อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564

กฎหมายใหม่บีบตั้ง7กสทช. ทำลวกๆ"ไม่ตรงปก" เจอ157

7 กสทช. ‘หอมหวน’ ใครก็อยากเป็น แต่กฎหมายใหม่-ทำแบบลวก ๆ ไม่ได้! ต้องตรวจคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้น ป้องกันไม่ให้การสรรหา กสทช.ชุดใหม่ซ้ำรอยเดิม! ถูก ส.ว. คว่ำกระดานอีก! เสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 เวลา 07.00 น.


ทีมข่าว “1/4 Special Report” ติดตามเส้นทางการสรรหาและแต่งตั้ง “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ “กสทช.” ที่ยังล้มลุกคลุกคลานไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโดยเฉพาะกิจการโทรคมนาคมไปนับ 10 ปี เนื่องจากใครก็อยากจะเข้ามาเป็น กสทช. เพราะมีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมาย
          
ในขณะที่ กสทช.ชุดปัจจุบันต้องอยู่ทำหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาจนรากงอกหลายปีแล้ว จะส่งผลดี หรือมีผลเสียต่อการพัฒนาประเทศอย่างไร? การพัฒนากิจการกระจายเสียง-ทีวีดิจิทัล และสื่อสารโทรคมนาคม คืบหน้ากันไปถึงไหนอย่างไรนั้น ทุกฝ่ายต่างรู้แก่ใจดี


คว่ำกระดานสรรหา “กสทช.” 2 ครั้งแล้ว!         
การจัดระเบียบสถานีวิทยุ และวิทยุชุมชนที่ผุดขึ้นมาเป็น ดอกเห็ดในช่วงระยะ 6-7 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการจัดระเบียบทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่ตั้งขึ้นตามประกาศ กสทช.ฉบับชั่วคราว แต่อยู่โยงกันยาวพอ ๆ กับ “รัฐบาลคสช.” ที่ชอบโฆษณาว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน เพื่อคืนความสุข” ทำให้บรรดาวิทยุชุมชนและทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวีที่พากันโฆษณาขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ยาเสริมอึ๋ม-เสริมอก ยาผัวหลง ยาปลุกเซ็กซ์ เครื่องรางของขลัง กันอย่างท่วมจอ
          


ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นผลงาน
“ชิ้นโบแดง” ที่มาจากความล้มเหลวของกระบวนการสรรหาและแต่งตั้ง กสทช.ชุดใหม่ที่ล่าช้าอืดอาดเป็นเรือเกลือ! โดยเฉพาะกระบวนการสรรหาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงเต็มไปด้วยใบสั่งปลิวว่อนอยู่เช่นเดิม ทำให้มีการล้มกระบวนการสรรหา กสทช.ไป 2 ครั้ง ทั้งที่ไม่น่าเกิดขึ้น
          
ครั้งแรกช่วงกลางปี 62 ที่ประชุมวุฒิสมาชิกได้โหวตคว่ำรายชื่อ
“ว่าที่ กสทช.” ทั้ง 14 คน ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหา เสนอขึ้นมาเนื่องจาก รายชื่อว่าที่ กสทช.ที่ส่ง มานั้น ล้วนมีปัญหาด้านคุณสมบัติที่ไม่ตรงสเปก ก่อนที่หัวหน้า คสช.ในเวลานั้น จะงัด ม.44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 8/2562 ลงวันที่ 8 ก.ค. 62 ระงับกระบวนการสรรหาและให้ กสทช.ซึ่งทำหน้าที่อยู่ในเวลานั้น ทำหน้าที่ต่อไปก่อน

คุณสมบัติ “ว่าที่กสทช.” ไม่ตรงปก!ซ้ำซาก!        
ต่อมาเดือน มี.ค. 64 ในที่ประชุมวุฒิสภา “ล้มกระดาน” กระบวนการสรรหา กสทช.ชุดใหม่อีกรอบ! ด้วยการชิงทำคลอด พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2564 ตัดหน้า! หลังจากเห็นโฉมหน้า 14 ว่าที่ กสทช.ล้วนแล้วแต่ไม่ตรงสเปก เท่ากับเป็นการล้มกระบวนการสรรหา กสทช.ชุดใหม่โดยปริยาย ทำให้ต้องเริ่มกระบวน  การสรรหา กสทช.ใหม่กันยกชุดอีก
          
ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) สั่งล้มกระบวนการสรรหา กสทช .ไปถึง 2 ครั้งนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่ารายชื่อ ว่าที่ กสทช.ที่ส่งเข้าประกวด
“ไม่ตรงปก” ไม่สอดคล้องคุณสมบัติตามที่กฎหมาย กสทช.กำหนด สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการสรรหา กสทช.ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และโดยเฉพาะคณะกรรมการสรรหา กสทช.นั้น มีปัญหาหรือทำหน้าที่ได้อย่างบกพร่องล้มเหลวโดยสิ้นเชิงหรือไม่?
        


หากย้อนไปดูกระบวนการสรรหา กสทช. 2 ครั้ง จะเห็นข้อสังเกตว่าคณะกรรมการสรรหาดำเนินการอย่างหละหลวมไม่รัดกุมตั้งแต่แรกหรือเปล่า? ทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครเข้ารับการสรรหาทั้งที่ประกาศหลักเกณฑ์สรรหา และพ.ร.บ.กสทช. ต้องตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดทุกกระเบียดนิ้ว ดังนั้นรายการ “ปล่อยผี” จึงแทบเป็นไปไม่ได้
          
เอาแค่การขอข้อมูลต่าง ๆ ในเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม การตรวจสอบการถือครองหุ้นว่าขัดกฎหมายหรือไม่ สามารถร้องขอข้อมูลไปยัง ก.ล.ต. เช่นเดียวกับการตรวจสอบข้อมูลทางด้านการเงิน มีความผิดปกติมีประวัติฟอกเงินหรือไม่ สามารถขอข้อมูลไปยัง ปปง. หรือแม้กระทั่งเรื่องของประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ในกิจการวิทยุ กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ก็สามารถประสานขอข้อมูลไปยังสำนักงาน กสทช. ได้

               
แต่ที่ผ่านมากลับมีข้อสงสัยว่า  คณะกรรมการสรรหา หลับหูหลับตา “ปล่อยผี” หรือไม่? โดยไฟเขียวให้ผู้สมัครทุกรายเข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ราวกับมหกรรมการประกวด “ไมค์ทองคำ” จึงไม่แปลกใจเมื่อรายชื่อ “ว่าที่ กสทช.” เหล่านี้ถูกส่งไปถึงมือ ส.ว. จึงถูก “ถลกหนัง” ประจานความฉาวโฉ่ กระทำกันแบบลวก ๆ นั่นเอง

ปล่อยผี! นายพลขาดรัก-อธิบดี-คนประวัติไม่ดี     
โดยเฉพาะ 14 รายชื่อว่าที่ กสทช. ที่คณะกรรมการสรรหาส่งเข้าสู่ประชุม ส.ว. เมื่อ 2-3 เดือนก่อน อย่างน้อย 7-8 คน ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา ต่างถูกผู้คนในสังคมตั้งข้อกังขาอย่างหนักว่ากรรมการสรรหาพิจารณากันอีท่าไหน? ถึงปล่อยผ่านเข้ามาได้ขนาดนี้ ประเภท
“นายพล  ขาดรัก” มาทั้งชีวิต แต่กลับได้รับการคัดเลือกในฐานะผู้เชี่ยวชาญกิจการกระจายเสียง
        
ส่วนบางคนยังเป็นอธิบดีหน่วยงานที่รับใบอนุญาตจาก กสทช.โดยตรง ถือว่าขัดแย้ง เป็น Conflict of Interest ยังได้รับการปล่อยผีเข้ามา บางคนมีประวัติด่างพร้อย ถูกสังคมตั้งข้อกังขาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการปฏิบัติหน้าที่ หากปล่อยให้เข้ามาเป็น กสทช. อาจทำให้หน่วยงานถูกลากไปเสีย “ค่าโง่” ให้กับบริษัทเอกชนที่ปูเสื่อรอเลี้ยงฉลองกันอยู่
          
ด้วยเหตุนี้การสรรหา กสทช.รอบใหม่ ที่เพิ่งปิดรับสมัครกันไปวันวาน โดยมีบรรดาเซเล็บ ระดับนายพล นักวิชาการ อดีตผู้บริหารหน่วยงานตบเท้าเข้ารับการสรรหาถึง 78 คนนั้น ทุกฝ่ายจึงหวังว่า บทเรียนจากการที่ผู้คนในสังคมตั้งข้อกังขาในกระบวนการสรรหาตลอดช่วงที่ผ่านมานั้น คงทำให้คณะกรรมการสรรหาลุกขึ้นมาทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และมีจุดยืนในการทำหน้าที่ โดยยึดตัวบทกฎหมาย กสทช.เป็นหลัก คงจะไม่กระทำกันแบบลวก ๆ อีก!

       

 
แม้คณะกรรมการสรรหา 4 ใน 7 คน จะเป็นหน้าเดิม ๆ แต่ต้องกลับมาทำหน้าที่ตามกฎหมายฉบับใหม่ที่สะสางปัญหาอึมครึมทั้งหลายไปหมดแล้ว ที่สำคัญหากทุกฝ่ายย้อนกลับไปดูเหตุผลการแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 64 จะเห็นว่าท้ายพ.ร.บ.ฉบับนี้ ระบุเหตุผลที่ต้องแก้ไขไว้อย่างชัดเจนว่า...โดยที่มีการตรา พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2560 เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ตลอดจนหลักเกณฑ์คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม
แห่งชาติ

กฎหมายใหม่-ทำแบบลวก ๆ ไม่ได้!
แต่ปรากฏว่าเกิดสภาพปัญหาในทางปฏิบัติบางประการ ทำให้การสรรหาและคัดเลือกบุคคล ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับมีข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับคัดเลือก จึงสมควรแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อขจัดข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น
          
โดยเฉพาะกฎหมายสรรหา 7 กสทช.ชุดใหม่ ล็อกไว้เลยว่าคณะกรรมการสรรหา ต้องตรวจคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้น ต้องประกาศรายละเอียดคุณสมบัติของผู้สมัคร ไม่สามารถกระทำแบบลวก ๆ หรือปล่อยผีส่งผู้สมัครแบบยกเข่ง 80 คน ให้ ส.ว.พิจารณาเหมือนที่ผ่านมา เหมือนป้องกันไม่ให้การสรรหา กสทช.ชุดใหม่ซ้ำรอยเดิม! ถูก ส.ว. คว่ำกระดานอีก!

          
งานนี้หากคณะกรรมการสรรหาไม่ดำเนินการตามช่องทางกฎหมายดังกล่าว มีสิทธิเจอละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ส่วน
“ผู้สมัคร” ที่แจ้งคุณสมบัติของตัวเองไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีสิทธิเจอข้อหาให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าพนักงานด้วยเช่นกัน เนื่องจาก กสทช.ต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เต็มไปด้วยบาดแผล ขาดความรู้ และไม่มีความเชี่ยวชาญ.
 
7 กสทช. ‘หอมหวน’ ใครก็อยากเป็น!
เงินเดือนประธาน กสทช. 335,850 บาท รองประธานฯ และกรรมการ 269,000 บาท งบเดินทางต่างประเทศ ปีละหลายสิบล้าน สิทธิการบินในชั้นเฟิสต์คลาส พร้อมงบรับรองเดือนละ 2 แสนบาท สามารถตั้งที่ปรึกษา คณะทำงาน และอนุกรรมการ เข้ามากินเงินเดือนได้อีกด้วย


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 22