อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

"อังกฤษ" ไม่ถึงแชมป์?

"สิงโตคำราม" อังกฤษ มีคิวลงสนามยูโร 2020 นัดที่ 2 คืนวันศุกร์นี้ พวกเขาจะผ่านไปได้หรือไม่ และจะไปถึงไหนในศึกใหญ่ครั้งนี้ ไปวิเคราะห์ร่วมกัน ศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 10.49 น.

คืนนี้ (ศุกร์ที่ 18 มิ.ย.64) ทีมชาติอังกฤษ จะลงสนามในยูโร 2020 นัดที่ 2 กลุ่ม D ทำศึกดาร์บีแมตช์กับ สกอตแลนด์ ที่เวมบลีย์

เกมแรก อังกฤษ ชนะ โครเอเชีย 1-0 ขณะที่ สกอตแลนด์ แพ้ เช็ก 0-2 แต่หลายคนบอกเทียบฟอร์มแล้ว "ตาร์ตัน" เล่นน่าเชียร์กว่าด้วยซ้ำ

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และลูกทีม อาจแพ้ด้วยสกอร์ที่ดูเหมือนขาด แต่รูปเกมไม่ได้เป็นรองมาก ความแตกต่างคือประสบการณ์ ทั้งในเกมรับที่ยังไม่เจนจัดในระดับนี้ และในเกมรุกที่ยังขาดความเฉียบคม

ถ้าหาก สตีฟ คลาร์ก แก้ 2 จุดนี้ได้ พวกเขาคืออีกทีมที่น่าสนใจ เพราะผู้เล่นถือว่ามีเกรดที่สุดในรอบหลายปี ที่สำคัญคือพร้อมสู้ตาย สภาพจิตใจดีมาก และไม่หวั่นใครหน้าไหนทั้งสิ้น

เกมกับ อังกฤษ ถือว่าทรงบอลไม่ต่างกันมากนัก ถ้าหาก สกอตต์ ใช้ความใหญ่เข้าบดพวกกองหลัง ใช้พลังเข้าบี้พวกกองกลาง และใช้ความหนักหน่วงสกัดพวกกองหน้า

เราอาจได้เห็นอะไรดีๆ และไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ยิ่งเกมแรกแพ้มา และขึ้นชื่อว่า ดาร์บีแมตช์ แม้ทั้ง 2 ทีมแทบจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกัน แต่อย่าได้หวังว่าจะรักใคร่ปรองดอง ตรงกันข้าม พวกเขาไม่ชอบขี้หน้ากันด้วยซ้ำ และพร้อมห้ำหั่นชนิดให้ตายไปข้าง

อังกฤษ เอง แม้เกมแรกชนะ จนได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อเสียตัวลอย แต่ไปดูรายละเอียดเกม จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ชัยชนะที่น่าประทับใจเท่าไหร่ และยังมีจุดให้ เซาธ์เกต ต้องปรับอีกเยอะ

นอกจาก คัลวิน ฟิลลิปส์ เกมกับ โครแอต แทบไม่มีใครฟอร์มเข้าตา รวมถึง ราฮีม สเตอร์ลิง คนยิงประตูชัย ที่นอกจากลูกยิง ก็ไม่มีอะไรเลย และยังพลาดเยอะเหมือนเดิม

โกล์ จอร์แดน พิคฟอร์ด ไม่ได้ถูกทดสอบอะไรมาก เช่นเดียวกับคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไทโรน มิงส์ และ จอห์น สโตนส์ ที่บอลสไตล์โครเอเชีย ไม่ได้สร้างปัญหาให้มากนัก

แบ๊ก 2 ข้าง ไคล์ วอล์คเกอร์ เก๋าเสียเปล่า แต่กลายเป็นพลาดเสียเองหลายครั้ง และ คีแรน ทริปเปียร์ ถูกโยกไปเล่นแบ๊กซ้าย ทำให้ดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ห่วงหน้าพะวงหลัง ดูติดขัดไปหมด

แดนกลาง ดีแคลน ไรซ์ ถูกสั่งไม่ให้ทำอะไรเลย นอกจากเล่นเกมรับ ส่วนตัวรุก ฟิล โฟเดน กับ เมสัน เมาท์ วูบวาบ เทคนิคดี และมีความขยัน แต่ไม่ต่อเนื่อง สุดท้ายก็ช่วยไม่ได้มาก

กองหน้าตัวเป้า แฮร์รี เคน ยิ่งแล้วใหญ่ แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกม และใช้ร่างกายเข้าปะทะหนักมาก จนน่าห่วงว่าจะรอดจนจบทัวร์นาเมนต์หรือไม่

สำคัญที่สุดคือ "ทัศนคติ" ที่ เซาธ์เกต แสดงให้เห็นชัดเจนว่า "เล่นเพื่อผล" ไม่สนใจรูปแบบ หรือความสวยงามใดๆ ทั้งสิ้น

ถูกต้อง เกมแรกทำได้ ถือว่าสอบผ่าน ต้องชื่นชม แต่ถ้าจะใช้แทคติกนี้ต่อไป ดูแล้ว น่าห่วงมาก เพราะกองหลังไม่ใช่จุดเด่นของอังกฤษชุดนี้ แฮร์รี แม็คไกวร์ ก็ไม่รู้จะหายเจ็บเมื่อไหร่

ขนาดเจอ โครเอเชีย ที่เลยจุดสูงสุดไปแล้ว ยังเหนื่อยขนาดนี้ ถ้าหากเจอทีมอื่นที่ศักดินาสูงกว่า หรือนักเตะความสามารถเฉพาะตัวดีกว่า จะเอาตัวรอดได้หรือ?

ยิ่งถ้าดูรายชื่อนักเตะอังกฤษชุดนี้แล้ว ถ้าหาก เซาธ์เกต จะเล่นหมากนี้ ก็นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะมีตัวรุกระดับท็อปเพียบ แถมอยู่ในช่วงฟอร์มพีค และกระหายจะได้ลงเล่นทั้งนั้น

จึงต้องดูว่า เกมต่อๆ ไป เซาธ์เกต จะเปลี่ยนเกมแพลนหรือไม่ เพราะเป็นไปได้เหมือนกัน ที่เกมแรกอาจจะเน้น 3 แต้ม เอาชัวร์ไว้ก่อน พอชนะได้ เกมต่อๆ ไป ค่อยจัดเต็มมากขึ้น

แต่เจอ สกอตแลนด์ คืนนี้ เอาตัวให้รอดก่อนก็แล้วกัน?

กัปตันเจมี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 47