อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 กันยายน 2564

ผู้โดยสารหัวร้อน

การเดินทางด้วยเครื่องบินในช่วงเวลาปกตินั้นยังคงยุ่งยาก เช่น ผู้โดยสารเต็มลำ มีเสียงเด็กร้องในห้องโดยสาร เที่ยวบินล่าช้าและผู้โดยสารที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ยิ่งมาอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ ของไวรัสโควิด-19 ความวิตกกังวลก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่การเผชิญหน้ากับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พุธที่ 30 มิถุนายน 2564 เวลา 07.00 น.

โฆษกสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) บอกว่า มีสายการบินต่าง ๆ รายงานเข้ามา 3,000 กรณี ของการกระทำที่ไม่เหมาะสมและสมควร ของผู้โดยสารบนเครื่องบิน นับตั้งแต่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของเอฟเอเอ ที่จะต้องตรวจสอบและติดตามเรื่องนี้ และยังพบอีกว่าในจำนวนนี้มี 2,300 กรณี ที่เกี่ยวข้องกับผู้โดยสาร ซึ่งปฏิเสธไม่ยอมทำตามกฎของเอฟเอเอ นั่นคือการสวมหน้ากากอนามัย

ช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เอฟเอเอได้ทำการสอบสวนโดยเฉลี่ยแล้วปีละ 140 กรณี ซึ่งจะต้องใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย เช่น การลงโทษปรับ แต่สำหรับปีนี้เมื่อนับถึงปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานแล้วเกือบ 400 กรณี


Good Morning America

หลายสิ่งหลายอย่างกลายเป็นเรื่องเลวร้ายไปหมด สำหรับสายการบินและสหภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และนักบิน ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งไปถึงกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ขอให้ช่วยหาทางดำเนินการ เพื่อหยุดยั้งหรือปราบปรามพฤติกรรมชั่วร้ายต่าง ๆ โดยระบุว่า รัฐบาลกลางสหรัฐควรจะสื่อสาร หรือแจ้งอย่างชัดแจ้ง ผ่านทางเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐอย่างเคร่งครัด และส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยของการบิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างที่สุด

ตามกฎหมาย บัญญัติบทลงโทษจำคุกสูงถึง 20 ปี สำหรับผู้โดยสารกระทำผิด ด้วยทำตัวเป็นภัยคุกคาม หรือรบกวนก้าวก่ายลูกเรือ หรือพนักงานบนเครื่องบิน

กลุ่มบริษัทสายการบินในสหรัฐอเมริกายังได้ส่งจดหมายไปถึงเอฟเอเอ บอกว่า ยอมรับว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎด้วยดี แต่โชคไม่ดีที่เรายังคงพบเห็นผู้โดยสารแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนเครื่องบิน จนกลายเป็นการกระทำที่เลวร้าย เช่น ทำร้าย ข่มขู่คุกคามพนักงาน หรือลูกเรือบนเครื่อง จนเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือ อันจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของทุกคนบนเครื่องบิน

ดังนั้น เอฟเอเอจึงได้ประกาศนโยบาย ไม่ยอมอ่อนข้อให้อย่างเด็ดขาดกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบนเครื่องบิน ย้อนกลับไปตั้งแต่ม.ค.ที่ผ่านมา โดยจะลงโทษสถานหนัก ปรับเป็นเงินสูงถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐกับผู้โดยสารราว 50 คน และอีกราว 400 กรณี ที่อาจจะถึงมือเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย

ขณะเดียวกัน สายการบินในสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบัญชีดำ ห้ามขึ้นเครื่องบินเด็ดขาดสำหรับผู้โดยสารอย่างน้อย 3,000 คน ที่มีชื่อมาตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว ยกเว้นสายการบิน 2 แห่งคือ อเมริกันและเซาท์เวสต์ ซึ่งไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้


Good Morning America

นอกจากนั้น สายการบินยังขอเพิกถอนสิทธิประโยชน์บางอย่าง ของผู้โดยสารเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยครั้ง (สะสมไมล์) จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และยังมีบางกรณีแต่เกิดขึ้นได้น้อยครั้ง นั่นคือ การนำเครื่องบินลงจอดโดยที่ไม่ได้อยู่ในกำหนดหรือแผนการบิน เพื่อที่จะนำตัวผู้โดยสารพฤติกรรมไม่เหมาะสมลงจากเครื่องบินไป ทั้งที่นักบินและลูกเรือได้แจ้งเอาไว้ก่อนบินเป็นแนวทางปฏิบัติอยู่แล้วว่า ขอให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามกฎ ไม่แทรกแซง หรือก้าวก่ายการทำงานของลูกเรือบนเครื่องบิน

ความหวาดวิตกของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอาจเลวร้ายลงในช่วงฤดูร้อนปีนี้ เพราะมีการเดินทางมากขึ้น เที่ยวบินมากขึ้น เดือนมิ.ย.นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งของสหรัฐแจ้งว่า มีผู้โดยสารกว่า 2 ล้านคน ผ่านจุดตรวจความปลอดภัยของสนามบินในสหรัฐอเมริกา ตัวเลขสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว

การจองตั๋วเครื่องบินก็เริ่มมากขึ้น นับตั้งแต่ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะคนอเมริกันฉีดวัคซีนโควิด-19 กันมากขึ้น อัตราการติดเชื้อจึงลดลง แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่จะบังคับให้ทุกคนทำตามกฎของรัฐบาลกลางสหรัฐ ให้สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งกฎนี้ยังไม่หมดอายุจนกว่าจะถึงกลางเดือนก.ย.นี้.

----------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 13