อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

"ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง" สูตรเติมความเผ็ด..เพิ่มยอดขาย

“ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง” เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่ทาง “ธนบดี ณ สุรินทร์” ได้พัฒนาพลิกแพลงสูตรการทำ “ไก่เชียง” ด้วยการนำ “พริกกะเหรี่ยง” มาเป็นส่วนผสม เพิ่มรสชาติให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติที่ความกลมกล่อมลงตัว เสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 เวลา 11.00 น.

“ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง” เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่ทาง ธนบดี ณ สุรินทร์ ได้พัฒนาพลิกแพลงสูตรการทำ ไก่เชียง ด้วยการนำ พริกกะเหรี่ยง มาเป็นส่วนผสม เพิ่มรสชาติให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติที่ความกลมกล่อมลงตัว โดยมีทั้งรสชาติหวานนิด ๆ และมีความเผ็ดปลาย ทำให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติแปลกใหม่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความแตกต่าง และดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี......ซึ่งวันนี้คอลัมน์ ช่องทางทำกิน นำข้อมูลมาให้พิจารณาเป็นกรณีศึกษา
 
ธนบดี ณ สุรินทร์ เจ้าของผู้ที่พลิกแพลงคิดสูตรการทำ “ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง” ออกมาขายภายใต้แบรนด์ “บูโช่ (Boocho)” เล่าว่า...หลังจากที่เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มาลงทุนทำธุรกิจเปิดคาเฟ่และบอร์ดเกมส์ที่เชียงใหม่ เปิดได้ประมาณ 1 ปี ช่วงแรกที่เปิดคนยังตื่นเต้นและอยากลองของใหม่ ๆ อย่าง บอร์ดเกมส์ เพราะยังเป็นของใหม่มากในจังหวัดเชียงใหม่ จนหลังจากช่วง 6 เดือนหลังมาเริ่มมีลูกค้ามาใช้บริการน้อยลง เลยมองหาอะไรทำเพิ่มเพื่อเสริมรายได้ ก็เลยลองศึกษาการขายของออนไลน์ และเริ่มจากสั่งของจากประเทศจีนเข้ามาขาย โดยสินค้าก็จะเป็นพวกแกดเจ็ทต่าง ๆ แต่ก็พบปัญหา นั้นก็คือของที่สั่งเข้ามาขายได้ระยะหนึ่งก็เริ่มมีเจ้าอื่นนำเข้ามาเลียนแบบและขายตัดราคา เลยต้องเริ่มมองหาสินค้าตัวใหม่ออกมาขาย จนลงตัวที่ผลิตภัณฑ์ “ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง



เกิดจากตนเองนั้นนับถือศาสนาอิสลาม และเป็นคนที่ชอบกินไก่เชียงมาก แต่หาสินค้าที่อร่อยที่มีฮาลาลกินได้ยาก ก็เกิดแรงบันดาลใจในการทำไก่เชียง และประกอบกับน้าของแฟนก็ทำโรงงานไก่เชียง-เนื้อเชียงอยู่แล้ว จึงร่วมกับน้าทำผลิตภัณฑ์ไก่เชียงออกมาขาย โดยพลิกแพลงคิดสูตรนำพริกกระเหรี่ยงมาเป็นส่วนผสมเพื่อสร้างรสชาติที่แปลกใหม่แตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ ก็ใช้เวลาในการทดลองปรับสูตรลองผิดลองถูกอยู่ประมาณ 3เดือน จนได้สูตรที่อร่อยลงตัวเป็นไปอย่างที่ต้องการ จากนั้นก็ไปดำเนินการขอฮาลาล และ อย. อีกประมาณ 1 เดือน พอได้มาแล้วก็เริ่มลงมือผลิจออกมาขายมาจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว นอกจากนั้นก็ยังมีการพัฒนาคิดค้นสูตรใหม่ทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติมออกมาอีกหนึ่งตัวนั้นก็ คือ แซลมอนเชียง และกำลังคิดค้นสูตรไก่เชียงหม่าล่า ขึ้นมาอีก 1 ตัว ธนบดีเล่าถึงที่มาของการมาทำไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง

...ไก่เชียงที่เป็นแบบดั่งเดิมนั้นจะมีรสชาติหวานนำ หลากกินเยอะ ๆ ก็จะมีความเลี่ยน แต่สูตรไก่เชียงพริกกะเหรี่ยงที่ทำนั้นจะเป็นการนำพริกกระเหรี่ยงเข้ามาเป็นส่วนผสม ทำให้จะมีรสชาติที่มีความหวานนิด ๆ แบบดั่งเดิม แต่จะมีรสเผ็ดปลายลิ้น มีความกลมกล่อมลงตัว นอกจากเด่นที่รสชาติที่มีความแปลกใหม่แล้ว ในเรื่องของคุณภาพของวัตถุดิบ และมาตฐานความปลอดภัยในการทำผลิตภัณฑ์ก็จะเน้นมากเป็นพิเศษ ทุกขั้นตอนการผลิตนั้นจะเน้นในเรื่องความสะอาด ได้มาตรฐาน ที่สำคัญไม่มีสารกันบูด...นี่เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 100,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 60% จากราคา ซึ่งราคาขายไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง อยู่ที่ราคา 159 บาท ต่อ 500 กรัม ส่วนราคาขายแซลมอนเชียง อยู่ที่ราคา 219 บาทต่อ 500 กรัม

วัสดุอุปกรณ์ หลัก ๆ ประกอบด้วย... เครื่องอัดไส้, ตู้อบ, เครื่องซีลสุญญากาศ
วัตถุดิบ ที่ใช้ทำไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง หลัก ๆ ประกอบด้วย...เนื้อไก่, พริกกะเหรี่ยง, พริกชนิดอื่น ๆ, ไส้คอลลาเจน เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ...ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง
เริ่มการนำพริกกะเหรี่ยงของแท้มาทำการคั่วคลุกเคล้ากับพริกชนิดอื่น ๆ และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ หลังจากนั้นก็นำมาใส่เครื่องปั่น ทำการปั่นพริกกะเหรี่ยงและส่วนผสมอื่น ๆ ที่คั่วรวมกันให้ละเอียด เสร็จแล้วพักรอไว้

นำเนื้อไก่มาทำการบนให้ละเอียด จากนั้นก็นำเนื้อไก่ใส่ลงในอ่างผสมเทสูตรพริกกะเหรี่ยงที่ทำเตรียมไว้ผสมลงไปทำการคลุกเคล้าให้พริกกะเหรี่ยงผสมเข้าเนื้อไก่เป็นอย่างดี หลังจากที่ผสมคลุกเคล้าเนื้อไก่และพริกกระเหรี่ยงเข้าเป็นเนื้อเดียวกันดีแล้วก็นำไปเทใส่เครื่องอัด นำไส้คอลลาเจนมาใส่ไว้ที่ปลายทางออกของเครื่องอัด ทำการเปิดเครื่องอัดให้ทำงาน เครื่องอัดก็จะค่อย ๆ อัดไส้ที่เป็นไก่ผสมพริกกะเหรี่ยงใส่เข้าไปใสไส้คอลลาเจน



หลังจากที่อัดไส้ใส่เป็นไก่เชียงเสร็จแล้วก็นำเชือกมามัดให้ได้ความยาวตามขนาดที่ต้องการ มัดตามขนาดเสร็จแล้วก็ให้นำไก่เชียงไปเข้าตู้อบ โดยจะใช้เป็นตู้อบถ่านไม้เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของไก่เชียง ใช้เวลาอบประมาณ 3-4 วัน จนไก่เชียงนั้นแห้งสนิทดีแต่ไม่ควรให้แห้งเกินไปเพราะจะทำให้ไก่เชียงนั้นขาดความนุ่มชุ่มฉํ่า หลังจากที่อบเสร็จแล้วก็นำออกจากตู้อบมาพักไว้ให้เย็น และนำบรรจุใส่ถุงซีลสุญญากาศดูดอากาศออกให้ดี สามารถเก็บได้นานถึง 6 เดือนโดยที่ไม่ต้องใส่สารกันบูด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำพร้อมขายได้ทันที
 
ใครสนใจ “ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง” และ “แซลมอนเชียง” ของ ธนบดี สามารถเข้าติดต่อสั่งซื้อได้ทาง เพจเฟซบุ๊ก : ไก่เชียงพริกกะเหรี่ยง บูโช่ หรือทาง Shopee/Lazada : Boochosnack หรือทางโทรศัพท์ 08-6391-9630...นี่เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่ปรับปรุงสูตรให้มีความแปลกแตกต่างมีจุดเด่นดึงดูลูกค้า สามารถทำเป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 18