อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

ถึงเวลายกเครื่องชุดใหญ่! สางปมขโมยปืนหลวงขาย

มีหลากหลายเรื่องราวที่บางครั้งไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ดังเช่นเหตุการณ์ ขโมยอาวุธปืนหลวง นำออกไปขายหรือไม่ก็เอาไปจำนำ เกิดขึ้นในหลายหน่วยราชการ หลากหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร และ อส. อังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 07.00 น.


ถ้าขโมยเพียง 1-2 กระบอกยังพอว่า แต่บางพื้นที่เล่นกันแบบ “ล้วงตับ” ขโมยไปขายกันมากถึง 20-30 กระบอกเลยทีเดียว !

เพียงแค่ครึ่งปี 2564 ถ้าย้อนกลับไปช่วงปลายเดือน ก.พ. 64 มีคดีจับกุม ดาบตำรวจนอกรีต แอบขโมย อาวุธปืนหลวง ไปมากถึง 31 กระบอกจาก คลังอาวุธ สภ.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีทั้ง ปืนเอชเค, ปืนM-4, ปืนยาว 05 นาโต, ปืนลูกซองยาว, ปืนคาร์บิน รวมไปถึงปืนสั้นทั้งแมกกาซีน ลูกโม่ และเสื้อเกราะกันกระสุน ยังโชคดี ติดตามคืนมาได้ 24 กระบอก (ปืนยาว 15, ปืนสั้น 9) อ้างเหตุติดหนี้พนันออนไลน์จึงขโมยปืนไปขายชนกลุ่มน้อยแนวชายแดน จากพื้นที่ภาคเหนือลงมาภาคใต้ 19 พ.ค. 64 อาวุธปืนอาก้า 28 กระบอก กองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภอเมืองนราธิวาส (ที่ 2) สูญหายไปจากคลังอาวุธ หลังเกิดเหตุมีการไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนราธิวาส ยังอยู่ในระหว่างสอบสวนดำเนินคดีและตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง



แฉโดนขโมยทั้งอาวุธปืน-ระเบิด
นอกจากนี้ยังมี คดีล่าสุด วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พร้อม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. นำกำลังตำรวจกองปราบปราม บุกกวาดล้างจับกุมเครือข่ายค้าอาวุธปืนออนไลน์ทั้งในใจกลางเมืองกรุง สมุทรปราการ ราชบุรี และสงขลา ได้อาวุธปืนทั้งสั้นและยาวจำนวนมาก แต่ที่น่าตกใจเมื่อพบว่า อาวุธปืนของกลาง ที่จับได้ทั้งหมดนั้น เมื่อส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบพบ มีปืนสั้นสมิธแอนด์เวสสัน 2 กระบอก ซิกซาวเออร์ 13 กระบอก และกล็อก 3 กระบอก รวม 18 กระบอก มี “สัญลักษณ์ตราโล่ จากนั้นขยายผลตรวจสอบหมายเลขทะเบียนปืนอย่างละเอียดทำให้ทราบว่า เป็น ปืนหลวง ที่ตำรวจเบิกออกมาใช้ จำแนกเป็นปืนที่เบิกจากคลัง บช.น. ของ 3 สน.ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี รวม 11 กระบอก จากพื้นที่ สังกัด บช.ภ.7 จำนวน 7 กระบอก นอกจากนี้ยังมีปืนเอ็ม 16 ที่ถูกขโมยมาจากหน่วยงานทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทหาร     ถูกจับดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนวัตถุระเบิดก็พบว่าถูกขโมยออกมาจากในหน่วยงานราชการเช่นกัน

เมื่อพบว่าอาวุธปืนของในหน่วยงานราชการถูกขโมยออกมาแบบง่ายดาย บางส่วนถูกนำมาขายบนโลกออนไลน์ ส่วนอาวุธที่เหลือคงหนีไม่พ้น นำไปขายกันใน ตลาดมืด กลุ่มที่ซื้ออาวุธไปใช้ก็หนีไม่พ้นพวกนอกกฎหมาย ค้ายา มือปืน ชนกลุ่มน้อยภาคเหนือ รวมถึงแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดน     ภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา (อ.จะนะ, เทพา, สะบ้าย้อย และนาทวี)

อาวุธปืนที่หายไปจากพื้นที่อื่น ๆ อาจจะพอติดตามคืนได้บ้าง แต่ถ้าในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ในกลุ่มแนวร่วมโจรใต้อย่างแน่นอน แล้วอาวุธปืนเหล่านั้นก็จะย้อนกลับมาเล่นงานโจมตีหน่วยงานรัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์



สัญญาณเตือนช่องโหว่อันตราย
ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกือบทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ปะทะกับแนวร่วมฯ หากจับกุมคนร้ายได้พร้อมอาวุธ ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธของหน่วยงานรัฐมีทั้งของ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชรบ. ฯลฯ ถ้ายังจดจำกันได้เหตุปล้นใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ 19 ปีก่อน คืนวันที่ 4 ม.ค. 2547 โจรใต้บุกปล้นคลังอาวุธ กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ค่ายปิเหล็งอยู่ใน ต.ปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้อาวุธปืนสงครามไป 413 กระบอก (ติดตามคืนมาได้ภายหลัง 96 กระบอก) หลังจากเหตุการณ์ปี 2547 เป็นต้นมา แนวร่วมฯ ก็มีอาวุธสงครามใช้ปฏิบัติการโจมตี ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกือบทุกครั้งที่ลงมือหากฝ่ายเจ้าหน้าที่เพลี่ยงพลั้งก็มักจะถูกชิงอาวุธกลับไปด้วย

การเกิดเหตุ อาวุธปืนอาก้า (AK-102) จำนวน 28 กระบอก สูญหายไปจาก คลังอาวุธ กองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภอเมืองนราธิวาส (ที่ 2) จึงเป็นอีกเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม ความจริงเรื่องปืน อส.หายจำนวนมากอาจจะไม่เป็นข่าวเลย ถ้าก่อนหน้านั้นทหารนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส ไม่ไปบุกปิดล้อมยิงปะทะกับโจรใต้ ใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โจรใต้เสียชีวิต 1 คน เมื่อนำอาวุธปืนอาก้าของโจรใต้ไปตรวจสอบ จึงพบว่าเป็นปืนอาก้าจากกองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.เมืองนราธิวาส ทำให้วันที่ 19 พ.ค. 64 นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส รับทราบเรื่องต้องมอบหมายให้ปลัดอำเภอ ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนราธิวาส คดีนี้ .ต.อ.ศุภกร พึ่งรส ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ก็รีบรายงานด่วนทันที แจ้งทั้ง พล.ต.ต. นรินทร์ บูสมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงในพื้นที่ จ.นราธิวาส

ขณะที่ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส ก็รีบสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อหาผู้ที่ทำผิดมาลงโทษ ทั้งทางวินัย และอาญา พร้อมสั่งให้ตรวจสอบคลังอาวุธ ที่อยู่ในความดูแลของ กองร้อย อส.ต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส พบว่า ปืนหายไปจากคลังทั้งหมด 37 กระบอก พื้นที่ของ อ.เมืองนราธิวาส 28 กระบอก ที่เหลืออีก 9  กระบอกเป็นของกองร้อย อส. รวม 5 อำเภอด้วยกัน หลังเกิดเหตุเพียง   2 วัน ตำรวจตามรวบ อส.ได้ 1 คน ยอมรับว่านำปืนออกไปขายจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน พบอาวุธปืนอาก้า (AK102) 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน ถูกนำใส่กระสอบปุ๋ยนำมา  วางในพงหญ้าริมถนนในหมู่บ้าน บ้านตะเจะ หมู่ 11 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เบื้องต้นพบมีหมายเลขประจำปืน 101162141 อยู่ใน     บัญชีสูญหาย ลำดับที่ 17 ของคลังกองร้อย อส.ที่ 2 ซึ่งได้แจ้งหายเอาไว้

ด้าน พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีปืน อส.หาย เบื้องต้นพบว่า 20 กระบอก สูญหายแบบยังตรวจหาข้อมูลไม่เจอ ส่วนอีก 8 กระบอกมีทั้งถูกนำออกไปขาย 6 กระบอก ติดตามคืนมาได้ ส่วนอีก 2 กระบอก เป็นความผิดพลาดด้านบัญชีควบคุม เบิกจ่ายไปให้กับหน่วยอื่นแต่ไม่ได้ทำบัญชีให้ถูกต้อง แต่ปืนที่หายไปจากกองร้อย อส.อำเภออื่น ๆ อีก 5 อำเภอ จำนวน 9 กระบอก ยังไม่มีการรายงาน



ห่วงอาวุธตกอยู่ในมือพวกนอกกฎหมาย
ทีมข่าว 1/4 Special Report มีโอกาสพูดคุยกับแหล่งข่าวในพื้นที่  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อธิบายถึงเรื่องปืนหลวงหาย ว่า ตั้งแต่ไหนแต่ไร แหล่งที่รับจำนำและรับซื้อ อาวุธปืนหลวง ไม่ว่าจะเป็นปืนสั้น ปืนยาว ปืนสงคราม มีอยู่ 2 แหล่งใหญ่ด้วยกัน 1. บ่อนการพนัน ก่อนที่จะเกิดวิกฤติโควิด รู้อยู่แล้วมีการลักลอบเปิดบ่อนพนันเกลื่อนกลาด นักเล่นพนันส่วนหนึ่งคือ คนในเครื่องแบบ มีเกือบครบแทบจะทุกหน่วย เมื่อหมดเงินจะต่อทุนเล่นอีก อาวุธปืนหลวง จึงมักถูกแปรสภาพมาจำนำเปลี่ยนเป็นเงิน เมื่อเป็นของร้อน ปืนหลวงหากจำนำแล้วไม่มาไถ่ถอนก็จะถูกทางบ่อนปล่อยขายออกเพื่อความปลอดภัย 2. กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพล ที่ยุ่งเกี่ยวธุรกิจสีเทาซึ่งมีลูกน้องบริวารหรือซุ้มมือปืนอยู่ในอาณัติ ถือเป็นอีกกลุ่มที่กล้ารับจำนำปืนหลวง ส่วนผู้ที่แอบขโมย      มาขายหรือจำนำ มักจะเป็นพวกอาสาสมัครที่เห็นช่องโหว่ของระบบ  หละหลวม บางคนเมื่อทำผิดแล้วก็ชิงลาออกไปเพราะไม่ได้เป็นข้าราชการประจำ ที่สำคัญบางครั้งกว่าเรื่องจะแดงตรวจสอบว่าปืนหาย   ก็ไม่รู้หลบหนีไปอยู่ไหนแล้ว

ดังนั้นเรื่องของ อาวุธปืนหลวงหาย ย่อมต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพียงแค่มีร่วมกับผู้ทำผิดในรูปแบบไหนเท่านั้น ตามปกติทุกหน่วยงานไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กฎระเบียบก็ได้วางเอาไว้ค่อนข้างรัดกุมอยู่แล้ว อยู่ที่ความใส่ใจในหน้าที่ความรับผิดชอบ เกือบทุกหน่วยย่อมมีระเบียบข้อบังคับการตรวจอาวุธปืนประจำกายของกำลังพล อาวุธในคลังตามวงรอบ ระยะเวลาที่กำหนด มีทั้งรายสัปดาห์ ราย 15 วัน หรือทุกเดือนเพื่อเป็นการยืนยันว่าอาวุธยังอยู่ครบ

สิ่งที่น่าเป็นห่วง ถ้าหากบรรดาหน่วยงานความมั่นคง ยังหละหลวมขาดการเอาใจใส่ในเรื่องการดูแลรักษาอาวุธเช่นนี้กันบ่อย ๆ เป็นเรื่องอันตรายแน่นอน แล้วถึงเวลาหรือยัง ? ที่แต่ละหน่วยต้องเร่งมาสังคายนากันยกใหญ่เป็นการด่วน ถ้าปล่อยให้ปัญหานี้เงียบหายไปกับสายลม อาวุธเหล่านี้อาจจะย้อนกลับมาเข่นฆ่าตัวเองก็ได้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น