น รฟม.ได้ยื่นขอจำหน่ายคดี ซึ่งศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี แต่บีทีเอสไปยื่นอุทธรณ์ไว้ที่ศาลสูงว่ายังไม่สมควรจำหน่ายคดี โดยขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งอะไรออกมา

ศาลที่ 2 คือ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ทาง “บีทีเอส” ฟ้องเอาผิดตามมาตรา 157 กับผู้ว่าฯ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ...ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนฯ โดยศาลประทับรับฟ้องไว้แล้ว และกำลังจะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องในเร็ว ๆ นี้

ส่วนอีกโครงการคือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายเดิม) กับส่วนต่อขยาย (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงมหาดไทยใช้มาตรา 44 ของอดีตหัวหน้าคสช. ตั้งแท่นเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาต่อขยายสัญญาสัมปทาน 30 ปี ให้กับ “บีทีเอส” เพื่อแลกกับหนี้ก้อนโตที่ กทม. ติดค้าง “บีทีเอส” ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท



เป็นภาระหนี้จากการว่าจ้างเดินรถ และงานติดตั้งระบบในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ทางบีทีเอสพยายามทวงหนี้จาก กทม.จนกลายเป็นข่าวดังมาแล้ว 2 ครั้ง แต่กทม.ไม่มีเงิน เมื่อขอเงินไปทางรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีเงิน สุดท้ายจึงเหลือเพียงเงื่อนไขต่ออายุสัมปทานเพื่อแลกกับภาระหนี้ ซึ่งมีทางเป็นไปได้มากที่สุด ถ้าไม่ถูกกระทรวงคมนาคมคัดค้าน!

ขณะที่ฝ่ายบริหารของ กทม. พยายามผ่าทางตันนำเสนอทางออกไปยังสภา กทม. เพื่อขอตั้งงบจ่ายหนี้ แต่ปัญหาคือไม่มีเงิน เมื่อทำเรื่องขอไปยังกระทรวงการคลังและรัฐบาลทำเป็นเฉย!

สุดท้ายจึงมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากสภา กทม. แบบ “หักดิบ” ว่าหากรัฐบาลและกระทรวงการคลังไม่ยอมให้การสนับสนุน กทม. เหมือนที่ให้กับ รฟม. ก็ควรโอนโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) กลับไปให้รฟม.เช่นเดิม



นี่คือแนวทางแก้ปัญหาที่เรียกได้ว่าเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” คือโยนภาระไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง เพราะรัฐบาล คสช.เป็นผู้ผลักดันและสั่งให้ รฟม. โอนโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง) มาให้ กทม. เพื่อให้การเดินรถมีความต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน ผู้โดยสารไม่ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ เพื่อเปลี่ยนตั๋วและเปลี่ยนขบวนรถ กันให้วุ่นวาย

อย่าลืมว่าอนาคตอันใกล้ คน กทม. กำลังจะได้เลือกตั้ง

ผู้ว่าฯ คนใหม่ และตัวเต็งคือ “ผู้แกร่งที่สุดในปฐพี” ดีกรีอดีตรมว.คมนาคม หากรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สายสีส้ม ยังคาราคาซังไปถึงมือผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ งานนี้ต้องมีรายการเสียหน้า และเสียรังวัดกันหลายคน เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!!.

---------------
พยัคฆ์น้อย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 33