อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564

ถ้าทำไม่ได้ก็ควรพิจารณาตัวเอง 

การทำนโยบายที่ประชาชนได้รับผลกระทบ เสี่ยงจะควบคุมโรคไม่ได้ เช่นนี้ “ทีมผู้นำ”จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร เขาไม่อยากเห็นการประโลมโลกย์ว่าเราจะฝ่าฟันไปด้วยกันแล้ว ประเทศอื่นรัฐมนตรีมีปัญหาเขายังแสดงสปิริต ทำไม่ได้ก็ออกไปให้คนอื่นทำแทน พุธที่ 30 มิถุนายน 2564 เวลา 07.00 น.


เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุม ศบค. ซึ่งการประชุมแต่ละครั้งคนก็จับตาว่าจะมีคำสั่งอะไรออกมาอีก โดยเฉพาะคำสั่งผ่อนปรนให้ประกอบกิจการได้ เพราะต่างก็รู้กันว่า “เงินอุดหนุนรัฐมันไม่พอ” ประเทศนี้ไม่ได้รวยขนาดล็อคดาวน์แล้วจ่ายให้ประชาชนอยู่บ้านได้เหมือนบางประเทศ หรือจ่ายเงินชดเชยกรณีสูญเสียรายได้ได้มาก

ปรากฏว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. ตอบอะไรแบบ “อวัจนภาษาไม่ได้เรื่อง” คือเรื่องที่เป็นปัญหาปากท้องที่แทบจะเป็นความเป็นความตาย มามีท่าทีไม่จริงจังนัก ถามเรื่องจะปิดร้านอาหารหรือเปล่า ตอบ “กำลังพิจารณาอยู่ ไม่ได้ปิด แต่อาจมีเทคมีโฮม คันทรีโร้ดหรือเปล่า โอเคไหม”



แล้วฟ้าก็ผ่าผู้ประกอบการร้านอาหารเอาตอนเที่ยงคืนวันที่ 26 มิ.ย. คำสั่ง ศบค. สั่งห้ามกินอาหารในร้าน เอาเฉพาะส่งขายหรือขายหน้าร้านเท่านั้น คำสั่งให้มีผล 28 มิ.ย. มันเป็นการ “ลักหลับ” กันดีๆ นี่เอง ถามหน่อยระหว่างลักหลับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่มีผลต่อความรู้สึก กับลักหลับออกคำสั่งที่มีผลต่อปากท้องแบบนี้ อะไรเจ็บปวดกว่ากัน ?

ออกนโยบายไม่ให้มีการเตรียมตัว ผู้ประกอบการร้านอาหารน้ำตาตก ของสดที่ซื้อมาจะทำอย่างไร? โดยเฉพาะพวกร้านอาหารแพงที่เสิร์ฟเป็นคอร์ส พวกร้านยากินิคุ (ปิ้งย่าง) ร้านชาบู ที่ต้องนั่งในร้าน ตอนแรกเปิดได้วันที่ 18 มิ.ย. เขาก็อุตสาห์ปรับตัว ทำฉากกั้น ให้นั่งกินโต๊ะละคนแล้ว อยู่ๆ สั่งห้ามกินในร้าน แล้ววันที่ 25 มิ.ย. ก็ไม่แถลงให้ชัด



ขนาดกองเชียร์รัฐบาลหลายๆ คนยังส่ายหัว..คือมันหนักเกินไปแล้ว ที่ให้ความร่วมมือไม่ใช่รัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ นึกอยากสั่งอะไรก็สั่ง มันต้องมีการบอกให้เตรียมตัว มันต้องมีการพูดถึงมาตรการชดเชยก่อนล่วงหน้าด้วยซ้ำ เสียงด่ามาแล้วว่า จะเปิดประเทศใน 120 วัน  นี่บริหารไป 10 กว่าวันยังเจ๊ง นี่หรือคนที่ประกาศจะทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

นโยบายแก้ไขปัญหาโควิดของประเทศนี้ ตกลงจะเอาอย่างไร? จะใช้วิธีแบบจีน ที่เขาปิดเมืองตั้งแต่อู่ฮั่นแล้วคุมอยู่ ใช้ซิโนแวคก็ได้ นั่นเพราะเขาเด็ดขาดในการปิดเมือง ปิดนาน มีจ่ายชดเชยมีการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งประเทศไทยตอนระบาดระลอกแรกที่เราคุมเชื้อได้ดีเพราะเราปิดเมืองแล้วมีมาตรการเด็ดขาด

หรืออีกวิธีถ้าคิดว่าใช้วิธีปิดเมืองไม่ได้เพราะไม่มีเงินจ่ายชดเชยแล้ว ก็ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ทั่วประเทศ ต้องเป็นวัคซีน mRNA (ตัดต่อพันธุกรรม) ที่คนอุ่นใจจะฉีด ไม่ใช่เอะอะๆ ก็ตะบี้ตะบันสั่งวัคซีนเชื้อตายอย่างซิโนแวค ที่ก็เห็นตัวอย่างในบางประเทศอย่าง ชิลี อินโดนีเซีย แล้วว่า ประสิทธิภาพมันไม่ได้ดีอย่างที่หวัง

หลายๆ คนเขาเหน็บเอาแล้วว่า ทีเวลาแถลงซื้ออาวุธยืนยันจะเอาของดี เพื่อสวัสดิภาพในชีวิตของกำลังพล (อย่างล่าสุดที่โฆษกกลาโหมแถลงจะซื้อเครื่องบินแอร์บัส ซี295) แต่เวลาจะซื้อของเพื่อการสาธารณสุขนี่ ..อะไรก็ไม่รู้ ตอนนี้หลายคนคงจำกัดความกันเองได้ เพราะเห็นยอดติดเชื้อพุ่งพรวด ๆ วันที่ 28 มิ.ย. ทะลุไปห้าพันแล้ว



แล้วคอยจับตาดู ที่ประกาศจะปิดแคมป์คนงาน แถลงวันที่ 25 มิ.ย. ปรากฏว่า คนงานทยอยออกจากแคมป์กลับต่างจังหวัดไปแล้วหลายคน ส่งทหารเข้าไปซีลแคมป์ไม่ทัน มีอะไรรับประกันได้หรือไม่ว่าคนจากแคมป์คนงานที่กลับต่างจังหวัดจะไม่เป็นพาหะไปแพร่โควิดอีก นี่เพราะตัดสินใจช้า ทั้งที่ข่าวก็ออกสักพักแล้วว่ามันระบาดในแคมป์

การทำนโยบายที่ประชาชนได้รับผลกระทบ เสี่ยงจะควบคุมโรคไม่ได้ เช่นนี้ “ทีมผู้นำ” จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร จะขอโทษประชาชนหรือไม่ เป็นสิ่งที่หลายคนอยากเห็นสปิริต เขาไม่อยากเห็นการประโลมโลกย์ว่าเราจะฝ่าฟันไปด้วยกันแล้ว ประเทศอื่นรัฐมนตรีมีปัญหาเขายังแสดงสปิริต ทำไม่ได้ก็ออกไปให้คนอื่นทำแทน

ก็เป็นโจทย์ให้รัฐบาลคิดว่า ถ้ายังทำงานอย่างนี้อยู่ ระวังทั้งม็อบไล่ใหญ่ขึ้น ทั้งเลือกตั้งใหม่จะกลับมาไม่ได้.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    79%
  • ไม่เห็นด้วย
    21%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12